เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

จาก “สงครามการค้า” ลามสู่ “สงครามค่าเงิน”

10 ส.ค. 2562 | 10:44น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างน้อย 2 ประการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ที่ยืดเยื้อมานานกว่าปีมาแล้ว

อย่างแรกก็คือ ความหวังที่ว่าการเจรจาที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังหารือกันอยู่นี้ จะสามารถนำไปสู่ความตกลงทางการค้าได้ในระยะเวลาอันสั้น ภายในเดือนส.ค. นี้นั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว ในทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมินความเห็นของที่ปรึกษาเกือบทั้งหมด ที่คัดค้านการขึ้นพิกัดอัตราภาษีศุลกากรรอบใหม่เป็นการลงโทษจีนอีก 10% ต่อรายการสินค้ามูลค่ารวม 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเติมจากที่เคยสั่งการให้ขึ้นเป็น 25% ก่อนหน้านี้ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา

วอลล์สตรีต เจอร์นัล รายงานเอาไว้ว่า ถ้าไม่นับโรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กับสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลัง ซึ่งนำทีมเจรจาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ทุกคนในห้องทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีอเมริกัน รวมทั้งคนอย่างจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, แลร์รี คัดโลว์ ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และมิก มุลแวนีย์ ซึ่งรักษาการหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดี คัดค้านการขึ้นภาษีครั้งนี้ทั้งหมด

คนเดียวที่ไม่ค้าน คือ ปีเตอร์ นาวาโร นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่เป็นที่รู้กันมานานว่าคือ “สายเหยี่ยว” ในประเด็นเกี่ยวข้องกับจีนตัวจริงเสียงจริง

ผลก็คือการถกเถียงกันในที่ประชุมยืดเยื้อร่วม 2 ชั่วโมง ลงเอยด้วยการที่ที่ปรึกษาของทรัมป์ มาช่วยร่างข้อความผ่านทวิตเตอร์ 2 ข้อความสำคัญในวันนั้น

แหล่งข่าวของวอลล์สตรีต เจอร์นัล บอกเหตุผลที่ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจด้วยว่า เป็นเพราะจีนยังละล้าละลัง ไม่ได้ซื้อสินค้าเกษตรลอตใหญ่จากสหรัฐอเมริกาตามที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รับปากไว้ในการพบกันระหว่างการประชุมจี 20 ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรรัฐโอไฮโอ จุดปราศรัยหาเสียงต่อไปของทรัมป์

ไม่นานหลังจากที่รัฐมนตรีมนูชินกับไลต์ไฮเซอร์ แจ้งผลการเจรจามาให้ทราบว่า ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทรัมป์อยากได้เพื่อใช้หาเสียงในการขึ้นเวที การตัดสินใจครั้งนี้ก็เกิดขึ้นตามมา

หลังจากที่ทรัมป์ประกาศขีดเส้นตายไว้เพียงแค่ 1 ก.ย. นี้ มีหลายคนตั้งข้อสังเกตไว้ว่า น่าแปลกไม่น้อยที่ฝ่ายจีนยังคงตกลงที่จะเจรจาครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในกรุงวอชิงตัน

แต่นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญที่จับตาจีนมานาน ชี้ให้เห็นว่า ทั้งการรับปากแต่ยังไม่ซื้อ ทั้งการแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง แต่ก็ยังยินดีที่จะเจรจาต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ใหม่ในการรับมือกับสหรัฐอเมริกาของจีน

จีนพร้อมที่จะดึงทุกอย่างให้ชะลอช้าลงให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็ต้องลากทุกอย่างออกไปให้ถึงเวลา หลังจากที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2020 ปรากฏออกมาชัดเจนแล้ว

นั่นหมายถึงว่า การตอบโต้กันไปมาด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจในสงครามการค้าครั้งนี้ ยังคงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ถึงปีหน้าเกือบทั้งปี

คำถามก็คือ จีนยังคงมีเครื่องไม้เครื่องมือหลงเหลืออยู่สำหรับใช้ในการตอบโต้กับสหรัฐอเมริกาก็จริง แต่เหลือเพียง 2-3 ทางเท่านั้นแล้ว จะรับมือและบรรเทาผลกระทบนี้อย่างไร

จีนยังมีวิธีการระงับการซื้อสินค้าเกษตรกรรมจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดเพื่อตอบโต้ได้ เช่นเดียวกับการห้ามการส่งออกสินแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ท ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตวัสดุอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายได้ และยุติการซื้อตราสารหนี้ของสหรัฐอเมริกาได้ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ก็แทบไม่มีทางอื่นที่สามารถทำให้จีนตอบโต้สหรัฐอเมริกาแบบสมน้ำสมเนื้อได้

วิธีการหนึ่งของจีนซึ่งสามารถนำมาใช้และได้ผลโดยไม่จำเป็นต้องตอบโต้ ก็คือ การใช้อัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เงินหยวนหรือเหรินหมินปี้อ่อนค่าลง เพื่อดูดซับผลกระทบกับราคาสินค้าที่ต้องสูงขึ้นจากภาษีที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคือข้อเท็จจริงที่น่ากังวล ประการถัดมา

ทอม มิตเชลล์ แห่งไฟแนนเชียล ไทมส์ ยืนยันเอาไว้ว่า การที่เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าแนวรับ 7.0 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 หรือ 11 ปีไม่กี่วัน หลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีระลอกใหม่นั้น ไม่ได้เป็นเหตุบังเอิญโดยเด็ดขาด

มิตเชลล์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า จีนเคยใช้วิธีเช่นนี้ในการบรรเทาหรือทดแทน ผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกามาแล้วหลายครั้ง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินที่เป็นของรัฐ กับตลาดออฟชอร์สำคัญที่สุดอย่างฮ่องกง ทุกครั้งที่สงครามการค้าลุกลาม ขยายตัวออกไป ค่าเงินหยวนดิ่งลงใกล้แตะระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อนั้น

ตัวอย่างครั้งหลังสุดคือในราวกลางปี 2018 ที่ผ่านมา ที่หยวนลดค่าลงมาจาก 6.4 หยวนต่อดอลลารสหรัฐ มาอยู่ที่ 6.97 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดในปีนั้น

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางของจีนใช้เงินไปหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงค่าเงินหยวนเอาไว้ไม่ให้หลุดระดับต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำไมครั้งนี้ถึงเจตนาปล่อยให้หยวนลดลงต่ำกว่าระดับสำคัญนั้น

คำตอบที่น่าสนใจก็คือ หากเงินหยวนลดค่าลงต่อเนื่องไปอีก 8% ผลกระทบต่อสินค้าของจีนจากการขึ้นภาษี 10% ครั้งนี้ของทรัมป์ก็จะเป็นศูนย์โดยสิ้นเชิง

ข้อเท็จจริงทั้ง 2 ประการข้างต้นนี้ บอกให้คนที่อยู่นอกวงสงครามการค้าที่กำลังต้องหาทางบริหารจัดการทุกอย่างให้ตระหนักไว้ว่า

นอกจากสงครามการค้าจะยืดเยื้อ อยู่คู่กับเราไปอีกปีเศษเป็นอย่างน้อย ยังเป็นไปได้ที่จะลุกลามกลายเป็นสงครามค่าเงินควบคู่กันไปด้วย

ทำใจให้คุ้นชินไว้ก็แล้วกัน

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า