เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ปรับขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 65,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ปรับขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 65,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
คปภ. จ่อเชือดนายหน้าขายประกันต่างประเทศผ่านโซเชียลมิเดีย ประสาน “ดีอี” ปิดกั้น ขู่ลงโทษจำคุก-ปรับ
Finance คปภ. จ่อเชือดนายหน้าขายประกันต่างประเทศผ่านโซเชียลมิเดีย ประสาน “ดีอี” ปิดกั้น ขู่ลงโทษจำคุก-ปรับ
ทองดีดเช้านี้ (27 ก.ค.) พุ่ง 1.5% ฟื้นเหนือ 4,100 เหรียญ รับข่าว “สหรัฐ-อิหร่าน” หยุดยิง
Finance ทองดีดเช้านี้ (27 ก.ค.) พุ่ง 1.5% ฟื้นเหนือ 4,100 เหรียญ รับข่าว “สหรัฐ-อิหร่าน” หยุดยิง
ก.ล.ต. เกาะติดเคสข้อมูล TSD ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เตือนผู้ลงทุนระมัดระวัง
Finance ก.ล.ต. เกาะติดเคสข้อมูล TSD ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เตือนผู้ลงทุนระมัดระวัง
ส.ทีวีดิจิทัล วอน “หมอ สรณ” อย่าเข้าประชุม บอร์ด กสทช. หวั่นกระทบวาระอุตฯ ทีวี
Tech ส.ทีวีดิจิทัล วอน “หมอ สรณ” อย่าเข้าประชุม บอร์ด กสทช. หวั่นกระทบวาระอุตฯ ทีวี
‘เวียตเจ็ท’ ชูโมเดลเชื่อมภูมิภาค สู่เครือข่ายการบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ท’ ชูโมเดลเชื่อมภูมิภาค สู่เครือข่ายการบินระหว่างประเทศ
SET วันนี้ (27 ก.ค.) กรอบ 1,630 – 1,660 จุด น้ำมันดิบปรับลงแรง -5% จับตาเจรจาหยุดยิง
Finance SET วันนี้ (27 ก.ค.) กรอบ 1,630 – 1,660 จุด น้ำมันดิบปรับลงแรง -5% จับตาเจรจาหยุดยิง
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ตรวจพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึง ยันปิดกั้นระบบ TSD Investor Portal แล้ว
Finance ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ตรวจพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึง ยันปิดกั้นระบบ TSD Investor Portal แล้ว
ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

AWS เผยธุรกิจไทยใช้เอไอแค่พื้นฐาน แนะเร่งแผน AI First Policy รับยุค Agentic AI

03 ต.ค. 2568 | 15:22น.

AWS เผย การใช้ AI ในไทย เติบโตต่อเนื่องในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 33% จากปีที่ผ่านมา แต่เอามาใช้แค่ “ผิวเผิน” สตาร์ตอัพที่มีการพัฒนานวัตกรรมได้รวดเร็วกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ขณะที่ภาครัฐยังปรับตัวได้ช้า แนะยกระดับ Cloud Frist Policy สู่ AI First Policy 

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ประเทศไทย (AWS) กล่าวว่า ธุรกิจในประเทศไทยมีความตื่นตัวและมุ่งมั่นอย่างมากในการพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี AI โดยระดับการนำไปใช้ที่สูงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดที่ AWS ร่วมกับ Strand Partners สำรวจการใช้ AI ในไทยผ่านการศึกษา Unlocking Thailand’s AI Potential”  โดยเก็บข้อมูลจากผู้นำธุรกิจและประชาชนทั่วไป กลุ่มละ 1,000 ราย ชี้ให้เห็นว่ายังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการพัฒนาการใช้งาน AI ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีด้าน AI ระดับโลก

ทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขอุปสรรคที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญอยู่อย่างเป็นระบบ ทาง AWS ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการใช้งาน Generative AI อย่างแพร่หลาย ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การใช้ AI ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีธุรกิจ 150,000 ราย นำ AI มาใช้ในปี 2567 หรือเฉลี่ยเกือบทุก 3 นาทีจะมีธุรกิจใหม่นำ AI มาใช้ ปัจจุบันมีธุรกิจ 600,000 ราย หรือ 32% ของธุรกิจทั้งประเทศที่นำ AI มาใช้แล้ว เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน ด้านผลลัพธ์ทางธุรกิจ 67% ของธุรกิจที่ใช้ AI มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% ในขณะที่ 78% คาดว่าจะสามารถประหยัดต้นทุนได้เฉลี่ย 17%

การใช้ AI ในธุรกิจไทยแพร่หลาย แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับพื้นฐาน

แม้การใช้ AI ในไทยจะแพร่หลายขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในระดับก้าวหน้า สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาการใช้ AI ให้ลึกซึ้งขึ้นเพื่อปลดล็อกศักยภาพของประเทศ โดย 72% ของธุรกิจยังใช้ AI เพียงขั้นพื้นฐาน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการทำงาน มากกว่าการสร้างนวัตกรรมใหม่ มีเพียง 18% ที่ใช้ในระดับกลาง และ 10% ที่ผสาน AI เข้าเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตัดสินใจ และโมเดลธุรกิจ

สตาร์ตอัพไทยมีความกระตือรือร้นและสร้างสรรค์ในการใช้ AI โดยนำ AI ขั้นสูงมาใช้เร็วกว่าบริษัทที่มีมานาน โดย 50% ของสตาร์ตอัพใช้ AI ในรูปแบบต่าง ๆ และ 40% กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มศักยภาพ ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่แม้ 44% จะใช้ AI แต่มีเพียง 16% ที่สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ด้วย AI และ 18% ที่มีกลยุทธ์ AI ครอบคลุม ส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 32% นำ AI มาใช้ แต่มีเพียง 9% ที่ใช้ในระดับก้าวหน้าที่สุด ช่องว่างด้านนวัตกรรม AI นี้อาจส่งผลสำคัญต่ออนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

นายนิค บอนสโตว์ ผู้อำนวยการบริษัท สแตรนด์ พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า “นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในประเทศไทย จากผลการศึกษาพบว่า แม้ 32% ของธุรกิจจะรายงานว่าได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ แต่ส่วนใหญ่ยังคงใช้งานอยู่ในระดับพื้นฐานเท่านั้น

ทั้งที่ในปีที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว ในขณะที่สตาร์ตอัพซึ่งมีความคล่องตัวสูงกำลังก้าวล้ำหน้าทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SMEs ทั้งในแง่ความเร็วและความลึกของนวัตกรรม การเกิดขึ้นของเศรษฐกิจ AI แบบ “สองระดับ” นี้อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขการนำ AI มาใช้เท่านั้น เพราะอาจทำให้มองข้ามความท้าทายที่แท้จริงที่ธุรกิจไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่

AI First Policy สู่ Agentic AI

เมื่อถามถึงการปรับใช้ Generative AI ในภาครัฐว่ามีความคืบหน้า หรือมีอุปสรรคอะไร เพราะมีการประกาศใช้นโยบาย Cloud First Policy มาแล้ว 2 ปี เอื้อให้เกิดการเตรียมพร้อมสู่ยุคเอไอมากน้อยแค่ไหน

นายวัตสันกล่าวว่า สำหรับในภาครัฐหรือ Public Sector อาจเห็นไม่ชัดเจนในผลสำรวจนี้ แต่อย่างไรก็ตามในหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น สิงคโปร์ เริ่มมีการนำ Generative AI มาปรับใช้ในระดับ Workflow เพื่อให้การบริการประชาชนเร็วขึ้น

ความแต่ต่างของการขับเคลื่อนบริการสาธารณะด้วย Cloud First Policy คือแม้หลายบริการจะเริ่มทำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ บนคลาวด์ได้ แต่ในยุค Agentic AI ที่กำลังมาเราต้องไปให้ถึงการทำให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติรวดเร็วขึ้น กล่าวคือ AI ต้องเข้าไปอยู่ใน Workflow ของบริการ ไม่ใช่แค่ใช้ Generative AI ในการถามตอบแปลภาษา

ซึ่งการใช้ Generative AI ในระดับเบื้องต้นอย่างการถามตอบแปลภาษาลดขั้นตอนทำงาน ในภาคธุรกิจ รัฐ และส่วนบุคคลมีการใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วดังที่กล่าวข้างต้น

ดังนั้น ในการจะเร่งสปีดการใช้เอไอ ระดับ Agentic AI ลงไปใน Workflow ต้องมีระเบียบขั้นตอนและนโยบายที่แน่ชัด มีโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวก ซึ่งวันนี้เรามีดาต้าเซ็นเตอร์ระดับสูง ซึ่งเป็นคลาวด์รีเจียนประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ในไทยอยู่แล้ว ทำให้การพัฒนานวัตกรรมที่เคยวิ่งไปใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ถึงอเมริกาไม่จำเป็น ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง 10-15% ความเร็วเพิ่ม และความหน่วงลดลง

และส่วนสุดท้ายคือกำลังคน ทักษะที่จำเป็น แต่ทั้งหมดก็ต้องมีแผนและนโยบายขับเคลื่อนที่ชัดเจน

ช่องว่างด้านทักษะ AI และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้าง

ผลการศึกษาชี้ชัดว่า 47% ของธุรกิจในประเทศไทยระบุว่า การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI เป็นอุปสรรคหลักในการนำ AI มาใช้หรือขยายการใช้งาน แม้หลายธุรกิจจะมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ แต่กลับประสบปัญหาในการสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของประเทศไทยและเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการคาดการณ์ระบุว่า 61% ของตำแหน่งงานในอนาคตจะต้องการทักษะด้าน AI ในขณะที่มีเพียง 29% ของธุรกิจเท่านั้นที่เชื่อว่าพนักงานปัจจุบันมีความพร้อมด้านทักษะดังกล่าว

เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงบวกของกฎระเบียบใหม่ที่มีต่อภาคธุรกิจ พบว่า 49% ของธุรกิจคาดหวังว่ากฎระเบียบด้าน AI จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้า และ 39% เห็นว่าจะนำไปสู่การพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่มีเสถียรภาพ สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ภาคธุรกิจได้จัดสรรงบประมาณ 27% เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดย 76% ของธุรกิจคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า

แนวทางการพัฒนานวัตกรรม AI ในอนาคต

ผลการศึกษาได้นำเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการในการก้าวข้ามอุปสรรคและปลดล็อกศักยภาพของ AI ทั้งในบริษัทสตาร์ตอัพและองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการเกิดเศรษฐกิจแบบแบ่งแยก ได้แก่

ารลงทุนและสร้างโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างบุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตด้วย AI

ซึ่งในส่วนนี้ AWS เปิดตัว Asia Pacific (Thailand) Region ในเดือนมกราคม 2568 ด้วยเม็ดเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานเต็มเวลากว่า 11,000 ตำแหน่งต่อปี และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ GDP ของประเทศไทยถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

การกำหนดกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจน คาดการณ์ได้ และเอื้อต่อนวัตกรรมในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้ AI อย่างลึกซึ้งในทุกภาคธุรกิจ

การเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาครัฐ โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุขและการศึกษา รวมถึงการใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม เนื่องจาก 67% ของภาคธุรกิจระบุว่าจะมีแนวโน้มนำ AI มาใช้มากขึ้นหากภาครัฐเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง

โดยตั้งแต่ปี 2560 AWS ได้มุ่งพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศไทยผ่านการฝึกอบรมด้านคลาวด์คอมพิวติ้งให้กับบุคลากรกว่า 50,000 คน ด้วยโครงการต่าง ๆ อาทิ AWS Skill Builder, AWS Educate, AWS Academy และ AWS re/Start รวมถึงโครงการในประเทศอย่าง “Tech for Digital Future” และ “AWS Skills to Jobs Tech Alliance” นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ ในการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทักษะสู่การจ้างงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AWS คลาวด์ Cloud