เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

อินเดีย-สิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงด้านชิป เสริมบทบาทในระดับโลก

05 ก.ย. 2567 | 14:35น.
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ วันที่ 5 กันยายน 2024 ภาพโดย รอยเตอร์ส

นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ วันที่ 5 กันยายน 2024 ภาพโดย รอยเตอร์ส

อินเดียและสิงคโปร์ลงนามข้อตกลงด้านชิป พัฒนาบุคลากรและส่งเสริมการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ในอินเดีย

วันที่ 5 กันยายน 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อินเดียและสิงคโปร์ยกระดับความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลกที่กำลังก่อร่างขึ้นใหม่ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน โดยนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในระหว่างการเยือนสิงคโปร์เป็นเวลา 2 วัน

ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลอินเดีย สองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อปลูกฝังบุคลากรให้มีความสามารถด้านการออกแบบและการผลิตชิป ทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีในอินเดียของสิงคโปร์

นอกจากนี้ สองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เครือข่ายมือถือ 5G ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์

สิงคโปร์ อินเดีย และมาเลเซีย เป็นกลุ่มประเทศในเอเชียที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากสงครามชิประหว่างสหรัฐและจีนที่สั่นคลอนตลาดไปทั่วโลก โดยคาดว่ายอดขายในปี 2024 จะแตะระดับ 588,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 19.9 ล้านล้านบาท) ทั้งจีนและบรรดาชาติตะวันตกต่างแข่งกันสร้างห่วงโซ่อุปทานเป็นของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับประเทศ

แม้ว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ไม่ใช่กับสิงคโปร์ที่มีบทบาทโดดเด่นมาหลายทศวรรษ จากการเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของบริษัทระดับสากล ตั้งแต่เอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดักเตอร์ เอ็นพี (NXP Semiconductors NV) ไปจนถึง ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology Inc.) ทำให้สิงคโปร์เปี่ยมไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถด้านการวิจัยและวิศวกรรมชิป ตลอดจนธุรกิจร่วมทุน (Venture Capital) จำนวนมากให้กับบริษัทสตาร์ตอัพด้านชิป

ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของโมดี ที่ต้องการเปลี่ยนอินเดียให้กลายเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ซึ่งระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่เข้มแข็งจำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังลงนามในข้อตกลงด้านสุขภาพ การแพทย์ และการพัฒนาทักษะอีกด้วย

วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนสิงหาคมว่า การมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอินเดียในด้านเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ของสิงคโปร์สามารถเจาะตลาดในเอเชียใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งทางอินเดียเองก็กำลังศึกษาระบบนิเวศทางเซมิคอนดักเตอร์ของสิงคโปร์อยู่เช่นกัน

รัฐบาลของโมดีกำหนดแผนงานมูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.07 แสนล้านบาท) เพื่อเสริมศักยภาพด้านเซมิคอนดักเตอร์ทั่วประเทศ โดยประกาศลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเมื่อต้นปี 2024 มูลค่ารวม 15,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.05 แสนล้านบาท)

สิงคโปร์เชี่ยวชาญในด้านชิปหน่วยความจำ (memory chip) และหน่วยประมวลผลกลาง (Matured Logic Processors) ส่วนใหญ่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ ซึ่งอาจช่วยให้อุตสาหกรรมชิปของอินเดียเติบโตเร็วขึ้นได้