เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
ดูทั้งหมด

นโยบาย ‘ซีโร่โควิด’ จีน สะเทือนเศรษฐกิจโลก

20 เม.ย. 2565 | 09:21น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2022 ทางการจีนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมา แสดงให้เห็นว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จีดีพีของจีนขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดหมายกันไว้ คือ 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สูงกว่าที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์เชื่อกันว่าจีดีพีจีนในไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ 4.4%

ผลผลิตทางอุตสาหกรรมในช่วงเดียวกันขยายตัว 5.0% แต่ยอดค้าปลีกลดลง 3.5%

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขจีดีพีที่ว่านี้ ยังไม่ครอบคลุมปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในประเทศจีนเวลานี้ นั่นคือ การระบาดครั้งใหญ่อีกครั้งของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้ทางการจีนต้อง “ล็อกดาวน์” ตามนโยบาย “ซีโร่โควิด” ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางอย่างยิ่ง

“กาเวคัล” บริษัทวิจัยเพื่อการลงทุน ประเมินว่า ในบรรดาเมืองใหญ่ที่สุดที่จัดลำดับตามสถานะทางเศรษฐกิจของจีน 100 อันดับแรก มีอยู่ถึง 87 เมืองที่ตกอยู่ภายใต้ภาวะล็อกดาวน์เข้มงวดของจีน

ฝ่ายวิจัยของโนมูระ โฮลดิ้ง ประเมินไว้ว่า จำนวนประชากรที่ถูกล็อกดาวน์มีเกือบ 400 ล้านคน รวมกันคิดเป็นมูลค่าสูงถึงราว 40% ของจีดีพีมูลค่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ของประเทศ

ที่ส่งผลสะเทือนหนักที่สุดคือการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ เมืองที่มีประชากร 25 ล้านคน แต่เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน

ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตามสถิติของทางการเมื่อปี 2021 มีปริมาณการไหลเวียนของสินค้ากว่า 20% ของทราฟฟิกสินค้าทั้งหมดของจีน ตกอยู่ในสภาพชะงักงัน สินค้าเข้าจำพวกอาหารถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าเสียที่ท่าเรือ เพราะไม่มีแรงงานจะจัดการ

สินค้าที่เดินทางมาถึง ต้องค้างอยู่ที่ท่าเรือแห่งนี้โดยเฉลี่ยแล้ว 8 วัน ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทาง อันเป็นระยะเวลาที่เพิ่มมากขึ้นจากก่อนหน้าการล็อกดาวน์ถึง 75%

สายการบินที่เคยให้บริการขนส่งสินค้า ยกเลิกเที่ยวบินขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกเซี่ยงไฮ้ไปทั้งหมด ขณะที่รถบรรทุกสินค้าที่เคยเข้าออกท่าเรือขวักไขว่ หยุดดำเนินการไปแล้วมากกว่า 90%

ในแง่ของการผลิต ตัวเลขของทางการแสดงให้เห็นว่าเมื่อปี 2021 เซี่ยงไฮ้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 6% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของจีน ตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะต้องปิดโรงงานทั้งในตัวเมืองและโรงงานรอบนอกเมืองทั้งหมด

ผู้ผลิตที่เป็นซัพพลายเออร์ของโซนี่ และแอปเปิล ที่เซี่ยงไฮ้ต้องปิดทำการทั้งหมด บริษัท ควอนต้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กตามสัญญาว่าจ้างรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ผลิตแม็กบุ๊ก ก็ต้องเลิกผลิต
ไปชั่วคราวเช่นเดียวกัน ทำให้ขีดความสามารถในการผลิตของบริษัทลดลงทันที 20%

แม้แต่เทสลา ก็ยังจำเป็นต้องปิดทำการ “เซี่ยงไฮ้ จิกะแฟกตอรี่” ทำให้กำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 2,000 คันต่อวันหายไปทันที

นักวิเคราะห์พากันสรุปว่า ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในประเทศตอนนี้ บวกกับสงครามบุกยูเครนของรัสเซีย และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่จะเป็นตัวถ่วงดีมานด์ทั่วโลกให้ลดลง

โอกาสที่ในปีนี้จีนจะผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ถึง 5.5% ซึ่งเป็นเป้าจีดีพีที่ต่ำที่สุดเท่าที่จีนเคยตั้งเป้ามาในรอบ 30 ปี ก็คงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทุกอย่างไม่กระเตื้องขึ้นในไตรมาส 2 นี้

เวิลด์แบงก์เองหั่นคาดการณ์จีดีพีของจีนในปีนี้ลงเหลือเพียง 4%

แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ แม้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนจะสำคัญ แต่สถานการณ์ในจีนในเวลานี้ยังสามารถส่งผลสะเทือนต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจของทั้งโลกมหาศาลอีกด้วย

ทั้งในแง่ของห่วงโซ่การผลิตและในแง่ของที่ทำให้ดีมานด์สินค้าลดลงไปอีก

“ลู่ ถิง” หัวหน้าทีมวิเคราะห์ประจำจีนของโนมูระฯ เชื่อว่า ตลาดโลกยังประเมินผลกระทบของจีนต่ำ เพราะมุ่งความสนใจให้ความสำคัญกับการบุกยูเครนของรัสเซียและการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา

แต่ไมเคิล เฮอร์สัน นักวิเคราะห์ของยูเรเซีย กรุ๊ป เชื่อว่าปัญหาของจีนภายใต้สถานการณ์แวดล้อมเช่นนี้ อาจส่งผลถึงกับทำให้เกิดความผันผวนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นได้ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า