รุนแรงเหลือเกิน-
คอลัมน์ คุบกับหมอพิณ
โดย พญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
สวัสดีค่ะ วันก่อนได้ดูข่าว live สด ทำร้ายแฟนสาว จนแฟนเจ็บสาหัส รอดตายมาได้เพราะมีดไม่คม ดูข่าวไปแล้วก็สะเทือนใจ สงสารเหยื่อ อ่านข้อความจากทางบ้านที่ส่งเข้ามาในรายการข่าว หรืออ่านคอมเมนต์ตาม facebook ก็จะเจอข้อความประมาณว่า “แล้วจะไปทนทำไม ให้ผู้ชายมันทุบตี” และอีกมากมาย
หลายครั้งที่ได้ยินข่าวทำนองนี้ แล้วก็สงสัยนะคะว่า เหยื่อทนได้อย่างไร
ถ้าเป็นเรานะจะสวนกลับและอื่น ๆ อีกมากมายแน่ ๆ
แต่ก็นั่นล่ะค่ะ คนที่ไม่ได้ถูกทำร้าย มักจะไม่เข้าใจคนที่ถูกทำร้ายหรอก ว่าทำไมถึงทน ทำไมยังอยู่ นั่นก็เพราะเราไม่ได้ยืนอยู่จุดนั้นไงคะ
ถ้าเรายืนอยู่จุดนั้น เราอาจจะทนได้แบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้
เขาว่ากันว่า ที่ผู้ถูกกระทำ ยัง “ทน” อยู่ ไม่หนีไปไหน ไม่ได้แปลว่าเขาอ่อนแอเสมอไป
แต่มันมีหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็น…
– กลัวหนีแล้วแฟนตามเจอ จะโดนหนักกว่าเดิม บางรายกลัวว่าลูกจะถูกทำร้าย
– ยังรักอยู่ ทนเพื่อความรัก ทนเพื่อคำว่าครอบครัว ทนเพื่อลูก
– มีปัญหาด้านการเงิน เพราะเหยื่อเป็นฝ่ายต้องพึ่งพา
– ทุกครั้งที่โดน แฟนจะมาขอโทษ จึงทนเพราะหวังว่าเขาอาจจะดีขึ้น เก็บมือเก็บเท้าได้ในสักวัน
– ทนเพราะ คิดว่าตัวเองผิด สมควรแล้วที่จะถูกกระทำเช่นนี้
– ทนเพราะอีกฝ่ายขู่จะทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย
การกระทำรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยา หรือแค่แฟนกันหรือ อดีตสามีภรรยาหรือแฟน เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักต่างเพศ หรือเพศเดียวกัน
เกิดได้ทุกวัย ไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือวัยชรา เกิดได้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา รวย จน
แต่เหยื่อส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้หญิงค่ะ
การกระทำความรุนแรงในครอบครัว แบ่งเป็น
– ทำร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ขว้างของใส่ ตี ตบ เตะ ต่อย ผลัก ใช้อาวุธทำร้าย
– ทำร้ายทางเพศ บังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สมัครใจ ไม่ว่าจะช่องทางใด ปาก ช่องคลอด ทวาร
– ทำร้ายทางจิตใจและอารมณ์ การข่มขู่ว่าจะทำร้าย เหยื่อ หรือสมาชิกครอบครัว การทำร้ายสัตว์เลี้ยงในบ้าน ทำลายข้าวของในบ้าน ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ และอ่อนแอ
การกระทำความรุนแรง อาจสังเกตได้ตั้งแต่คบกันใหม่ ๆ และนานวัน เมื่อความสัมพันธ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น (ไม่ว่าจากสาเหตุภายนอกหรือภายใน หรือความรักมันเริ่มจืดจาง) การกระทำความรุนแรงนี้ก็มักจะแย่ลง
เรื่อย ๆ
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแฟนของเรานั้นเข้าข่ายกระทำ “รุนแรง”
ในชีวิตคู่ หรือชีวิตความรัก เป็นเรื่อง “ปกติ” ที่จะขัดแย้ง และทะเลาะกันค่ะ แต่การทำร้ายกัน ใช้ความรุนแรงกัน มัน “ไม่ใช่เรื่องปกติ”
หากแฟนของเราเข้าข่ายบางข้อข้างล่างนี้ ก็นับว่าเขาเป็นพวกใช้ความรุนแรงค่ะ
– เวลาโกรธ ชอบขว้างปาของ หรือพูดจาข่มขู่
– เวลาทำร้ายคุณเสร็จ ชอบโทษว่าเป็นความผิดของคุณ เช่น “ถ้าหนูไม่คุยกับไอ้คนนั้น พี่คงไม่ตีหนู”
– หลังทำร้ายกัน จะมาสัญญาว่าจะไม่ทำอีก …แล้วก็ผิดสัญญาทุกครั้ง
– ขัดขวางไม่ให้คุณติดต่อเพื่อนหรือครอบครัว
– บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ ในวันที่เราไม่ได้ต้องการ หรือปฏิเสธไปแล้ว ก็ยังจะทำ
ถ้าคุณติดอยู่ในวงจรนี้ “ถูกทำร้าย ขอโทษ สัญญา” ..วนไปค่ะ
คุณจะหลุดจากวงจรอุบาทว์นี้อย่างไรดี ?
– คุณต้องบอกใครสักคนค่ะ ไม่ว่าจะเพื่อน หรือคนที่ไว้ใจได้ หมอ พยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือสตรี เอาไว้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน มันยากในการที่จะเริ่มพูดค่ะ มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะอาย ที่จะไปบอกใครว่าเราโดนทำร้ายค่ะ แต่คนที่ผิด ไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็นคนกระทำมากกว่า และไม่มีใครสมควรที่จะถูกทำร้ายด้วยค่ะ หลายครั้งนะคะ ที่เหยื่อบอกว่า หลังจากบอกใครสักคนไปแล้ว มันรู้สึกดีขึ้นมาก ดังนั้น “ต้องบอก” ค่ะ
– รู้กฎหมาย และสิทธิที่เรามี เช่น ในคู่ที่แต่งงาน
– รู้เบอร์โทร.ฉุกเฉินที่สามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือได้ หากเกิดความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น เบอร์เพื่อน เบอร์ตำรวจ เบอร์ห้องฉุกเฉินใน รพ. ในกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ
– วางแผนหาสถานที่ปลอดภัย และรู้ว่าจะไปหลบที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรา บ้านเพื่อน สถานพักพิง เก็บกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เช่น ใบเกิดลูก ใบประกันสังคม ปั๊มกุญแจบ้าน กุญแจรถ สมุดบัญชี เงินสด เก็บกระเป๋าไว้ในที่ปลอดภัย อาจจะเป็นที่ทำงาน หรือบ้านเพื่อนที่ไว้ใจได้
– บอกลูก ๆ ว่า เวลาที่เราถูกทำร้าย อย่าให้ลูกเข้ามา อย่ามาห้ามหรือมาขวาง ถ้าลูกโตพอ สอนให้ลูกไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ หรือเพื่อนบ้านจะดีกว่า ถ้าเราไม่ได้โดนทำร้าย แต่คนที่เรารู้จักโดนทำร้ายล่ะ เราควรแนะนำอย่างไรดี
– เริ่มจากการเป็นผู้รับฟังที่ดี การปลอบว่า เจ็บแล้วจำเรียกคน เจ็บแล้วทนเรียกควาย ไม่ใช่คำปลอบที่ดี บางทีเราไม่รู้หรอกว่า การไปยืนอยู่จุดนั้น มันยากกว่าแค่ไหน การไปตัดสิน โดยใช้เราเป็นที่ตั้ง จะทำให้เพื่อนไม่อยากมาปรึกษาเรา
– เน้นย้ำกับเพื่อนว่า ไม่ว่าใคร ก็ไม่สมควรโดนกระทำแบบนี้ เรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง
– ช่วยหาข้อมูลทางกฎหมาย
– หาแผน และสถานที่ “ที่ปลอดภัย” ในการหลบหนี
ความรุนแรงในครอบครัว ส่งผลกระทบกับเหยื่อในระยะยาวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า เครียด ปวดศีรษะเรื้อรัง หากตั้งครรภ์อยู่ก็จะเสี่ยงทั้งแม่และลูก (เรื่องแบบนี้ มีอยู่จริง ไม่ได้อยู่ในละครนะคะ หมอเคยเจอคนท้องถูกสามีกระทืบมา สะเทือนใจมากค่ะ) และลูก ๆ ที่อยู่ในบ้านที่ใช้ความรุนแรง ก็จะรู้สึกว่า การใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ แนวโน้มเวลาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ ก็อาจจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้เช่นเดียวกันค่ะ หรือบางราย เด็ก ๆ อาจจะซึมเศร้า และมีแนวโน้มในการติดยาเสพติดเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
