แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
DITP เกาะติดแฮกเกอร์โจมตีระบบควบคุมตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป ลามจากฝรั่งเศสไปอย่างน้อย 11 ประเทศ ห่วงกระทบอาหารทะเลแช่แข็ง ไก่แปรรูปแช่แข็ง รวมถึงอาหารสดจากไทย หากระบบปลายทางสะดุด อาจชะลอ Restock หรือรับมอบสินค้า แต่ขณะนี้ยังไม่พบรายงานยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าไทย พร้อมเตือนผู้ส่งออกเร่งยกระดับ Cyber-Resilient Cold Chain
นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ กำลังติดตามสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมตู้แช่เย็นและแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือ สคต. ในภูมิภาคยุโรป เพื่อติดตามผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งออกสินค้าอาหารจากไทย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกลุ่มแฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมระยะไกล หรือ IoT ของตู้แช่สินค้า โดยสั่งเปลี่ยนจากโหมดแช่แข็งเป็นโหมดละลายน้ำแข็ง และปรับอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งได้รับความเสียหาย
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 พบว่า การโจมตีขยายจากฝรั่งเศส ซึ่งได้รับผลกระทบประมาณ 700 แห่ง ไปยังอีกอย่างน้อย 11 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร สวีเดน อิตาลี โปรตุเกส ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เอสโตเนีย โรมาเนีย และลักเซมเบิร์ก
นายวราวุฒิกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากการโจมตีแบบเรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware ทั่วไป เนื่องจากไม่มีการเรียกเงินเพื่อแลกกับการปลดล็อกระบบ โดยมีการประเมินว่าอาจมุ่งสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระทบการดำเนินงานของซูเปอร์มาร์เก็ต การกระจายสินค้า และการรับมอบสินค้าจากประเทศคู่ค้า รวมถึงสินค้าอาหารจากไทย
DITP ประเมินว่า สินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและไก่แปรรูปแช่แข็งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบสูง เนื่องจากต้องพึ่งพาระบบห่วงโซ่ความเย็น หรือ Cold Chain ในการจัดเก็บและกระจายสินค้า
หากระบบตู้แช่ปลายทางหยุดชะงัก อาจทำให้การสั่งซื้อสินค้าเพื่อเติมสต๊อก หรือ Restock ชะลอตัว ขณะที่อาหารแช่เย็น ผัก และผลไม้สด ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาจำกัด อาจมีความเสี่ยงต่อการชะลอรับมอบหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ หากพื้นที่จำหน่ายและระบบความเย็นยังไม่พร้อม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สคต. ในยุโรปยังไม่ได้รับรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าไทยจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับอาหารสำเร็จรูปกระป๋องและผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องจัดเก็บในระบบทำความเย็น คาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด และอาจมีโอกาสเพิ่มช่องทางจำหน่าย หากซูเปอร์มาร์เก็ตต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บและจำหน่ายสินค้า
นายวราวุฒิกล่าวว่า ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมทั้งกำลังการผลิต วัตถุดิบ และการขนส่ง เนื่องจากเมื่อซูเปอร์มาร์เก็ตกู้คืนระบบและกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจเกิดคำสั่งซื้ออาหารแช่แข็งล็อตใหม่เพื่อทดแทนสินค้าที่เสียหายและเติมสต๊อก
ผู้ประกอบการควรยกระดับระบบบริหารจัดการห่วงโซ่ความเย็นให้สามารถรับมือความเสี่ยงทางไซเบอร์ หรือ Cyber-Resilient Cold Chain โดยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบและติดตามอุณหภูมิ เช่น IoT Sensors และ Data Loggers ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมจัดเก็บข้อมูลอุณหภูมิตลอดเส้นทางขนส่งอย่างเป็นระบบ
รวมถึงพิจารณาประกันภัยการขนส่งที่ครอบคลุมความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าและคู่ค้าในตลาดยุโรป
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ของไทย รองจากสหรัฐ อาเซียน และจีน โดยช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2569 ไทยส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรปมูลค่า 24,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.4%
สินค้าอาหารสำคัญของไทยในตลาดดังกล่าว ได้แก่ เนื้อไก่แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง และผลไม้แปรรูป โดย DITP จะติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง