สาวกคอม-AI ตื่น AMD จ่อขึ้นราคา 10% ไตรมาส 4 นี้
AMD แจ้งปรับขึ้นราคาชิป 10% ทำตลาดตลาด PC และ AI ราคาขายปลีกแพงขึ้น ส่งท้ายปี
Finance Biggo ระบุว่า AMD แจ้งเตือนบรรดาพาร์ทเนอร์และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการแล้ว เกี่ยวกับแผนการปรับขึ้นราคาจัดส่งชิปประมาณ 10% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เป็นต้นไป
แรงกดดันจาก TSMC และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง
การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจาก TSMC (บริษัทรับผลิตชิปยักษ์ใหญ่จากไต้หวัน) ได้ปรับเพิ่มราคาค่าจ้างผลิตเวเฟอร์ (Silicon Wafers) บนเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง (เช่น ชิปขนาด 5nm, 3nm ไปจนถึง 2nm ในอนาคต) รวมถึงโหนดกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม
เนื่องจาก AMD เป็นบริษัทออกแบบชิปแบบ Fabless (ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง) จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือต่อรองราคาเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้นจาก TSMC ได้ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทให้อยู่ในระดับเป้าหมาย AMD จึงจำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนส่วนนี้ส่งต่อไปยังผู้ผลิตพาร์ทเนอร์และผู้บริโภค
กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
1. ชิปเร่งความเร็ว AI (AI Accelerators): ชิปประมวลผลระดับองค์กรและศูนย์ข้อมูล (Data Center)
2. การ์ดจอฝั่งเกมมิ่ง (Consumer GPUs): ชิปประมวลผลกราฟิกซีรีส์ Radeon ซึ่งนอกจากตัวชิปจะปรับขึ้นราคาแล้ว ตลาดการ์ดจอยังได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากราคาหน่วยความจำ GDDR6 / GDDR7 ที่แพงขึ้น จากการที่โรงงานสลับกำลังการผลิตไปทำหน่วยความจำ HBM สำหรับ AI
3. ชิปเซ็ตเมนบอร์ด (Motherboard Chipsets): ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก การขึ้นราคาชิปเซ็ตจะส่งผลให้ต้นทุน BOM (Bill of Materials) ของผู้ผลิตเมนบอร์ดรายใหญ่ เช่น ASUS, MSI และ GIGABYTE สูงขึ้น และทำให้ราคาขายปลีกเมนบอร์ดแพงขึ้นตามไปด้วย
4. ซีพียูระดับผู้บริโภค (Client CPUs / Ryzen): แม้ในรายงานจะยังไม่ได้ระบุถึงกลุ่มซีพียู Ryzen อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากใช้สายการผลิตของ TSMC เช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับผลกระทบในระลอกถัดไป
การปรับขึ้นราคาส่งมอบชิป 10% จาก AMD สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อตลาด DIY PC และอุปกรณ์ไอทีทั้งการ์ดจอ เมนบอร์ด และชิป AI จะมีราคาขายปลีกที่สูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ใครที่วางแผนจะประกอบคอมพิวเตอร์หรืออัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ อาจต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้น หรือพิจารณาตัดสินใจก่อนที่สินค้าล็อตใหม่ปรับราคาจะเข้าสู่ตลาด