เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

รัฐปลุกท่องเที่ยว 2.2 หมื่นล้าน “กลุ่มทุนใหญ่” กินเรียบ

18 มิ.ย. 2563 | 07:45น.
ทะเล ท่องเที่ยว เที่ยวปันสุข

รัฐอัดงบฯ 2.2 หมื่นล้านหว่านเงินปลุกท่องเที่ยวในประเทศสารพัด ให้เที่ยวฟรี-ช่วยจ่ายค่าโรงแรม ที่พัก- ตั๋วเครื่องบิน 40% มีเอ็กซ์ตร้าให้จ่ายในร้านอาหาร-สถานที่ท่องเที่ยว สทท.มั่นใจหนุนบรรยากาศคึกคัก ยันมาตรการเข้าไม่ถึงทุกซัพพลายเชน กลุ่มทุนโรงแรมใหญ่กินเรียบทุกมาตรการ ททท.คาดสร้างรายได้ทั้งทางตรง-ทางอ้อม 7 หมื่นล้าน

ตามที่กระทรวงการคลังได้มีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหลังจากที่ประกาศคลายล็อกทางธุรกิจ ภายใต้กรอบวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย

อนุมัติ 3 โครงการ 2.4 หมื่นล้าน

โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา มติอนุมัติงบประมาณรวม 22,400 ล้านบาท สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย จัดทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว ในช่วงระหว่าง 1 กรกฎาคม-31 ตุลาคม 2563 รวม 4 เดือน จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการกำลังใจ ภายใต้งบประมาณ 2,400 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยว โดยรัฐสนับสนุนค่าเดินทางของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาดูงานต่างจังหวัดฟรี โดยใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐจะสนับสนุนงบประมาณเดินทางไม่เกินคนละ 2,000 บาท สำหรับการเดินทางไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน โดยคาดว่าจะทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนอย่างน้อย 6,500 ล้านบาท และประเมินว่าจะมีผู้ประกอบการนำเที่ยวได้รับประโยชน์รวม 13,000 ราย

2.โครงการเราไปเที่ยวกัน ภายใต้งบประมาณ 18,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก โฮมสเตย์ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมที่พักในลักษณะร่วมจ่าย (copay) จำนวน 5 ล้านคืน (room night) ในอัตราร้อยละ 40 ของค่าห้องพัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน) นักท่องเที่ยวจ่ายค่าที่พักเอง 60% นอกจากนี้ รัฐยังสนับสนุน

ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะแจ้งรายชื่อแก่ธนาคารกรุงไทย จำนวน 600 บาทต่อห้องต่อคืน ในรูปแบบ e-Voucher ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน) โดยจะต้องมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้านของประชาชนผู้จองห้องพัก โดยคาดว่ากลุ่มโรงแรม ที่พัก จะได้รับประโยชน์จำนวน 24,700 แห่ง และมีร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จำนวน 36,755 ร้าน

และ 3.โครงการเที่ยวปันสุข ภายใต้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินในประเทศ โดยรัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งด้านการท่องเที่ยว 3 กลุ่ม คือ สายการบินภายในประเทศ, รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่า ในอัตราร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งนี้ คนที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องจองที่พักในโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” เท่านั้น โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง 2 ล้านคน-ครั้ง

ห่วงงบฯเข้าไม่ถึงทุกเซ็กเตอร์

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวดังกล่าวจะช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศให้เกิดความคึกคัก และเกิดการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน เพราะคนที่ได้รับสิทธิ์คงออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ สทท.เป็นห่วงและให้ข้อมูลภาครัฐมาตลอด คือ อยากให้มาตรการฟื้นฟูของรัฐเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกเซ็กเตอร์อย่างแท้จริง

“มาตรการที่ออกมากลุ่มธุรกิจที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ โรงแรม แต่ที่เป็นห่วงอีกประเด็นหนึ่ง คือ แนวทางดังกล่าวยังกระจุกอยู่กับกลุ่มรายใหญ่เท่านั้น สุดท้ายยังมองว่ากลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นคงไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก”

Advertisement

รับภาพรวมออกมาดีเกินคาด

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช รองประธานฝ่ายยุทธศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) แสดงความเห็นว่า มาตรการที่ออกมาโดยรวมถือว่าดีเกินคาดสำหรับโครงการเราไปเที่ยวกัน เพราะขยายฐานให้สิทธิ์คนไปเที่ยวถึง 5 ล้านคน จากเดิมที่อยู่ที่ 4 ล้านคนเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกจำนวนมาก จากรูปแบบเดิมที่คุยกันว่ารัฐบาลจะใส่เงินในแอปพลิเคชั่นให้ผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 3,000 บาท หากผู้ใช้เติมเงินเข้าไปอีก 2,000 บาท และใช้จ่ายหมดครบ 5,000 บาท ในวันที่เช็กเอาต์โรงแรม รัฐบาลจะจ่ายเพิ่มให้ 600 บาท

“มาตรการใหม่รัฐบาลจ่ายให้ 40% สูงสุดถึง 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน และสูงสุดถึง 5 คืน และจ่ายเพิ่มอีก 600 บาทต่อห้องต่อคืนสำหรับนำใช้จ่ายกับร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว โครงการนี้ถือว่ากลุ่มธุรกิจโรงแรมได้รับไปเต็ม ๆ แต่สิ่งที่เป็นห่วง คือ โรงแรมที่จะเข้าร่วมยังจำกัดเพียงแค่โรงแรมที่มีใบอนุญาติที่ถูกต้องเท่านั้น นั่นหมายความว่ากลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ ไม่ใช่กลุ่มเอสเอ็มอี จึงมองว่าการช่วยเหลือก็ยังไม่กระจายทั่วถึงอย่างที่เราอยากให้เป็น” นายยุทธชัยกล่าว

หวั่นบริษัทนำเที่ยวล้มหาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ การช่วยเหลือกลุ่มบริษัทนำเที่ยว ที่เป็นตัวกลางในการกระจายเงินรายได้จากนักท่องเที่ยวออกไปสู่ซัพพลายเชนต่าง ๆ นั้นยังได้รับการดูแลที่น้อยมาก แม้ว่ามาตรการของ “โครงการกำลังใจ” ที่พา อสม. และ รพ.สต. เที่ยวฟรี 1.2 ล้านคนนั้นจะระบุให้ดำเนินการผ่านบริษัทนำเที่ยว แต่งบประมาณที่ลงมาจำนวน 2,000 บาทต่อคนนั้นถือว่าต่ำมาก ต่ำจนบริษัทนำเที่ยวแทบจะไม่สามารถทำธุรกิจ

“ในส่วนของกลุ่มบริษัทนำเที่ยวนั้นตอนนี้ทุกคนใกล้หมดลมหายใจกันแล้ว ทั้งกลุ่มที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า หรืออินบาวนด์ นักท่องเที่ยวขาออก หรือเอาต์บาวนด์ และตลาดไทยเที่ยวไทย ส่วนตัวมองว่าเซ็กเตอร์จะล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก หรือบางส่วนที่ยังไม่ตายก็จะเปลี่ยนอาชีพไปเลย ซึ่งหากภาครัฐมองข้าม และถ้าไม่มีบริษัทนำเที่ยว โครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยก็จะขาดหน่วยงานที่ช่วยรัฐทำการตลาด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในเมืองไทยไปแน่นอน” นายยุทธชัยกล่าว

ห่วงทัวร์ อสม.ด้อยคุณภาพ

นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า มาตรการนี้มีเจตนาดีที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังเป็นกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการการช่วยเหลือของภาครัฐ แต่มาตรการที่ออกมาถือว่ายังไม่กระจายเข้าถึงทุกเซ็กเตอร์ด้านการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือมากที่สุดจากมาตรการนี้ คือ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก และแม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด แต่ก็ยังไม่กระจายทั่วถึง เนื่องจากรัฐมีมาตรการว่าจะต้องใช้บริการโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

“ประเด็นที่เรายังมองเหมือนเดิม คือ โครงการพา อสม.และ รพ.สต. จำนวน 1.2 ล้านคนเที่ยวฟรี ภายใต้งบฯ 2,000 บาทต่อคนนั้นเป็นอะไรที่ต่ำเกินไป เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องมาตรฐานการให้บริการว่าจะต่ำตามไปด้วย ขณะที่บริษัทนำเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลอยากช่วยนั้นก็แทบจะไม่เหลือกำไรเลย” นายภูริวัจน์กล่าว

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการที่ได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะสร้างรายได้รวม 70,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ทางตรงกว่า 45,000 ล้านบาท และสร้างรายได้หมุนเวียนทางอ้อมอีกกว่า 25,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 35,000 ตำแหน่ง รวมถึงกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ได้ราว 0.27% และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศประมาณ 0.5%

“เชื่อว่าการลงทุนงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท นี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะแค่เพียงรายได้ทางตรงก็มากกว่า 45,000 ล้านบาทแล้ว ยังไม่รวมกับรายได้ทางอ้อมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในภาวะที่เราไม่สามารถพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติได้ จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเชื่อว่าจะทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยกว่า 80-100 ล้านคน-ครั้งได้” นายยุทธศักดิ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อสม. เที่ยวปันสุข