เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ป.ป.ส.กาง 3 พิรุธ ‘แอร์สาว’ – นักกฎหมายแง้มช่องสู้คดีแต่ยาก
News ป.ป.ส.กาง 3 พิรุธ ‘แอร์สาว’ – นักกฎหมายแง้มช่องสู้คดีแต่ยาก
หุ้นไทยปิดวันนี้ (1 ก.ค.) ที่ 1,588.23 จุด ลดลง 3.01 จุด (-0.19%) เช้าแตะระดับ 1,600 จุด บ่ายถูกขายทำกำไร
Finance หุ้นไทยปิดวันนี้ (1 ก.ค.) ที่ 1,588.23 จุด ลดลง 3.01 จุด (-0.19%) เช้าแตะระดับ 1,600 จุด บ่ายถูกขายทำกำไร
‘สีหศักดิ์’ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
Politics ‘สีหศักดิ์’ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
พิพัฒน์ ลั่น ‘คมนาคม’ ลุยป้องกันน้ำท่วม ประกาศ “ยุคผมไม่รับส่วย”
Politics พิพัฒน์ ลั่น ‘คมนาคม’ ลุยป้องกันน้ำท่วม ประกาศ “ยุคผมไม่รับส่วย”
‘เทอร์โมมิเตอร์’ คือ ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายในปี 2029 ของชาวยุโรป
Economic ‘เทอร์โมมิเตอร์’ คือ ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายในปี 2029 ของชาวยุโรป
บีโอไอ อนุมัติ “เอเอที” ลงทุน 7,400 ล้านบาท ผลิตมาสด้า B-SUV MHEV ใน ปี 2570 
Automotive บีโอไอ อนุมัติ “เอเอที” ลงทุน 7,400 ล้านบาท ผลิตมาสด้า B-SUV MHEV ใน ปี 2570 
วันนี้ (1 ก.ค. 69) วันแรก ใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ซื้อตั๋วรถไฟได้
Economic วันนี้ (1 ก.ค. 69) วันแรก ใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ซื้อตั๋วรถไฟได้
“การบินไทย” เปิดที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
Business “การบินไทย” เปิดที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ไทย อันดับ 9 โลก เบอร์ 1 เอเชีย ปลายทาง ‘เกษียณอายุ’ ดีที่สุด
News ไทย อันดับ 9 โลก เบอร์ 1 เอเชีย ปลายทาง ‘เกษียณอายุ’ ดีที่สุด
FAST Auto Show 2026 กระตุ้นตลาด“รถใหม่-รถมือสอง” กระหน่ำโปรแรง ถึง 5 ก.ค.นี้ 
Automotive FAST Auto Show 2026 กระตุ้นตลาด“รถใหม่-รถมือสอง” กระหน่ำโปรแรง ถึง 5 ก.ค.นี้ 
ดูทั้งหมด

เมื่อร้านอาหารจีนเลือก “อาเซียน” เป็นบ้านหลังสอง วัตถุดิบท้องถิ่นต้องเจ็บในที่สุด

29 ส.ค. 2567 | 19:39น.

ในประเทศไทยได้เห็นการเข้ามาเปิดร้านอาหารจีนกันอย่างคึกคักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และถ้ามองออกไปกว้างกว่านี้ จะเห็นว่าแนวโน้มในไทยก็เป็นแนวโน้มเดียวกันกับทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ร้านอาหารจีนพาเหรดเข้ามาเปิดสาขากันอย่างสนุกสนานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น อาเซียนยังครองสถานะเป็น “บ้านหลังที่สอง” หรือจุดหมายปลายทางแรกที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มจีนเลือกเมื่อต้องการขยายธุรกิจออกนอกประเทศด้วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการรายงานของ “ไฉซิน” (Caixin) ซึ่งเป็นสื่อและผู้ให้บริการข้อมูลด้านการเงินในจีนว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มจากจีนได้ขยายการลงทุนมายังอาเซียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากความอิ่มตัวของตลาดในประเทศ บวกกับสภาพการแข่งขันอันดุเดือดของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มขนาดเล็กในประเทศ

ตามข้อมูลที่ไฉซินรายงานโดยอ้างอิงบริษัทหลักทรัพย์ ฮวาฟู่ ซีเคียวริตีส์ (Huafu Securities) ในปี 2023 มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทอาหารและเครื่องดื่มในจีนมากถึง 3.19 ล้านบริษัท เพิ่มขึ้น 24.2% จากปีก่อนหน้า แม้ว่าการบริโภคภายในประเทศจีนไม่ได้คึกคักเท่าไรนัก

ขณะที่ข้อมูลจาก “เพย์อินวัน” (PayInOne) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการจัดหาคนทำงานและระบบจ่ายเงินเดือนระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2021-2023) การจ้างงานและการจ่ายเงินเดือนในต่างประเทศของบริษัทจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% ต่อปี และในปีนี้บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจีนที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศกำลังเปิดรับสมัครพนักงานอีกจำนวนมาก

ไฉซินอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ ซูโจว ซีเคียวริตีส์ (Soochow Securities) ว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2023 จำนวนสาขาร้านอาหารและเครื่องดื่มจีนในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน มีดังนี้ ไห่ตี้เหลา (Haidilao) 115 สาขา, คูคู (Coucou) 14 สาขา, เซียปู่ เซียปู่ (Xiabu Xiabu) 5 สาขา, ไท่เออร์ (Tai Er) 18 สาขา, ลัคกิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) 30 สาขา, เฮย์ที (Hey Tea) มากกว่า 10 สาขา, นายูกิ (Nayuki) 1 สาขา, ชาจี (Chagee) มากกว่า 100 สาขา และ มี่เสวี่ย (Mixue) มากกว่า 4,000 สาขา

ไห่ตี้เหลา

นอกจากชื่อที่ว่ามาแล้วยังมี จางเลี่ยงหม่าล่าทั่ง (Zhangliang Malatang) ชาบูหม่าล่าหม้อไฟอีกแบรนด์ที่ไฉซินระบุว่าปัจจุบันมีร้านในต่างประเทศทั้งหมด 63 สาขาใน 15 ประเทศ และ ข้าวมันไก่หยาง (Yang’s Braised Chicken Rice) ที่มี 100 สาขา ใน 10 ประเทศ โดยไม่ได้ระบุว่าอยู่ในอาเซียนจำนวนกี่ร้าน แต่ก็คาดว่าน่าจะอยู่ในอาเซียนเป็นส่วนใหญ่ดังเช่นแบรนด์อื่น ๆ

หลี่ เว่ยเซิน (Li Weisen) รองผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์ข้าวมันไก่หยางให้ข้อมูลว่า การแข่งขันระหว่างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มขนาดเล็กในจีนนั้นรุนแรงมาก ดังนั้น บริษัทต่าง ๆ ในจีนจึงมองว่าการอัพเกรดแบรนด์ในตลาดภายในประเทศ และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เป็นสองทิศทางหลักที่ต้องทำคู่กันไป

หลิน ตัน (Lin Tan) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเพย์อินวันให้ข้อมูลอีกว่า บริษัทอาหารและเครื่องดื่มของจีนใช้หลายกลยุทธ์ในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งการเลือกตลาดเป้าหมาย การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การเปิดร้านเอง และการขายแฟรนไชส์ แต่โดยภาพรวมดูเหมือนว่าการขายแฟรนไชส์จะมีสัดส่วนมากกว่า และส่วนใหญ่เลือกขยายกิจการในอาเซียนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะขยายไปยังยุโรป อเมริกาเหนือ หรือแม้แต่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่อยู่ใกล้บ้าน เนื่องจากคำนึงถึงเรื่องต้นทุนบุคลากรที่น้อยกว่าและการจัดการที่ง่ายกว่า

ทั้งนี้ น่าสนใจว่า 7 แบรนด์แรกจาก 9 แบรนด์ในข้อมูลชุดแรกนั้น เลือกเริ่มธุรกิจในอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมี “ไห่ตี้เหลา” ร้านชาบูหม้อไฟยักษ์ใหญ่จากมณฑลเสฉวน เป็นผู้บุกเบิกเข้าสู่อาเซียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2012

ตามรายงานบอกว่าหลาย ๆ แบรนด์มองสิงคโปร์เป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดตะวันตก ซึ่งพวกเขาสามารถทดสอบทั้งอุปสงค์ของผู้บริโภค และความสามารถการดำเนินงานนอกจีนแผ่นดินใหญ่ของบริษัทเองด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ลัคกิน คอฟฟี่ ที่เปิดร้านเองในสิงคโปร์มากถึง 32 สาขา แม้ว่าเพิ่งเข้าสู่สิงคโปร์เมื่อปี 2023 นี่เอง โฆษกของลัคกินบอกว่า สิงคโปร์มีตลาดกาแฟที่เติบโตเต็มที่และมีเศรษฐกิจที่พัฒนาก้าวหน้า ซึ่งลัคกินมองว่านี่เป็นมาตรฐานสำหรับการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับการขยายสาขา คือ บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจีนในต่างประเทศกำลังสร้างห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นนั้น ๆ และนำเข้าส่วนผสมหลักจากประเทศจีน โดยนำเข้าสินค้าที่ขนส่งได้ง่าย เช่น ซุปและเครื่องปรุงรสจากประเทศจีน ขณะเดียวกันก็จัดหาวัตถุดิบที่เน่าเสียง่ายจากซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น ซึ่งวิธีการนี้ช่วยรักษารสชาติหลักของอาหาร ในขณะเดียวกันก็รับประกันความสดของวัตถุดิบ และลดความท้าทายด้านโลจิสติกส์

นั่นหมายความว่าในระยะแรก ๆ ธุรกิจวัตถุดิบในท้องถิ่นยังได้ประโยชน์จากการเข้ามาของร้านอาหารและเครื่องดื่มจากจีนอยู่บ้าง แต่ในอนาคต ประโยชน์ที่จะเกิดกับธุรกิจท้องถิ่นนั้นน่าจะน้อยลง เพราะบริษัทวัตถุดิบจากจีนจะตามมาด้วย

ดังที่มีการวิเคราะห์โดยนักลงทุนที่ศึกษาตลาดชานมไข่มุกรายหนึ่งว่า “การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในต่างประเทศยังมีปัญหามากมาย แต่ในอนาคตบริษัทวัตถุดิบต่าง ๆ จากจีนจะติดตามแบรนด์ไปยังต่างประเทศด้วยแน่นอน ในปัจจุบัน บริษัทวัตถุดิบขนาดใหญ่บางแห่งก็เริ่มขยายไปยังต่างประเทศแล้ว”

สำหรับคำถามที่ว่ารัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จะสามารถปกป้องประโยชน์ของธุรกิจในท้องถิ่นอย่างไรได้บ้างนั้น พิจารณาแล้วก็ยังมีวิธีที่สามารถทำได้อย่างตรงไปตรงมา คือ “กำหนดมาตรฐานให้สูง” ซึ่งร้านอาหารจากจีนที่เปิดร้านในต่างประเทศเองก็ยอมรับว่า ห่วงโซ่อุปทานของตนเผชิญความท้าทายในการปฏิบัติกฎของประเทศต่าง ๆ ที่เข้าไป

…เมื่อการสร้างห่วงโซ่อุปทานของตนเองยังไม่ผ่านมาตรฐาน ก็ย่อมมีความจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่ผ่านมาตรฐานแล้ว