เร้ดแฮท เร่งเครื่อง ผนึกกำลังพันธมิตร รุกตลาด “การเงิน-ยานยนต์”
เร้ดแฮท ระบุ โควิด-5G ทำตลาดไฮบริดคลาวด์โตพรวด แรงงานไอทียังขาดหนัก เหตุเพราะไม่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเดินหน้าจับมือพันธมิตรรอบด้านรุกตลาดใหม่ เจาะกลุ่ม “การเงิน-ยานยนต์”
นายแฟรงก์ เฟลด์มันน์ รองประธาน APAC Office of Technology เร้ดแฮทเอเชียแปซิฟิก ผู้ให้บริการโอเพ่นซอร์สโซลูชั่น กล่าวในงาน “Red Hat Summit 2021” ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะโครงข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการส่งข้อมูล องค์กรโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงนำเทคโนโลยีไฮบริดคลาวด์มาใช้ในการพัฒนาระบบ และวางโครงสร้างพื้นฐานของบริการ รองรับปริมาณงานในองค์กรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อพัฒนาบริการให้สอดรับกับความต้องการในทุกแง่มุม
“องค์กรจะต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า และเร่งพัฒนาบริการต่าง ๆ ออกสู่ตลาดให้เร็วขึ้น ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานควบคู่กันไปด้วย โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเร้ดแฮทได้เข้าซื้อกิจการ StackRox ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านความปลอดภัย เพื่อเสริมศักยภาพบริการไฮบริดคลาวด์ของเร้ดแฮทให้มีความปลอดภัยมากขึ้น”
การพัฒนาโซลูชั่นแล้วโยนลงตลาดโดยไม่คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค จะทำให้การลงทุนสูญเปล่า เร้ดแฮทจึงให้ความสำคัญกับทีม R&D (Research and Development) จัดอบรมและพัฒนาทักษะดิจิทัลอยู่เสมอ ขณะที่ภาพรวมบุคลากรไอทีในตลาดแรงงานก็ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนอยู่ เนื่องจากบุคลากรที่มีอยู่มักไม่พัฒนาทักษะตนเองให้รับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
อย่างไรก็ตามธุรกิจไฮบริดคลาวด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่อนข้างเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เช่น อินเดียที่แม้จะมีโควิด-19 จะระบาดอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความต้องการใช้งานลดน้อยลง ญี่ปุ่นที่ล่าสุดจับมือกับไอบีเอ็ม ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลก ซึ่งจะทำให้เร้ดแฮดได้ฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาบริการด้านไฮบริดคลาวด์ในตลาดออสเตรเลียและสิงคโปร์เพิ่มเติมด้วย
นายแฟรงก์ ยังเปิดเผยอีกว่า การลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้คือ การก้าวเข้าไปในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งจะมีการจับมือกับบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่เพื่อสนับสนุนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G ส่วนเร้ดแฮทก็จะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีด้านอื่น ๆ อย่างบริการไฮบริดคลาวด์ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเจาะตลาด FSI (Financial Security และ Insurance) เพื่อให้ภาคการเงินและการธนาคารขับเคลื่อนสู่ดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าที่เจาะกลุ่มสถาบันการเงินในอินโดนิเซีย โดยที่ผ่านมาได้จับมือกับกลุ่มธนาคารออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงก์กิ้ง กรุ๊ป (ANZ) เพื่อวางโซลูชั่นบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตแล้ว
นอกจากนี้ในงานยังได้พูดถึงซอฟต์แวร์โซลูชั่นใหม่ อาทิ “Apache Kafka” ระบบซอฟต์แวร์สำหรับอีเวนต์สตรีมมิ่ง “OpenShift Data Science” โซลูชั่นไฮบริดคลาวด์ สำหรับพัฒนาแอปพลิเคชั่น และเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) และ “OpenShift API” สำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน ช่วยให้เชื่อมต่อกับระบบและข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น