เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Investree มอง Tokenize หุ้นกู้ ปลดล็อกระดมทุนเพื่อธุรกิจ

18 ส.ค. 2568 | 16:00น.

Investree แพลตฟอร์ม Crowdfunding Platform สัญชาติไทย เผย ยังคงรักษายอดระดมทุนสำหรับ SME ได้ทะลุ 4.2 พันล้านบาท แม้สถานกาณ์สินเชื่อเพื่อ SME หดตัวลง 11 ไตรมาสติด แต่ความท้าทายยังมีอีกมาก ด้วยต้นทุนการระดมทุนยังสูง จึงมองว่าTokenize อาจเป็นทางออกสำคัญที่ปลดล็อกแหล่งระดมทุน 

นางสาวณัทสุดา พุกกะณะสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้จริงของ SME ไทยในช่วงที่สภาวะการเงินยังตึงตัว หากดูข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย สินเชื่อเพื่อธุรกิจหดตัวลง 11 ไตรมาสติดกันมาตั้งแต่ปี 2565

“เรามองบทบาทของคราวด์ฟันดิงว่าไม่ใช่แค่การระดมเงินทุน แต่คือการสร้าง สาธารณูปโภคทางการเงินให้ SME ที่มีศักยภาพได้ขยับตัวทันเวลา ข้อสำคัญคือความโปร่งใสในการคัดกรองและติดตามผลหลังการระดมทุน ซึ่งช่วยให้ทั้งฝั่งผู้ออกหุ้นกู้และนักลงทุนทำงานร่วมกันได้อย่างมีวินัย”

“ความเร็วในการปิดดีลและต้นทุนที่เหมาะสมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แพลตฟอร์มเติบโตได้แม้อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย โดยอินเวสทรีมีระยะเวลาระดมทุนเฉลี่ยเพียงราว 1 วัน และต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 12% ต่อปี (*ผลตอบแทนคิดจากค่าเฉลี่ยของหุ้นกู้ทั้งหมด ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันหรือค้ำประกันผลตอบแทนในอนาคตได้) ทั้งนี้ขึ้นกับ ความเสี่ยงของแต่ละดีล และเงื่อนไขที่กำหนด โดยนักลงทุนเป็นผู้ได้รับผลตอบแทนนี้”

ณัทสุดากล่าว และเตือนว่า แม้ดีลหุ้นกู้ Crowdfunding จะมีผลตอบแทนน่าสนใจและช่วยกระจายความเสี่ยงพอร์ตได้ แต่ทุกการลงทุนมีโอกาสขาดทุน การเลือกลงทุนจึงต้องประเมินทั้งคุณภาพผู้ออกหุ้นกู้ เงื่อนไขสัญญา และสภาพตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

สถิติการดำเนินงานครบ 4 ปี นับจากได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ด้วยตัวเลขเติบโตต่อเนื่อง ยอดระดมทุนสะสมทะลุ 4.2 พันล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการไทยไปแล้วกว่า 120 ราย ผ่านดีลระดมทุนกว่า 2,000 ครั้ง

จากข้อมูลของ Creden Data ระบุผลการดำเนินธุรกิจ บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด INVESTREE (THAILAND) COMPANY LIMITED กลุ่มธุรกิจ กิจกรรมการให้เงินทุนนอกเหนือจากการให้กู้ยืมเงิน รายได้รวม ปี 2567 อยู่ที่ 36,190,738 บาท ขาดทุน ปี 2567 ที่ -9,629,219 บาท ความแข็งแกร่งทางการเงินในระดับ “ดี” โดยมีคะแนนอยู่ที่ 328.26/500

อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
การประเมินความสามารถในการปิดหนี้ระยะสั้นทั้งหมด ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่อง (เงินสด หรือเงินฝาก) ที่มีอยู่ มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยมีคะแนนอยู่ที่ 80/100

อัตราส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Operating Efficiency Ratio) อัตราส่วนที่แสดงถึงความสามารถของกิจการ ในการสร้างรายได้ จากสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่ มีอัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยมีคะแนนอยู่ที่ 92/100

ผู้สนใจสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลธุรกิจด้านอื่นๆ ได้ที่ บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด

Tokenization หุ้นกู้ คือ อนาคต?

หากพิจารณาจากจำนวนนักลงทุนแล้ว ก็ยังเรียกว่า Crowdfunding ได้ไม่ถนัดนัก ด้วยสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยยังมีจำนวนน้อย และมีเพดานการลงทุนที่รายละ 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ ก.ล.ต.กำกับ ในขณะที่การลงทุนขั้นต่ำก็นับว่าสูง เพราะการออกหุ้นกู้มีต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูง ทำให้การกระจายตัวของการลงทุนทำได้ยาก

“ถ้ารายย่อยลงทุนต่ำกว่า 5หมื่นบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้ อาจไม่เพียงพอต่อค่าธรรมเนียมและส่งผลต่อเงินต้น”

การ Tokenization หุ้นกู้ เป็นอีกหนึ่งในอนาคตที่เลี่ยงไม่ได้ ดังที่เราเห็นว่ากระทรวงการคลังจะออก G Token ซึ่งมีรัฐแบ็กอยู่ ซึ่งสะท้อนว่าตัวของเทคโนโลยีนั้นพร้อมใช้งานแล้ว ที่จะแปลงตราสารหนี้-หุ้นกู้เป็นรูปแบบโทเคน ทำให้ต้นทุนการออกขายต่ำลง และมีตลาดรองไว้เปลี่ยนมือ

“Tokenization จะปลดล็อกข้อจำกัดเดิมของตลาดหุ้นกู้ ด้วยการออกโทเคนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง เพื่อลดต้นทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีนายทะเบียน เนื่องจากธุรกรรมถูกบันทึกและตรวจสอบได้บนบล็อกเชน ค่าธรรมเนียมก็ต่ำลง จะส่งผลการแตกหน่วยย่อยการลงทุนเป็นไปได้มากขึ้น จากเดิมที่ขั้นต่ำอยู่ที่ 50,000บาท ได้แค่หุ้นกู้เดียว ก็สามารถแยกย่อยซื้อในหลักร้อยหลักพันได้หลายหน่วย เป็นการกระจายการลงทุนได้ด้วย”

นายวรกร สิริจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเดียวกัน กล่าวว่าการจะทำ Tokenize หุ้นกูเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ในเบื้องต้นมีการพูดคุยหาพันธมิตรที่จะช่วยออกโทเคนซึ่งมีใบอนุญาต ICO แต่ต้นทุนก็ยังแพงอยู่ เราจึงคิดว่าเราควรจะสร้างกระบวนการเหล่านี้ขึ้นมาเอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนปรึกษาหารือในเบื้องต้น เพื่อพิจารณาการเข้าร่วม Sandbox ของ ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“Tokenization มันคืออนาคต หนีไม่ได้ เรามีไวท์เปเปอร์อยู่แล้ว และมีการส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว

นอกจากนี้ ในมุมมองของอินเวสทรีการขยายตัวของตลาดตราสารหนี้เอกชนสำหรับ SME จำเป็นต้องเดินคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศให้ครบวงจร

“ประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งอัปเกรดคือ “ข้อมูล” และ “กลไกค้ำประกัน” เพื่อให้ทุนไหลไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพได้รวดเร็วขึ้น “หาก เครดิตบูโร สามารถนำ ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาใช้ประเมินความสามารถในการชำระเงิน เช่น ข้อมูลธุรกรรมจริงจากคู่ค้าหรือระบบดิจิทัล จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ดีแต่ไร้หลักฐานแบบเดิมเข้าถึงทุนได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันการ ขยายขอบเขตการค้ำประกันสินเชื่อ (Credit Guarantee)  ให้ครอบคลุมหุ้นกู้

รวมถึงการมีกลไก ปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน และการทบทวน กฎเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้เอื้อต่อการระดมทุนสำหรับ SME เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินของSMEเสถียรมากขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้กลไกทั้งหมดจะสมบูรณ์ได้ต้องอาศัย Capacity Building หรือการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการควบคู่กันไป โดยเฉพาะบทบาทนำของภาครัฐในการจัดทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมและให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจ การเงิน และการจัดการต้นทุน เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงได้จริง

คว้าใบอนุญาต ‘ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้’ รายแรก

ขณะเดียวกันยังยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วยการเป็น แพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding Platform) รายแรกในไทยที่ได้รับใบอนุญาต ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บทบาทดังกล่าวทำให้การออกตราสารหนี้เอกชนของ SME มีมาตรฐานการกำกับดูแลและการคุ้มครองสิทธิผู้ลงทุนที่ชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ออกตราสาร ไปจนถึงวันครบกำหนดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

สามารถใช้มาตรการที่จำเป็นได้ทันที รวมถึงการดำเนินการหลังได้รับมติจากนักลงทุนได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงของผู้ลงทุนในกรณีหุ้นกู้ที่มีหลักประกัน ทำให้กระบวนการทั้งหมดโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

นายวรกร อธิบายว่า ใบอนุญาตผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้กรอบบริหารความเสี่ยงของแพลตฟอร์มสมบูรณ์ เพราะช่วยเชื่อมต่อการปกป้องสิทธิผู้ลงทุนตั้งแต่ขั้นตอนคัดกรองผู้ออกหุ้นกู้ การติดตามสัญญาณเตือน จนถึงการดำเนินการทางกฎหมาย ทำให้กระบวนการทั้งหมดทำงานสอดประสานและครบวงจร อินเวสทรีใช้การคัดกรองผู้ออกหุ้นกู้อย่างเข้มงวดและติดตามใกล้ชิด การมีใบอนุญาตนี้ทำให้แพลตฟอร์ม

“นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ปลดล็อกให้เราสามารถเสนอขาย หุ้นกู้ Crowdfunding มีหลักประกัน ได้เป็นครั้งแรกในไทยด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนโดยตรง” วรกรกล่าว พร้อมเสริมว่าระบบการคัดกรองและติดตามของอินเวสทรี ทำงานอย่างเข้มงวด ปัจจุบันพอร์ตมีหุ้นกู้ครบกำหนดและชำระคืนแล้ว 91% ผิดนัดชำระหนี้เพียง 2% และเรามีประวัติติดตามเรียกคืนหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ได้ 79%

นายวรกรย้ำว่า ใบอนุญาตนี้จะยกระดับวินัยของผู้ออกตราสารหนี้ให้ปฏิบัติตาม และรักษามาตรฐานตามที่สัญญาไว้ ส่งผลให้ตลาดโดยรวมมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและช่วยดึงดูดฐานนักลงทุนได้กว้างขึ้น ทั้งรายย่อยที่มองหาสินทรัพย์ทางเลือก และสถาบันที่ต้องการกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน

เป้าหมายต่อจากนี้ของอินเวสทรีคือการขยายการระดมทุนให้ครอบคลุมทุกธุรกิจที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานหลังการออกตราสารหนี้บนฐานข้อมูลและการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง “ตลาดทุนสำหรับ SME จะโตได้จริงก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเห็นชุดข้อมูลชุดเดียวกันและเชื่อมั่นในกระบวนการเดียวกัน เราจะเดินหน้าสร้างมาตรฐานนั้นร่วมกับภาคเอกชนและผู้กำกับดูแล เพื่อให้เงินทุนไหลไปสู่ผู้ประกอบการที่คู่ควร และผลตอบแทนกลับไปสู่นักลงทุนอย่างเป็นธรรม”

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลจากการสรุปผลการดำเนินงานล่าสุดของอินเวสทรี (ไทยแลนด์) ณ ช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2568 และอาจปรับปรุงได้ตามการปิดดีลและการชำระคืนในอนาคต.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Tokenization หุ้นกู้