“แอร์เอเชีย”ท้าแข่งฟูลเซอร์วิส ยกระดับโปรแกรมสะสมคะแนนเอาใจลูกค้า

“แอร์เอเชีย” ทุ่มปรับโฉมบริการชิงผู้โดยสารแข่งสายการบินแบบฟูลเซอร์วิส รุกเปิดตัว “ฟรีดอม ฟลายเออร์ โปรแกรม” โปรแกรมสะสมคะแนนรูปแบบใหม่ของสมาชิก “แอร์เอเชีย บิ๊ก” เผยยิ่งเดินทางมากคะแนนยิ่งทวีคูณ พ่วงด้วยสิทธิพิเศษอีกเพียบ พร้อมผุดบริการใหม่ “แอร์เอเชีย เรด คาร์เปต” รองรับไลฟ์สไตล์ผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางตั้งแต่เช็กอินกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินได้เปิดตัวฟรีดอม ฟลายเออร์ โปรแกรม (Freedom Flyer Programme) โปรแกรมสะสมคะแนนรูปแบบใหม่ของสมาชิกแอร์เอเชีย บิ๊ก เพื่อสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับลูกค้าที่ใช้บริการกับสายการบินแอร์เอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยคะแนนสะสมจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการบินของลูกค้า ยิ่งลูกค้าใช้จ่ายกับแอร์เอเชียมากเท่าไร ก็จะยิ่งได้รับคะแนนสะสมมากขึ้นเท่านั้น

พัฒนาโปรแกรมสะสมคะแนน

นายเฟอร์นานเดสกล่าวว่า การพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมสะสมคะแนนรูปแบบใหม่ครั้งนี้ ทางกลุ่มบริษัทใช้งบฯลงทุนราว 20 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 160 ล้านบาท โดยโปรแกรมดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์แอร์เอเชีย ซึ่งระบบสถานะสมาชิกรูปแบบใหม่นี้จะต่างจากรูปแบบเดิมซึ่งเปิดตัวไปครั้งแรกเมื่อปี 2011 ซึ่งไม่มีสถานะและลำดับขั้นของสมาชิก


สำหรับโปรแกรมใหม่นี้ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ บัตรแดง สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการแอร์เอเชียไม่เกิน 13 เที่ยวบินต่อปี, บัตรทอง ใช้บริการ 14-23 เที่ยวบิน, บัตรแพลทินัม ใช้บริการ 24-49 เที่ยวบิน และบัตรดำ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการบินกับแอร์เอเชีย 50 เที่ยวบินขึ้นไปต่อปี โดยสถานะและลำดับขั้นของสมาชิกจะแปรผันตามจำนวนเที่ยวบินของแอร์เอเชียที่มีการใช้บริการในระยะเวลา 12 เดือนก่อนหน้า

บินแอร์เอเชียเอ็กซ์ได้แต้มคูณ 2

นอกจากนี้ทุกการใช้จ่าย 10 ริงกิตมาเลเซีย สมาชิกบัตรแดงจะได้รับคะแนนบิ๊กพอยต์สูงสุด 20 พอยต์ ขณะที่บัตรทองจะได้รับคะแนน 40 พอยต์ บัตรแพลทินัม 70 พอยต์ และบัตรดำ 120 พอยต์ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น

ขณะที่การใช้บริการเส้นทางบินระยะไกลของสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ และการใช้บริการต่อเที่ยวบิน (Fly Thru) จะคิดเป็น 2 เที่ยวบิน และได้รับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่าของการใช้บริการเที่ยวบินปกติ ซึ่งจะทำให้การเปลี่ยนสถานะของสมาชิกปรับเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น

500 คะแนนแลกตั๋วบินได้ฟรี

“การสะสมบิ๊กพอยต์ของเราไม่มีวันหมดอายุ ยกเว้นในกรณีที่สมาชิกไม่มีการใช้บริการของเราเป็นระยะเวลา 36 เดือนติดต่อกัน” นายเฟอร์นานเดสกล่าว

และว่า ส่วนรูปแบบการแลกคะแนนบิ๊กพอยต์เพื่อรับตั๋วเครื่องบินนั้น ได้ถูกออกแบบใหม่ให้เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของสมาชิก ประกอบด้วย บริการ Final Call Sale เลือกจองที่นั่ง (มีจำนวนจำกัด) ในราคาลด 90% จากราคาสูงสุด สำหรับเดินทางภายใน 60 วัน ข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับ Final Call Sale คือ ลูกค้าสามารถใช้คะแนนเริ่มต้นเพียง 500 คะแนนบิ๊กพอยต์สำหรับการเดินทางขาเดียว 1 ที่นั่ง บริการ BIG Fixed Points เลือกจองที่นั่ง (มีจำนวนจำกัด) ในราคาลด 70% จากราคาสูงสุดสำหรับเดินทางภายใน 365 วัน โดยจำนวนคะแนนที่ใช้แลกจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของเที่ยวบินนั้น ๆและบริการ Market Fare Redemption ในกรณีที่เที่ยวบินใด ๆ ไม่มีที่นั่งเหลือสำหรับการแลกคะแนนแบบ Final Call Sale หรือ BIG Fixed Points ลูกค้าสามารถแลกตั๋วเครื่องบินได้ในราคาปกติ โดยใช้บิ๊กพอยต์แทนเครดิตเงินสด ซึ่งราคา 1 ริงกิตมาเลเซีย จะเท่ากับ 100 คะแนนบิ๊กพอยต์ สำหรับเงินสกุลอื่น ๆ จะขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น

อีก 3 ปีผู้โดยสารทะลุ 30 ล้าน

นายเฟอร์นานเดสกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโปรแกรมสะสมคะแนนรูปแบบใหม่ครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจของกลุ่มแอร์เอเชีย โดยเฉพาะเรื่องของยอดขายตั๋วเครื่องบิน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) ของเที่ยวบินในกลุ่มแอร์เอเชีย และหนุนให้มีผู้โดยสารมากขึ้นด้วย จากปัจจุบันกลุ่มแอร์เอเชียมีจำนวนผู้โดยสารรวมกว่า 70 ล้านคนต่อปีแล้ว

“เรายังอยากสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ๆ ให้กับสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ ว่ามีคุณภาพบริการที่ดี เทียบเท่าสายการบินฟูลเซอร์วิส โดยปัจจุบันมียอดสมาชิกเข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนนของแอร์เอเชียบิ๊กแล้วกว่า 13 ล้านคน เราตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30 ล้านคน ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ยอดสมาชิกในประเทศไทยปัจจุบันมีกว่า 1.8 ล้านคนแล้ว”

ยันเดินหน้าพัฒนาบริการต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้นายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ผู้โดยสารของแอร์เอเชียในปัจจุบันมีการขยายกลุ่มและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยังมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่เลือกบินราคาประหยัด ที่มีเส้นทางและความถี่บินต่อวันให้เลือกมาก แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทาง ตั้งแต่ขั้นตอนเช็กอินจนถึงปลายทาง สายการบินจึงเปิดบริการใหม่ชื่อ “AirAsia Red Carpet” เพื่อเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้โดยสารยิ่งขึ้น

โดยผู้โดยสารที่ใช้บริการ AirAsia Red Carpet จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้น ตั้งแต่การเช็กอินที่เคาน์เตอร์เฉพาะ การพักผ่อนสบาย ๆ ในห้องรับรองพิเศษก่อนขึ้นเครื่อง สูงสุด 2 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมอาหารเเละเครื่องดื่ม รวมทั้งบริการเรียกขึ้นเครื่องก่อนใคร และรับสัมภาระก่อนใคร ฯลฯ ซึ่งผู้สนใจสามารถเลือกซื้อบริการเสริมนี้ได้ที่เมนูจัดการบุ๊กกิ้งในราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาทสำหรับเส้นทางในประเทศ และ 1,000 บาทสำหรับต่างประเทศ และผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (Fly Thru)