เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
ดูทั้งหมด

เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลัง FED มีมติคงดอกเบี้ย

03 พ.ย. 2566 | 18:29น.
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 30 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (30/10) ที่ระดับ 36.09/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 36.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PEC) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.4% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.4% ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% ในเดือน ก.ย.เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.8% ในเดือน ส.ค.

ส่วนผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่เปิดเผยในวันศุกร์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 63.8 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 68.1 ในเดือน ก.ย. ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 63.0

ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (1/11) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้ง นับตั้งแต่ที่เริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2565 ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.25%

อีกทั้งแถลงการณ์ของคณะกรรมการเฟดมีการส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาคต เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3

อย่างไรก็ดี เฟดยอมรับว่าภาวะการเงินที่มีความตึงตัวมากขึ้นนั้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ทางด้านนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กรรมการเฟดจะใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน แม้ว่าจะยังไม่มั่นใจในภาวะการเงินในขณะนี้ ว่ามีความเข้มงวดเพียงพอที่จะทำให้เงินเฟ้อลดลงสู่ระดับต่ำตามที่เฟดต้องการหรือไม่

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “ธปท.พบสื่อมวลชน” Press Trip 2023 ว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่ยังมีโอกาสที่จะถูกปรับลดมุมมองจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หากนโยบายภาคการคลังมีความเสี่ยง ด้วยปัจจัยเสี่ยงเรื่องหนี้สาธารณะและฝั่งการคลัง

โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 61.7% ต่อจีดีพี สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วจากช่วงก่อนโควิดที่ระดับ 40% และมีบางบริษัทให้ความกังวลภาระหนี้ต่องบประมาณว่าไม่ควรเกิน 12% ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่ในระดับ 10% กว่า ดังนั้นควรมุ่งลดรายจ่าย ทยอยปรับลดการขาดดุล ปรับลดหนี้สาธารณะ มีมาตรการเพิ่มรายได้

ทั้งนี้ สิ่งที่ ธปท.จะต้องทำในระยะต่อไปคือ ต้องมองภาพในระยะปานกลางผ่านการทำนโยบายที่พร้อมรองรับสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลง ดูแลระดับเงินเฟ้อไม่ให้สูงและเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต มีภูมิคุ้มกันหรือมีกันชนที่สามารถทนทานกับ Shock ในด้านต่าง ๆ มี Policy space ที่เพียงพอในการทำนโยบายการเงิน และสุดท้ายจะต้องมีทางเลือกไว้สำรองคู่ขนาน เพื่อสร้างโอกาสที่เติบโตจากสิ่งใหม่ ๆ

อย่างไรก็ดี ธปท.ได้แสดงความเห็นต่อความผันผวนของค่าเงินบาทว่า ธปท.ยังดูแลใกล้ชิดให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ก็ต้องไม่ผันผวนเกินไปจากปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นความผิดปกติที่เกิดจากความผันผวนของค่าเงินในระดับดังกล่าว ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.73-36.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 35.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (30/10) ที่ระดับ 1.0561/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 1.0563/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเยอรมนีประจำไตรมาสที่ 3 ของปีหดตัว 0.1% หดตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -0.2% เนื่องจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ลดลง รายงานระบุว่า ตัวเลข GDP ที่ปรับตัวลดลงใน Q3/66 เพิ่มความเสี่ยงที่เยอรมนีจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำถึงความลำบากของเยอรมนีในการฟื้นตัวจากระยะตกต่ำอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานในฤดูหนาวที่แล้ว ตามมาด้วยความซบเซาหรือการขยายตัวเพียงเล็กน้อยในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา รายงานระบุว่า ในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักของยุโรป เยอรมนีเป็นประเทศเดียวที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าเศรษฐกิจจะหดตัวในปีนี้ และแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวก็เป็นที่น่ากังขา

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและทั่วโลกกำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของเยอรมนีในการขับเคลื่อนการเติบโต นอกจากนี้ในวันอังคาร (31/10) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนประจำเดือนตุลาคม

โดยเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบรายปี ขยายตัวลดลงจากในเดือนกันยายนที่อยู่ที่ 4.5% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 2.9% ลดลงจากเดือนกันยายนที่อยู่ที่ 4.3% ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ทางธนาคารกลางยุโรปอาจหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0515-1.0674 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 1.0633/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ที่ (30/10) ที่ระดับ 149.79/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/10) ที่ระดับ 150.00/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ได้แก่ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (MET) ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย.เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.

โดยได้แรงหนุนจากผลผลิตภาคยานยนต์ แต่ยังคงต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ว่า อาจเพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 4.6% ทั้งนี้ ข้อมูลที่เปิดเผยในวันนี้บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

โดยได้แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากอุปสงค์ของสหรัฐและยุโรป ซึ่งช่วยให้มูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ระดับ -0.1% แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% เป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกันแล้วก็ตาม

อีกทั้งยังประกาศปรับนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) โดยกำหนดเพดานกรอบบนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ระดับ 1.0% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในปีงบประมาณ 2566 ขึ้นสู่ระดับ 2.8% จากเดิมที่ระดับ 2.8% โดยค่าเงินเยนปรับตัวร่วงลงสู่ระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์ หลังจาก BOJ ประกาศเพดานอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.79-151.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 150.40/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ