ภัยพิบัติไม่จางไปหลังระดับน้ำท่วมหาดใหญ่-สงขลา เริ่มลดลง มีสิ่งที่ตามมาอีกมาก อย่างการกู้ระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกเพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ที่ยังตกค้างกลางภัย
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาว่า ชื่อของ Starlink ระบบดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจากฟ้า ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ว่าอาจจะมาช่วยเสริมการสื่อสารในช่วงภัยได้
ด้วยระบบสื่อสารของไทยส่วนใหญ่เป็นภาคพื้นดิน ที่แม้มีโครงข่ายแน่นแข็งแกร่งจากการลงทุนต่อเนื่องของค่ายมือถือ แต่มีจุดอ่อนคือ แหล่งจ่ายไฟ ถ้าเกิดน้ำท่วมทีก็ลำบาก ทั้งช่วงเกิดภัยการใช้งานก็หนาแน่นแย่งแบนด์วิดท์ หรือ ถนนสายสื่อสารกันอุตลุด
สำนักงาน กสทช. ปักหลักในพื้นที่กับค่ายมือถือเพื่อยื้อระบบสื่อสารตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มีการระบุว่าเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยการพยายามกั้นเสาสัญญาณและเสริมเครื่องปั่นไฟ
ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ตั้งวอร์รูมขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการสื่อสารในทุกรูปแบบ ภาพที่ปรากฏแก่สื่อ คือ การประสานกับบริษัท SpaceX ซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายดาวเทียมสื่อสาร Starlink ที่สามารถปล่อยได้ทั้งสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตจากฟ้า และต่อมาก็ได้ไฟเขียว ให้ กสทช. ออกใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ Starlink ชั่วคราวได้ เพื่อนำมาใช้เสริมการส่งสัญญาณมือถือไร้สายในพื้นที่ประสบภัย
การตัดสินใจฉับไว แต่ก็สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เพราะไม่กี่สัปดาห์ก่อน “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีดีอี ออกมาบอกว่าเทคโนโลยีต่างชาติที่เข้ามาไม่ถูกต้องอาจเป็นภัยต่ออีโคซิสเต็มโทรคมนาคมไทย แต่เมื่อมองในมุมว่าเป็นการช่วยเหลือผู้คนอย่างเร่งด่วนจากต่างชาติ ก็นับว่าน่ายินดี
ต่อมาไม่กี่ชั่วโมง ระบบดาวเทียมสื่อสาร Thaicom โดย บมจ.ไทยคม ได้เข้าถึงพื้นที่และเชื่อมต่อกับโครงข่าย 5G ของ AIS เพื่อกระจายสัญญาณ WiFi ได้ทันที เพียงแค่ระบุตำแหน่งที่ต้องการ
โดยเบื้องต้นติดตั้ง 2 ชุด ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และค่ายเสนาณรงค์ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้า และอีก 10 ชุด รอ กสทช.แจ้งพิกัด เพื่อกระจายสัญญาณ WiFi และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
“ปฐมภพ สุวรรณศิริ” ซีอีโอของ บมจ.ไทยคม กล่าวว่า กระทรวงดีอีประสานงานกับไทยคมตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เกิดเหตุเช่นกัน แต่มีขั้นตอนการขนย้ายอุปกรณ์จากกรุงเทพฯไปพื้นที่ประสบภัย และในช่วงแรกของกู้ภัยเป็นงานที่อาจต้องตั้งศูนย์พักพิงก่อน จึงมีความล่าช้าในการย้ายอุปกรณ์และเปิดการสื่อสารดาวเทียมบ้าง
“เทคโนโลยีสื่อสารผ่านดาวเทียมนั้นมีพร้อมตอบสนองภัยพิบัติ 24 ชม. และเมื่อไปถึงก็ติดตั้งและเชื่อมต่อการสื่อสารได้เลย ไม่เหมือนการใช้เสาสัญญาณ คนใช้จะไม่รู้เลยว่าการสื่อสารนั้นเกิดผ่านดาวเทียม ก็จะเหมือนการใช้งาน WiFi ของ AIS แบบปกติ”
“ปฐมภพ” ยังกล่าวด้วยว่า ไทยคมมีประสบการณ์กับภัยพิบัติคู่กับคนไทยมาหลายครั้งตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิ น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แผ่นดินไหว และอื่น ๆ ซึ่งเน้นย้ำว่าดาวเทียมเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับจัดการภัยพิบัติที่ต้อง “เตรียมพร้อมเสมอ” หากมองไปข้างหน้าเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอก แต่หลายประเทศมีการเตรียมระบบการสื่อสารก่อนภัยพิบัติ
……….
น่าคิดว่าหากรัฐมีการเตรียมอุปกรณ์การสื่อสารผ่านดาวเทียม หรือการสื่อสารระบบสำรองอื่น ๆ เตรียมพร้อมอยู่ทั่วประเทศ หากเกิดเหตุภัยพิบัติที่ต้องใช้ ก็จะสามารถนำออกมาได้ทันที ไม่ต้องรอการขนส่งจากกรุงเทพฯไป หากเปิดใช้ได้เลยก็จะเกิดความต่อเนื่องในการสื่อสารอย่างมาก
แต่ครั้นจะเรียกว่าภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้เป็น Wakeup Call ให้ตระหนักในการเตรียมระบบการสื่อสารสำรองอื่น ๆ ไว้ทั่วประเทศ ก็เห็นจะเรียกเช่นนั้นไม่ได้
เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ต้องมาปลุกกันตื่นใหม่อีกครั้ง แล้วก็เงียบหายไปในกระแสอื่น ๆ