Skip to content

“บลิงเกน” วิจารณ์จีนก้าวร้าวคุกคามอาเซียน แย้มกระชับสัมพันธ์ไทยมากขึ้น

14 ธ.ค. 2564 | 17:28น.
“บลิงเกน” วิจารณ์จีนก้าวร้าวคุกคามอาเซียน แย้มกระชับสัมพันธ์ไทยมากขึ้น

รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จี้ปักกิ่งหยุดพฤติกรรมก้าวร้าวคุกคามชาติอาเซียน ชี้ชาติอินโด-แปซิฟิกควรเลือกทางเดินของตนเองได้โดยไร้อิทธิพลปักกิ่ง

วันที่ 14 ธันวาคม 2564 นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนเยือน 3 ชาติอินโด-แปซิฟิกคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ตามลำดับ ได้เยี่ยมคาราวะประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ในการหารือแบบทวิภาคี จากนั้นนายบลิงเกน ได้ขึ้นกล่าวแถลงการณ์

โดยระบุย้ำถึงความสำคัญและพันธกิจในการกระชับความสัมพันธ์ของสหรัฐกับชาติอาเซียนจากการเดินทางเยือนครั้งนี้

บลิงเกนให้คำมั่นถึงกลยุทธ์ที่จะทำให้สหรัฐและพันธมิตรอาเซียนใกล้ชิดลึกซึ้งกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นส่งเสริมด้านความมั่นคงและข่าวกรอง ท่ามกลางความกังวลในพฤติกรรมอันก้าวร้าวของจีนที่ส่อเค้าขยายวงมากขึ้น โดยว่าวอชิงตัน ดี.ซี.มุ่งมั่นรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้ และว่าความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้นั้นเป็นภัยคุกคามการส่งออกกระทบต่อการค้ามูลค่ากว่า 3 ล้านล้านต่อปี

Photo by OLIVIER DOULIERY / POOL / AFP

“สหรัฐและพันธมิตรจะปกป้องทะเลจีนใต้จากผู้อ้างสิทธิบางราย ทั้งจะต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปกป้องกฎเกณฑ์ที่เราได้ร่วมสร้างขึ้นมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ เพื่อให้ภูมิภาคนี้ยังคงเปิดกว้างและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”

“ผมจะพูดอย่างชัดเจน เป้าหมายของการปกป้องระเบียบตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ทำให้ชาติใดล่มสลาย แต่มันคือการปกป้องสิทธิของทุกประเทศในการเลือกเส้นทางของตนเองโดยปราศจากการบีบบังคับหรือข่มขู่”

“เรื่องนั้น (อิทธิพลจีน) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรากังวลอย่างมาก ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแม่น้ำโขงถึงหมู่เกาะแปซิฟิก เกี่ยวกับการกระทำและท่าทีอันก้าวร้าวของปักกิ่ง” รมว.สหรัฐกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อ 13 ธ.ค. นายบลิงเกนได้กล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยในกรุงจาการ์ตา โดยสหรัฐจะพัฒนาอินโด-แปซิฟิกอย่างเสรีและเปิดกว้าง ทั้งมีแผนกระชับพันธมิตรตามสนธิสัญญากับออสเตรเลีย ไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อให้ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียในการทำให้ภูมิภาคนี้ปลอดจากการบีบบังคับ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันและข่าวกรองกับพันธมิตรอินโด-แปซิฟิก

ตลอดจนปกป้องอินเทอร์เน็ตที่เปิดกว้างและปลอดภัย นอกจากนี้เวอชิงตัน ดี.ซี.มุ่งมั่นที่จะกดดันรัฐบาลทหารเมียนมาให้ยุติความรุนแรง ปล่อยนักโทษการเมือง และกลับสู่ประชาธิปไตย

Photo by OLIVIER DOULIERY / POOL / AFP

บลิงเกนระบุว่า ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกต้องการให้เราทำการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากขึ้น เราตั้งใจตอบสนองความต้องการนั้นมากขึ้น ภายใต้กรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกที่ครอบคลุมตามแนวทางของรัฐบาลไบเดนที่รัฐบาลสหรัฐกำลังพัฒนากรอบดังกล่าว

รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังพยายามรีเซตความสัมพันธ์กับเอเชียอีกครั้ง หลังความปั่นป่วนและคาดเดาได้ยากจากยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นช่องว่างที่ทำให้จีนแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาคมากขึ้้น ผ่านการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และความสัมพันธ์ทางการค้าแบบบูรณาการ ภายใต้กรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกระดับภูมิภาคแบบใหม่

ซึ่งรวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจากสหรัฐมากขึ้น และการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ปิดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค ตั้งแต่ท่าเรือและถนน ไปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไบเดนยังไม่ได้เปิดเผยในรายละเอียดของเรื่องนี้

“ประเทศต่าง ๆ ในอินโด-แปซิฟิกต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น…แต่หลายคนรู้สึกว่ามันแพงเกินไป พวกเขารู้สึกกดดันที่จะทำข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดโดยผู้อื่น” บลิงเกนกล่าว

ด้านหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่ง ตอบโต้คำแถลงของบลิงเกนว่า สหรัฐควรดำเนินนโยบายส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค แทนที่จะเป็นการลากเส้นเชิงอุดมการณ์ต่อภูมิภาคนี้ ทั้งปฏิเสธคำกล่าวของสหรัฐที่ว่า ปักกิ่งคือภัยคุกคามจากภายนอกที่แทรกแซงเสถียรภาพของเอเชีย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ต่างประเทศ อาเซียน