ททท.จัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2565” 18-22 ก.พ. 2565 ที่สวนลุมพินี สัมผัส 9 โซนสะท้อนเทรนด์ท่องเที่ยว-เอกลักษณ์จากทุกภาค จัดเต็มผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ร้านอร่อยทั่วไทย พร้อมโชว์จากศิลปินหลากหลายรุ่นและแนวดนตรีการแสดง
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2565 ครั้งที่ 40 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 กุมภาพันธ์ 2565 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ถือเป็นกิจกรรมที่สะท้อนความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่ และตอกย้ำภาพลักษณ์เรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับมาท่องเที่ยวไทย
โดยผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามมาตรการ ดังนี้
– ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนการเข้างาน โดยจะต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส
– ลงทะเบียนเข้า-ออก จากสถานที่ ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ “ไทยชนะ”
– แสดงหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีน ครบ 2 เข็ม (หรือครบโดส) หรือแสดงใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK ผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
– แสดงหลักฐานการลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าหรือที่นั่งในแต่ละโซนกิจกรรม ผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ
ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส และไม่มีใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิดข้างต้น ภายในงานมีจุดให้บริการตรวจ ATK ในราคา 35 บาท โดยติดตั้งแอปพลิเคชั่น Doctor Anywhere หากพบว่ามีผลตรวจเป็นบวก จะดำเนินการส่งเข้ารักษาพยาบาลตามระบบ สปสช. ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการตรวจโซนแรกที่เข้าชมจะได้รับสติ๊กเกอร์ และสามารถเข้าโซนอื่นโดยไม่ต้องตรวจซ้ำ
(ข้อมูลอัพเดต 11 ก.พ. 2565) ภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2565 มีการแบ่งเป็น 9 โซน ได้แก่
Zone1 : โฉมใหม่ท่องเที่ยวไทย AMAZING NEW CHAPTERS มีตัวอย่างพื้นที่ เช่น
พื้นที่ Coffee Showcase : นำเสนอเมล็ดกาแฟจากทั่วประเทศ เช่น กาแฟบ้านขุนลาว จ.เชียงราย, กาแฟโรบัสต้า จ.ชุมพร, กาแฟดอยผาหมี จ.เชียงราย, กาแฟบ้านผาฮี้ จ.เชียงราย
พื้นที่ Metaverse : พบประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี VR, AR และ XR นำนักท่องเที่ยวไปทำความรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวไทย ผ่านจอ Touch Screen และการท่องโลกเสมือนจริงด้วยแว่น Oculus
พื้นที่ Board Game : อีกโลกความสนุกจากงานวิจัยเรื่องชนเผ่าชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยว ผ่าน Board Game ประกอบด้วย 3 เกม ได้แก่ เกมนักสืบชาติพันธุ์ เกมปริศนาโลงไม้ และเกมนักสืบของอดีต วันธรรมดาเล่นวันละ 2 รอบ 16.00 น. และ 18.00 น. เสาร์อาทิตย์อาจเพิ่มเป็น 3 รอบ คือ เวลา 14.00 น. 16.00 น. และ 18.00 น.
พื้นที่เวที : พบกับกิจกรรมการแสดงดนตรีและพูดคุยในแบบแคมป์เบา ๆ เพลิน ๆ จากศิลปินและนักแสดงชื่อดัง เช่น กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, ส้ม-มารี, โอ๊ต ปราโมทย์ และป็อป ปองกูล ยกรายการ Camp ปลิ้น มาร้องเล่า เอาฮา ประสาคนเคยแคมป์ และวง เดอะ พาคินสัน
Zone 2 : หมู่บ้านภาคตะวันออก มีตัวอย่างแลนด์มาร์กและกิจกรรม เช่น
– ซุ้มประตูสวนลอยฟ้า ออกแบบและตกแต่งจากสวนนงนุชพัทยา
– การนำเสนอสินค้าชุมชน OTOP เช่น สานกระเป๋ากระจูด การทอเสื่อกก การทำผ้ามัดย้อมสีลูกจาก
– นำเสนอร้านลับ ร้านอาหารท้องถิ่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดปู หมูชะมวง จันรอนย่าง ข้าวหลามหนองมน สับปะรดตราดสีทอง น้ำมะยงชิด และของฝากขึ้นชื่อ เช่น อาหารทะเลแปรรูป ไส้กรอกวังรี กุ้งเหยียด ทุเรียนทอด
– การแสดงชุด Awaken Apaimanee โชว์หุ่นละครเล็กจากโจหลุยส์ สร้างสรรค์ร่วมกับ Lighting Show ถ่ายทอดวรรณคดีไทยเรื่อง “พระอภัยมณี” ของสุนทรภู่
– การแสดงคาบาเร่ต์โชว์ ดึงดูดผู้ชมด้วยเครื่องแต่งกายและเสียงเพลง เน้นการเต้นและร้องลิปซิ้งประกอบเพลง
– การแสดงวงดนตรีจากภาคตะวันออก กลุ่มนักดนตรีอิสระจากภาคตะวันออก ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
นอกจากนี้ ในเวลา 19.30-21.00 น. ของทุกวัน ผู้ร่วมงานยังได้สนุกกับการแสดงดนตรีจาก Serious Bacon (18 ก.พ.), เอ๊ะ จิรากร (19 ก.พ.), Three Man Down (20 ก.พ.), Tilly Birds (21 ก.พ.) และ สิงโต นำโชค (22 ก.พ.)
ตารางเวลากิจกรรมและการแสดงโซนหมู่บ้านภาคตะวันออก เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565

Zone 3 : หมู่บ้านภาคกลาง มีตัวอย่างแลนด์มาร์กและกิจกรรม เช่น
– ตะกรุดยักษ์มหารอดจำลอง วัดป่าสัก จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นตะกรุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้นักท่องเที่ยวได้มากราบสักการะ
– ร้านอาหารอร่อยเด็ด 7 ย่านน้ำในภาคกลาง พร้อมจำลองบรรยากาศตลาดย้อนยุค เน้นความเก๋ไก๋สไตล์ย้อนยุค ย้อนวันวานด้วยอาหารนานาชนิด
– ร้านค้าชุมชน สินค้า OTOP รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ ผ่าน TOCA Platform
– สนุกและเรียนรู้ไปกับกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ เช่น การปักผ้าโบราณ “ผ้าลายอย่าง” สาธิตการวาดหัวโขน การปั้นตุ๊กตาชาววัง การปั้นและเพนต์โอ่งจิ๋ว การฉลุลาย-ลงรักปิดทอง
– การแสดงหนังใหญ่วัดขนอน การแสดงโขนคณะศิษย์นาฏศิลป์ การแสดงหุ่นละครเล็ก รำวงย้อนยุค ลำตัด ลิเกเพลงฉ่อย และการแสดงต่าง ๆ บนเวทีอีกมากมาย
Zone 4 : หมู่บ้านภาคเหนือ มีตัวอย่างแลนด์มาร์กและกิจกรรม เช่น
– ข่วงตาแจ้ง (Tea & Coffee Culture) : นำเสนอร้านชา ร้านกาแฟ/ไร่ชา ไร่กาแฟที่มีชื่อเสียงของภาคเหนือ 10 ร้าน เช่น กาแฟคั่วสวนชูใจ จ.เชียงใหม่ Choojai Organic Farm, Erabica Coffee จ.น่าน
– กิจกรรมการแสดงพื้นเมืองที่บอกเล่าวิถีชีวิต เทศกาล งานประเพณีในอดีตที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงดนตรีประยุกต์ ผสมผสานกันระหว่างดนตรีพื้นเมืองกับดนตรีสมัยใหม่ เช่น ประเพณีปอยส่างลอง หรือ งานบวชลูกแก้ว
– กาดหมั้ว : นำเสนออาหารภาคเหนือ 33 ร้านค้า เช่น ไส้อั่วอิงกว๊านพะเยา จ.พะเยา ก๋วยเตี๋ยวลาบเมืองเขลางค์นคร จ.ลำปาง ข้าวเปิ๊บบ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย เป็นต้น
นอกจากนี้ ในเวลา 19.30-20.30 น. ของทุกวัน ผู้ร่วมงานยังได้สนุกกับการแสดงดนตรีจาก เตวิชญ์ (18 ก.พ.), ไม้เมือง (19 ก.พ.), กระแต อาร์สยาม (20 ก.พ.), SL Music (21 ก.พ.) และปู่จ๋านลองไมค์ (22 ก.พ.)
ตารางเวลากิจกรรมและการแสดงโซนหมู่บ้านภาคเหนือ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565

Zone 5 : หมู่บ้านภาคใต้ มีตัวอย่างแลนด์มาร์กและกิจกรรม เช่น
– โซน Roi-Licious นำเสนอศิลปะของอาหารปักษ์ใต้ ด้วยรสจัดจ้านหรอยแรง (30 บูท) เช่น ขนมหวานป้ากี้ จ.พัทลุง, เจ๊ติ้งซาลาเปาทับหลี จ.ระนอง, สามช่องซีฟู๊ด (มิชลินไกด์ 2022) จ.พังงา, ร้านเจริญข้าวมันไก่เบตงพันธ์ุแท้ จ.ยะลา, ลูกชิ้นปลาเก็จมุกดา จ.ภูเก็ต
– โซน ก็มาดิ Craft ร่วมชมสาธิต และทำกิจกรรม DIY handmade (8 บูท) เช่น ผลิตภัณฑ์จากลูกปัดโนรา, ผ้าบาติก
– การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านจากวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง การแสดงมโนห์รา ศิลปะที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก UNESCO และการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ เอกชัย ศรีวิชัย และวงพัทลุง
Zone 6 : หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอเรื่องราวในมุมมองใหม่ ๆ ผ่านสินค้าทางการท่องเที่ยว เชื่อมโยงวัฒนธรรมประเพณีฮีตสิบสองคลองสิบสี่ โดยมีตัวอย่างแลนด์มาร์กและกิจกรรม เช่น
– จำลองเวทีการแสดงหมอลำภาคอีสาน จากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด และวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา ทั้งผสมผสานการแสดงให้ทันสมัยและร่วมสมัยมากขึ้น
– กิจกรรมสาธิตและชุมชนท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจการท่องเที่ยวชุมชนเชื่อมโยงประเพณีฮีตสิบสองคลองสิบสี่ เช่น มาลัยข้าวตอก บุญกระธูปออกพรรษา ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน
– ชวนหลงใหล มนต์เสน่ห์ของผ้าอีสาน 20 จังหวัด รวบรวมโอท็อประดับ 5 ดาวที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ อาทิ ผ้าไหมแพรวา ผ้าย้อมคราม
– สัมผัสความแซบนัวของอาหารถิ่นภาคอีสานรวบรวมเมนูเด็ดจากร้านดังจากภาคอีสาน 20 จังหวัด อาทิ ส้มตำ ไก่ย่างเขาสวนกวาง โคขุนภูเขาไฟ
Zone 7 : STREET FOOD กทม.
พบกับ Bangkok Street Food อาหารเด็ดของกรุงเทพฯ ของดีบางกอก 50 ร้าน เช่น ไอติมลืมผัว ชุมชนน้ำใสดอกไม้สวย, ขนมบดิน (มะอ๊ะ) มัสยิดมหานาค, หอยจ๊อเยาวราช สูตรดั้งเดิมกว่า 50 ปี, ขนมก๋วยตั๊ส ชุมชนกุฎีจีน, ยืนพื้น ก๋วยจั๊บน้ำข้น, น้ำพริกแม่เล็ก (สุบินฯ) ข้าวแช่แม่เฉลียว, จินดา แกงไตปลาคั่วกลิ้ง, ผัดไทป้าแมว, น้อยหน่าขนมไทย
Zone 8 : เวทีกลาง (MAIN STAGE)
– วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับการแสดง อาทิ พิธีเปิดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยและพิธีเปิดปีท่องเที่ยวไทย2565 และการแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัย ชุด “นาฏยนวัตกรรมท่องเที่ยวไทย”
– วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับการแสดง อาทิ การแสดงดนตรีในสวน “สวนพลูคอรัส” การแสดงจากศิลปิน เป๊กกี้ ศรีธัญญา และ INDIGO
– วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับการแสดง อาทิ การประกวดเทพีเทศกาลเที่ยวเมืองไทย และการแสดงทางวัฒนธรรม “โขน”
– วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับการแสดง อาทิ การแสดงดนตรีในสวน “สวัสดีโชว์” และการแสดงจากศิลปินสุนทราภรณ์ feat.อลิส Golden song
– วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับการแสดง อาทิ การแสดงจากศิลปิน “จุลโหฬาร” การแสดงทาง
– วัฒนธรรม “โนราห์เทพ ศรัทธา”
ตารางเวลากิจกรรมและการแสดงโซนเวทีกลาง เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565

Zone 9 : เที่ยวไทยแบบใหม่ STYLE NEW NORMAL นำเสนอแนวคิดผ่านจิ๊กซอว์สำคัญสู่การท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยมี 3 กิจกรรมไฮไลต์ ดังนี้
1.เล่าเรื่อง ท่องเที่ยว BCG ผ่าน กาแฟชุมชน ในรูปแบบสภากาแฟ โดย กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไร่กาแฟบ้านซับศิลาทอง จ.นครราชสีมา และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กาแฟบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
2.สร้างพลังแรงบันดาลใจท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ผ่าน บล็อกเกอร์และศิลปิน อาทิ Pikaploy, กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ก้อง กรีน กรีน, กอล์ฟมาเยือน, วง 4EVE, วี วีโอเล็ต, เบล วริศรา, ลุลา, สินเจริญ บราเธอร์

3.เรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ กับหลากหลายกิจกรรม ได้แก่
– Workshop สินค้าทางการท่องเที่ยว เช่น ทำเสื้อมัดย้อมด้วยสีบาติก จากจังหวัดปัตตานี, ร้อยสร้อยข้อมือประดับหินสีธรรมชาติจากจังหวัดสระแก้ว, สาธิตการทำยำใบชะคราม จากจังหวัดสมุทรสงคราม, สาธิตการทำเครื่องดื่มน้ำหมากเม่า จากจังหวัดสกลนคร
– เรียนรู้กับ Innovation startup ท่องเที่ยว พูดคุยกับผู้ประกอบการ Startup 8 ราย พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ workshop หัวข้อ “ลงมือทำลงมือเที่ยว ให้ได้เรื่อง”
– จัดแสดงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว
– ส่งเสริมการขายเส้นทางท่องเที่ยวรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards : TTA)