ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค 69) เปิดตลาดที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.50 บาท แนวต้าน 33.80 บาทต่อดอลลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.68 บาทต่อดอลลาร์
ทีทีบี เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบร่วงลง และราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้น หลังจากมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้เช้านี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
ด้านเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ จากที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่จบ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ในเดือน ก.ย. นี้ นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นน้อยกว่ายุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ในรอบ 40 ปี แม้ทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดก็ตาม
ตลาดรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ก.ค. โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. นี้
ทั้งนี้การฟื้นตัวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงและการซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย หลังจากราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ โดยระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์จะเป็นระดับสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในระยะสั้น
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมของเฟด ในวันที่ 28-29 ก.ค. ผลการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันที่ 30 ก.ค. และผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 31 ก.ค. และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดและรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิ.ย. ของไทย
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 20-24 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 10,155 ล้านบาท
โดยกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์