นบขพ. ต่ออายุราคารับซื้อข้าวโพดฯ “ศุภจี” สั่งรื้อต้นทุนใหม่ ก่อนเคาะราคา-วางแผนแก้ทั้งระบบ
นบขพ.ต่ออายุประกาศราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2568/69 หลังยังเคาะราคาใหม่ไม่ได้ เหตุข้อมูลต้นทุนเกษตรกรยังเห็นต่าง สั่ง สศก.-สภาเกษตรกร-ผู้ผลิตอาหารสัตว์-ปศุสัตว์ ทบทวนตัวเลขให้จบภายใน 31 สิงหาคม 2569 “ศุภจี” ย้ำแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นทาง ทั้งเมล็ดพันธุ์ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุน หากต้นทุนเกษตรกรเพิ่มจริง ให้เกษตรฯ เสนอมาตรการช่วยโดยตรง ป้องกันภาระไหลต่อถึงอาหารสัตว์-ปศุสัตว์-ผู้บริโภค พร้อมเร่งยุทธศาสตร์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาแนวทางบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และราคารับซื้อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้ประกอบการโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 ออกไปจนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ โดยยังคงหลักเกณฑ์และโครงสร้างราคารับซื้อเดิม หลังประกาศเดิมสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศด้านราคาและไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบในระหว่างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทบทวนต้นทุนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมครั้งนี้ยังไม่สามารถกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใหม่ได้ เนื่องจากข้อมูลต้นทุนการผลิตซึ่งเป็นฐานสำคัญในการกำหนดราคายังมีความแตกต่างกันระหว่างหน่วยงานและภาคเกษตรกร
นางศุภจีกล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งหาข้อสรุปคือ “ต้นทุนการผลิต” เนื่องจากฝ่ายเกษตรกรสะท้อนว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าต้นทุนลดลง หากข้อมูลพื้นฐานยังไม่ตรงกัน การนำตัวเลขดังกล่าวไปใช้กำหนดราคารับซื้ออาจส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ภาคปศุสัตว์ และท้ายที่สุดคือราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
“วันนี้ปัญหาสำคัญคือข้อมูลต้นทุนยังไม่ตรงกัน ฝ่ายเกษตรกรสะท้อนว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรสะท้อนว่าต้นทุนลดลง หากข้อมูลพื้นฐานยังไม่ตรงกัน จะส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ปศุสัตว์ และท้ายที่สุดอาจกระทบต่อราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ดังนั้น ต้องกลับไปทำข้อมูลต้นทุนให้ตรงกับข้อเท็จจริงและเป็นที่ยอมรับร่วมกันก่อน” นางศุภจีกล่าว
สั่งทบทวนต้นทุนให้จบ 31 ส.ค.
ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนข้อมูลต้นทุนการผลิตให้สะท้อนข้อเท็จจริงและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
การทบทวนจะต้องครอบคลุมทั้งต้นทุนของเกษตรกร ผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนและภาระของผู้ประกอบการ สถานการณ์ตลาด ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และวัตถุดิบทดแทน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางด้านราคาในระยะต่อไป
พร้อมกันนี้ มอบหมายให้สภาเกษตรกรแห่งชาติและสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ร่วมชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประกาศราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถวางแผนการผลิตและจำหน่ายได้อย่างเหมาะสม
ส่วนคณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์ด้านการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน จะติดตามสถานการณ์ราคา ปริมาณผลผลิต ความต้องการใช้ และวัตถุดิบทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการพิจารณามาตรการด้านการนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์
“ศุภจี” ชี้เพิ่มราคารับซื้ออย่างเดียวไม่จบ
นางศุภจีกล่าวว่า การดูแลเกษตรกรต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และความอยู่รอดของเกษตรกรในระยะยาว ดังนั้น การกำหนดราคารับซื้อจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลต้นทุนที่ถูกต้อง เพื่อให้การกำหนดราคาใหม่มีเหตุผลและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายในห่วงโซ่
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดูแลความสามารถในการผลิตของเกษตรกรตั้งแต่ต้นทาง ครอบคลุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ คุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุน ตลอดจนแนวทางเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อทำให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แทนการพึ่งพาการปรับเพิ่มราคารับซื้อเพียงด้านเดียว
หากการทบทวนข้อมูลพบว่าต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจริง กระทรวงเกษตรฯ จะต้องพิจารณาแนวทางหรือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสำหรับผลผลิตปี 2569/70 โดยตรง โดยหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
“ถ้าต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจริง และเราต้องการช่วยเหลือเกษตรกร แต่ไม่ต้องการให้ผลกระทบส่งต่อไปยังห่วงโซ่จนถึงผู้บริโภค กระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องเสนอแนวทางหรือมาตรการช่วยเหลือต้นทุนให้กับเกษตรกรโดยตรง” นางศุภจีกล่าว
เร่งยุทธศาสตร์ข้าวโพดฯ แก้ปัญหาทั้งระบบ
นางศุภจีกล่าวต่อว่า นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้านราคาแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ต้องเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบ ซึ่งได้มอบหมายมาตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาราคาเป็นรายปี ไปสู่การบริหารจัดการตั้งแต่การผลิต ต้นทุน ผลผลิต ไปจนถึงตลาดอย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวต้องทำให้การดูแลเกษตรกรไม่ส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ หากต้นทุนถูกผลักต่อไปตามห่วงโซ่ ย่อมเชื่อมโยงไปยังภาคปศุสัตว์และผู้บริโภคในท้ายที่สุด
สำหรับการต่ออายุประกาศราคารับซื้อเดิม นางศุภจีระบุว่า เป็นมาตรการในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบระหว่างที่ทุกฝ่ายยังหาข้อสรุปเรื่องต้นทุน และเปิดเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลรวมถึงมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสม ก่อนพิจารณาแนวทางด้านราคาใหม่
“เป้าหมายของเราคือทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้ มีรายได้ และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว การช่วยเกษตรกรจึงต้องแก้ทั้งเรื่องราคาและต้นทุน โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตั้งแต่ต้นทาง หากเราทำให้ต้นทุนเหมาะสม ผลผลิตมีคุณภาพ และเกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและช่วยให้ทั้งระบบเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน” นางศุภจีกล่าว