RICOH ประกาศทรานส์ฟอร์มสู่ “Digital Services Provider”
ริโก้ประกาศทิศทางธุรกิจยุคใหม่ทรานส์ฟอร์มสู่ “Digital Services Provider” โชว์นวัตกรรม Cloud และ AI ที่จะพลิกแนวคิดการทำงานและการบริหารข้อมูลของทุกองค์กรไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ จับมือพันธมิตรเปิดตัว 3 โซลูชั่น Cloud-AI-Smart Workflow พาองค์กรไทยสู่ Digital 2026
บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Imagine Change 2025-Cloud & AI Press Conference เปิดตัวทิศทางธุรกิจยุคใหม่ พร้อมโชว์นวัตกรรม Cloud และ AI ที่จะพลิกแนวคิดการทำงานและการบริหารข้อมูลของทุกองค์กรไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่โรงแรม Four Seasons Bangkok
นายจูเลี่ยน ไฟรเอ็ด ประธานบริษัท ริโก้ กล่าวเปิดงานว่า Cloud และ AI จะกลายเป็น “รากฐานของการตัดสินใจและระบบอัตโนมัติขององค์กรในอนาคต” พร้อมย้ำว่าเทคโนโลยีเหล่านี้คือหัวใจของการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ RICOH จากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ สู่ Digital Services Provider ที่พร้อมเป็น “Technology Backbone” พาองค์กรไทยสู่ Digital 2026

“ในวันนี้ องค์กรต้องเร่งเสริมทักษะดิจิทัล ปรับโครงสร้างการทำงาน ผู้ที่สามารถปรับตัวได้ก่อนจะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโต ในปี 2026 หากองค์กรใดยังลังเล ก็อาจถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง RICOH Thailand พร้อมผลักดันทุกองค์กรสู่อนาคตด้วยโซลูชั่น Cloud และ AI มาร่วมกันก้าวสู่ยุคใหม่ และปลดล็อกสู่อนาคตที่สามารถร่วมสร้างไปด้วยกัน Let’s lead it, let’s shape it, and let’s make it ours.”
ต่อด้วยการเปิดตัว RICOH Cloud & AI Solutions โดย นายศรีกรุง เจริญกรวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของริโก้ ซึ่งแนะนำ “Cloud, AI และ Data-Centric Organization” กับ 3 โซลูชั่นหลัก ได้แก่
1.Managed Cloud as a Service (MCaaS) บริการคลาวด์แบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การย้ายระบบขึ้นคลาวด์ ไปจนถึงการดูแลระบบหลังบ้าน พร้อมระบบกู้คืนข้อมูลภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อรับมือภัยไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีระบบแชร์และสำรองข้อมูลบน AWS ช่วยลดภาระทีมไอทีและยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล

2.Enterprise AI Solutions ที่ใช้งานได้จริงกับทุกองค์กร ได้แก่ AI Smart Workflow Assistant ในชื่อ “AiYU AI” ระบบแชตบอตสำหรับตอบคำถามอัตโนมัติและเชื่อมต่อกับเวิร์กโฟลว์ในองค์กร, Inspection AI ในชื่อ “Alpha AI” ตรวจสอบโครงสร้างอาคารด้วยโดรนและ AI ซึ่งแม่นยำกว่าสายตามนุษย์ ช่วยลดต้นทุนได้ 40-60%, Language AI ในชื่อ “Lango AI” แพลตฟอร์ม Upskill ภาษาแบบ Gamification และ KMAI+Private LLM รวมข้อมูลหลายระบบไว้ในที่เดียว ทำให้การเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรรวดเร็วและปลอดภัย
3) Smart Document & Workflow Management ซอฟต์แวร์จัดเก็บเอกสารแบบอัจฉริยะ ใช้ AI ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำดัชนีอัตโนมัติ
พร้อมเปิดเวทีความรู้จาก 2 พันธมิตรที่แข็งแกร่งของ RICOH Thailand ได้แก่ นายธัชกรณ์ วชิรมน CEO & Founder จาก Sertis บริษัทชั้นนำด้าน AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เชี่ยวชาญทั้งโซลูชั่นสำเร็จรูปและโซลูชั่นที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม บรรยายในช่วง “Visionary Partner Keynote” ชูแนวคิด “Private LLM” และ “KMAI” คือทางเลือกใหม่ของ AI สำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง


ขณะที่นายคณิน โชติวรรักษ์ จาก DailiTech บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cloud ซึ่งได้รับรางวัล AWS Partner of the Year ต่อเนื่อง 3 ปี บรรยายเรื่อง “Expert Insights” ถ่ายทอดแนวทางของ Cloud Innovation บน AWS ซึ่งเพิ่มความคล่องตัว ความปลอดภัย และประสิทธิภาพให้องค์กร
ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสกับเทคโนโลยีจริงของ Cloud และ AI ผ่าน Live Demonstration และทดลองใช้โซลูชั่นจริงใน Interactive Booths ภายในงาน ปิดท้ายด้วย Networking Lunch ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานในหลากหลายธุรกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แชร์มุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวขององค์กรสู่ยุค Digital 2026
ก้าวต่อไปของ RICOH Thailand คือการขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่อนาคต Cloud & AI ทำหน้าที่เป็น “Technology Backbone” ให้องค์กรไทยก้าวเข้าสู่ปี 2026 ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย องค์กรที่สนใจโซลูชั่น Cloud & AI แบบครบวงจร ติดต่อบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด Tel : 0-2088-1281 e-Mail : [email protected] Website : https://www.ricoh.co.th และ Facebook : https://www.facebook.com/RicohThailandLimited
