คลังเปิดขั้นตอนแจกเงินให้ปชช.เที่ยวเมืองรอง-ลงทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ก่อน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้สศค.อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงบประมาณถึงเงินนำมาใช้โครงการพยุงเศรษฐกิจไตรมาส 2 และ 3 ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พยายามสรุปให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอครม.วันที่ 30 เมษายน 2562 โดยมาตรการเริ่มใช้ทันทีในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งต้องการให้มาตรการออกมาเร็วและเร่งด่วนเพื่อนำมาพยุงเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสนี้ทันที

นายลวรณกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวแจกเงินคนละ 1,500 บาท สำหรับประชาชน 10 ล้านคนนั้น ขณะนี้สศค.กำลังดูตัวเลขถ้า 1,500 บาทต่อคนเงินไม่พอ อาจจะเหลือแค่ 1,000 บาทต่อคนก็ได้ โดยประชาชนเข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติคือเป็นคนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องเที่ยวในจังหวัดรอง 55 จังหวัดที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน ซึ่งจะมีการทำเว็บไซต์กลางขึ้นมาเพื่อให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และต้องเลือกจังหวัดที่จะไปท่องเที่ยว 1-3 อันดับ โดยต้องลงทะเบียน เพราะจะให้รู้ว่าใครมาก่อนมาหลัง กรณีมีผู้มาลงทะเบียนเกินกว่า 10 ล้านคน ให้อยู่ในระบบสำรองไว้ก่อน หากผู้ที่ลงทะเบียนรอบแรกไม่ได้เดินทางไปจริง คนที่สำรองไว้จะได้สิทธิ์แทน

นายลวรณกล่าวว่า หลังจากลงทะเบียนต้องเดินทางไปยังจังหวัดที่เลือกไว้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งเบื้องต้นสศค.กำหนดให้เดินทางท่องเที่ยวภายในไตรมาส 2 เมื่อเดินทางไปถึงจังหวัดที่เลือกไว้แล้วต้องยืนยันตัวตน ซึ่งกำลังดูวิธีว่าจะทำอย่างไร เช่น นำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ศูนย์การท่องเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะโอนเงินเข้าไปยังพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนผูกกับบัตรประชาชนไว้ หรือโอนให้ยังบัญชีอีวอลลเล็ท เพื่อให้นำไปใช้จ่าย โดยวิธีการใช้จ่ายเงินนั้น สศค.กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ใช้อย่างไร เช่น กดเป็นเงินสด หรือใช้จากบัตร เพื่อให้เงินดังกล่าวถูกใช้จริงในจังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัดจริง

“การเดินทางจะต้องเติมน้ำมัน หรือต้องซื้อตั๋วโดยสารเดินทาง รวมถึงต้องมีการกิน ใช้จ่าย คิดว่าเบื้องต้นเงินดังกล่าวจะถูกใช้ในเมืองรองจำนวนหนึ่ง และคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปถึงแล้วอย่างน้อยก็ต้องทานอาหาร”นายลวรณกล่าว

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

Previous article‘แมนฯ ยู’ พ่าย ‘เรือใบ’ คาบ้าน 0-2 ส่อดับฝัน ‘หงส์แดง’ ถึงแชมป์
Next articleดีเดย์1มิ.ย. ขึ้นค่าแรงทั่วประเทศ 2-10 บาท “กทม.-ภูเก็ต”เพิ่มสูงสุด