เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
กระทรวงเกษตรฯ ชูภาคข้าวไทยเป็นโมเดลรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เดินหน้านโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ดึงกลไกการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศช่วยเกษตรกรปรับตัวต่อสภาพอากาศสุดขั้ว เปลี่ยนผ่านสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ พร้อมเชื่อมตลาดผ่านเครือข่ายเอกชน ย้ำเป้าหมายปลายทางไม่ใช่เพียงลดก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องช่วยให้เกษตรกรมีตลาดรองรับ รายได้มั่นคง และระบบอาหารมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมผู้บริหารระดับสูง ในห้วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนากลไกการเงินที่เสริมสร้างระบบอาหารที่มั่นคงและเท่าทันภูมิอากาศ: โอกาสและบทเรียนจากภาคข้าวไทยสู่การขยายผลที่ยั่งยืน” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งใช้ภาคข้าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่นและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กระทรวงเกษตรฯ กำหนดกรอบนโยบายภายใต้แนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” หรือ Market-Driven, Innovation-Led, Income-Boosting โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก
แนวทางแรก “นวัตกรรมเสริม” หรือ Innovation-Led มุ่งนำกลไกการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศเข้ามาช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
แนวทางที่ 2 “ตลาดนำ” หรือ Market-Driven โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชน เพื่อสร้างความต้องการซื้อข้าวคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน และเชื่อมโยงการผลิตกับตลาดรองรับ
แนวทางที่ 3 “เพิ่มรายได้” หรือ Income-Boosting โดยกระทรวงเกษตรฯ กำหนดว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะต้องนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืน
นายกฤษกล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความมั่นคงทางอาหารและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรายย่อยตั้งแต่ระดับฐานราก
การดำเนินงานจะครอบคลุมทั้งการเพิ่มองค์ความรู้ การเข้าถึงเทคโนโลยี และการเข้าถึงกลไกทางการเงิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีขีดความสามารถรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างตลาดรองรับและการยกระดับรายได้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เติบโตควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำจะเกิดผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง เมื่อมีการผสานพลังระหว่างนวัตกรรม กลไกการเงิน ความร่วมมือจากภาคเอกชน และการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร” นายกฤษกล่าว
นายกฤษระบุว่า เป้าหมายของการขับเคลื่อนดังกล่าวไม่ได้มุ่งเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องทำให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อความเสี่ยง มีตลาดรองรับ และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ไทยยังมุ่งถอดบทเรียนจากประสบการณ์ภาคข้าว เพื่อนำแนวทางที่ประสบความสำเร็จไปขยายผลและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับประเทศผู้ผลิตข้าวทั่วโลก
“สำหรับความร่วมมือด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศจะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และสร้างระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่น มั่นคง และยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ประชาชน และคนรุ่นต่อไป” นายกฤษกล่าว