เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตโดยไม่แจ้งล่วงหน้า บางครอบครัวยังไม่ได้รับศพคืน

02 ก.พ. 2566 | 11:41น.

 

Images showing nine of the 81 prisoners who were executed on 12 March 2022

BBC
ซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตนักโทษ 81 คน เมื่อ 12 มี.ค. 2022 ซึ่งรวมถึงชาย 9 คนนี้ที่ครอบครัวยินยอมให้สื่อเผยแพร่รูปของพวกเขา

ญาติพี่น้องของนักโทษหลายรายในซาอุดีอาระเบียเผยกับบีบีซีว่า ทางการได้ประหารชีวิตนักโทษเป็นการลับ โดยไม่มีการแจ้งให้ครอบครัวของพวกเขาทราบล่วงหน้า

รายงานด้านสิทธิมนุษยชนฉบับล่าสุดระบุว่า ตัวเลขผู้ถูกทางการซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตมีเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่านับแต่ปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน เสด็จขึ้นครองราชย์ และแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชโอรส เป็นมกุฎราชกุมาร ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบีย

ครอบครัวของมุสตาฟา อัล-ไคยัต ไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าเรื่องที่เขาจะถูกนำตัวไปประหารชีวิต

จนถึงทุกวันนี้ ครอบครัวยังไม่ได้รับศพของมุสตาฟามาประกอบพิธีฝังตามหลักศาสนา และไม่มีหลุมศพให้ไปหาเมื่อคิดถึง สิ่งสุดท้ายที่ครอบครัวได้ยินจากเขาคือบทสนทนาทางโทรศัพท์จากเรือนจำที่มุสตาฟาพูดทิ้งท้ายกับแม่ของเขาว่า “เอาล่ะ ผมต้องไปแล้ว ผมดีใจที่แม่สบายดี”

ไม่มีใครเฉลียวใจเลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ลูกจะได้พูดกัน

1 เดือนต่อมา มุสตาฟาก็เสียชีวิต เขาคือ 1 ในนักโทษ 81 คน ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 12 มี.ค. 2022 ซึ่งถือเป็นการประหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต์สมัยใหม่ของซาอุดีอาระเบีย

ชื่อของมุสตาฟาอยู่ในกลุ่มรายชื่อที่ยาวเหยียดและกำลังเพิ่มขึ้นของผู้ถูกประหารชีวิตในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน Reprieve และ European Saudi Organisation for Human Rights ได้เก็บบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดในรายงานฉบับใหม่

ผลการศึกษาข้อมูลที่ทั้งสององค์กรเก็บบันทึกมาตั้งแต่ปี 2010 พบว่า :

  • อัตราการประหารชีวิตของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่านับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2015 และทรงแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล
  • ซาอุดีอาระเบียมักใช้โทษประหารชีวิตในการปิดปากกลุ่มผู้เห็นต่างและผู้ประท้วง ซึ่งขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่ระบุว่าควรใช้โทษประหารชีวิตต่อผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงเท่านั้น
  • นับตั้งแต่ปี 2015 มีนักโทษอย่างน้อย 11 คนที่ต้องโทษจำคุกตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์และถูกประหารชีวิต แม้ว่าทางการซาอุดีอาระเบียจะอ้างหลายครั้งว่าพยายามลดการใช้โทษประหารชีวิตต่อผู้เยาว์
  • การทรมาน “พบอย่างแพร่หลาย” ในเรือนจำซาอุดีอาระเบีย แม้แต่ในหมู่ผู้ต้องขังเด็ก

องค์กร Reprieve มีข้อมูลว่าเมื่อปีก่อนซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตนักโทษไป 147 ราย แต่ชี้ว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ อีกทั้งระบุว่า ซาอุดีอาระเบียใช้โทษประหารชีวิต “เกินกว่าเหตุ” ต่อคนต่างชาติ เช่น สาวใช้หญิงหลายคนที่ถูกตัดสินให้มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดไม่ร้ายแรง

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีมาแล้ว แต่ทางการยังไม่ยอมให้ข้อมูลแก่ครอบครัวของมุสตาฟาว่าเขาและนักโทษคนอื่น ๆ ถูกประหารชีวิตอย่างไร

ยัสเซอร์ พี่ชายของมุสตาฟาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัวผู้ถูกประหารชีวิตทั้งหลาย

“พวกเราไม่รู้ว่าพวกเขาได้รับการฝังอย่างเหมาะสม หรือถูกโยนทิ้งในทะเลทราย หรือในทะเล พวกเราไม่รู้เลย” ยัสเซอร์ กล่าว

ยัสเซอร์ พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับสื่อเป็นครั้งแรก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ในเยอรมนี และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยการเมืองหลังหลบหนีออกจากซาอุดีอาระเบียในปี 2016 เพราะกลัวว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับน้องชาย

ยัสเซอร์เล่าว่าน้องชายของเขาเป็นคนสนุก เข้าสังคมเก่ง และเป็นที่รักของคนรอบตัว โดยนับตั้งแต่ปี 2011 มุสตาฟาได้เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันโดยชาวมุสลิมชีอะห์ ชนกลุ่มน้อยในประเทศ

มุสตาฟาถูกจับกุมในปี 2014 หลังจากเขาถูกประหารชีวิต เจ้าหน้าที่ประกาศว่าเขา และนักโทษอีก 30 คน ถูกประหารด้วยความผิดเดียวกัน เช่น พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ข่มขืน ชิงทรัพย์ ทำระเบิด ยุยงให้เกิดการทะเลาะวิวาท และสร้างความวุ่นวาย รวมทั้งค้าอาวุธและยาเสพติด

“ทางการไม่เคยแสดงหลักฐานยืนยันความผิดที่กล่าวหาเหล่านี้เลย คำโกหกนี้ได้สร้างบาดแผลลึก” ยัสเซอร์เล่า พร้อมเผยว่า น้องชายของเขาอยู่ในกระบวนการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินตอนที่ถูกประหารชีวิตพร้อมกับชายอื่นอีก 80 คน

“ทางการไม่ได้แค่พรากชีวิตของพวกเขา แต่ยังจงใจใส่ร้ายป้ายสี และกล่าวหาพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้กระทำ”

หลังก้าวขึ้นสู่อำนาจ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ได้ให้คำมั่นจะนำซาอุดีอาระเบียสู่ความทันสมัย อีกทั้งตรัสในบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2018 ว่า ประเทศของพระองค์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของชาติตะวันตกกำลังพยายาม “ปรับลด” การใช้โทษประหารชีวิต

แต่เกือบ 5 ปีผ่านมา ซาอุดีอาระเบียยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ประหารชีวิตนักโทษมากที่สุดในโลก

การใช้โทษประหารชีวิตในซาอุดีอาระเบีย

BBC

มายา โฟอา ผู้อำนวยการองค์กร Reprieve กล่าวกับบีบีซีจากสำนักงานในกรุงลอนดอนว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน หรือที่ทรงเป็นที่รู้จักในนาม MBS “ทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่พระองค์เคยให้สัญญาไว้…พระองค์บงการการประหารชีวิตจำนวนมาก และปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างโหดร้าย”

นอกจากนี้ เธอชี้ว่าซาอุดีอาระเบียยังมีกระบวนการประหารชีวิตที่เป็นความลับ โดยหลายกรณีที่ Reprieve เข้าตรวจสอบพบว่า ไม่มีใครรู้มาก่อนว่านักโทษเหล่านี้ได้รับโทษประหารชีวิต

มายา อธิบายว่า “ครอบครัวของพวกเขาไม่รู้ หมายความว่าคุณมีผู้ถูกจับกุม ถูกพิจารณาคดี ถูกตัดสินประหารชีวิต จากนั้นก็นำตัวไปประหารอย่างลับ ๆ”

เธอเล่าต่อว่า บางครอบครัวได้ทราบข่าวว่าบุคคลอันเป็นที่รักถูกประหารชีวิตผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการกระทำ “อันโหดร้ายและสร้างความเจ็บปวดใจ” ที่สุดอย่างหนึ่ง

ตามปกติ ซาอุดีอาระเบียมักประหารชีวิตด้วยการตัดคอ ซึ่งมักทำกันในที่สาธารณะ พร้อมกับเปิดเผยชื่อ และข้อหาของนักโทษผ่านทางเว็บไซต์รัฐบาล

แต่กลุ่มนักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ว่า การใช้โทษประหารชีวิตในประเทศนี้เริ่มมีความไม่โปร่งใสมากขึ้นทุกขณะ

ทุกคนที่บีบีซีได้พูดคุยด้วย ไม่มีใครทราบว่าการประหารชีวิตในปัจจุบันทำด้วยวิธีใด แม้จะมีรายงานการยิงเป้าด้วยก็ตาม

อาลี อาดูบิซี ผู้อำนาวยการองค์กร European Saudi Organisation for Human Rights ที่มีสำนักงานในกรุงเบอร์ลิน ระบุว่า โทษประหารชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของระบบกฎหมายซาอุดีอาระเบีย

“ไม่มีองค์กรอิสระภาคประชาสังคม หรือองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนใดสามารถดำเนินการได้ที่นั่น และหากเราไม่จุดกระแสความสนใจเรื่องการประหารชีวิต ก็จะมีผู้คนมากมายที่ถูกฆ่าอย่างเงียบ ๆ” เขากล่าว

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ชาย 41 คน จากทั้งหมด 81 คน ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อเดือน มี.ค.ปีก่อน เป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมชีอะห์ ซึ่ง “การล่วงละเมิดอย่างแพร่หลายและทำกันเป็นระบบในระบบยุติธรรมของซาอุดีอาระเบียก็บ่งชี้ว่าชายเหล่านี้ไม่น่าจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม”

องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนนี้เผยว่าได้รับรายงานการทรมานในเรือนจำด้วย

นี่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ยัสเซอร์ประสบตอนที่เขาได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมมุสตาฟาเป็นครั้งแรก หรือ 12 เดือนหลังจากเขาถูกจับกุมในปี 2014 และต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น

“แม้จะเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว หลังเราได้พบมุสตาฟาครั้งสุดท้าย แต่เขาไม่สามารถลุกยืนขึ้นทักทายพวกเราได้” ยัสเซอร์เล่า

“เขาล้มลงทันทีที่พยายามลุกยืน และเมื่อเราถามเขา เขาบอกว่าเป็นเพราะการถูกทรมาน”

“เราสังเกตเห็นรอยฟกช้ำตามตัวมุสตาฟา เขาบอกว่าถูกช็อตไฟฟ้าด้วย”

พี่สาวของนักโทษอีกคน เล่าให้บีบีซีฟังว่า น้องชายของเธอก็ถูกทรมานอย่างรุนแรงเช่นกัน

ไซนับ อาบู อัล-คาอีร์ ซึ่ง ฮุสเซน น้องชายต้องโทษจำคุกในปี 2014 เผยว่า “น้องเล่าว่าเขาถูกจับมัดเท้าแล้วทุบตี เขาไม่เคยคิดว่าจะมีการบังคับรีดคำรับสารภาพในการพิจารณาคดี”

ฮุสเซน เป็นชาวจอร์แดน เขาทำงานเป็นคนขับรถให้ครอบครัวชาวซาอุฯ ที่ร่ำรวยครอบครัวหนึ่งตอนที่ถูกจับกุมฐานมียาเสพติดในรถยนต์ที่พรมแดนจอร์แดน-ซาอุดีอาระเบีย

ไซนับแน่ใจว่ายาเสพติดดังกล่าวไม่ใช่ของน้องชาย

ไซนับซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในแคนาดาเล่าว่า นับตั้งแต่ฮุสเซนติดคุก ครอบครัวของเขาต้องเผชิญความยากลำบาก เขามีลูกชายพิการคนหนึ่ง และหลังจากเขาถูกสั่งจำคุก ลูกสาววัย 14 ปีของเขาก็ถูก “ขาย” ให้แต่งงานในจอร์แดน

Jordanian national Hussein Abu Al-Khair has been in prison since 2014

Zainab Abu Al-Khair,
ฮุสเซน อัล-คาอีร์ ต้องโทษจำคุกในปี 2014

เมื่อเดือน พ.ย. 2022 ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการพักโทษประหารชีวิตให้ผู้ต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า “น่าสลดใจอย่างยิ่ง” ส่งผลให้ภายในเวลา 2 สัปดาห์ มีชาย 17 คนถูกประหารชีวิตในความผิดนี้

ไซนับเล่าว่า ชายที่ถูกพาตัวออกจากห้องขังเดียวกับฮุสเซน ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย เธอและน้องชายรู้สึกกลัวมาก และมันสร้างความทุกข์ทรมานใจให้เธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ในบางครั้งไซนับรู้สึกโกรธประเทศอื่น ๆ ที่ปล่อยให้ซาอุดีอาระเบียรอดพ้นความผิดจากการกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้ายเช่นนี้

Zainab Abu Al-Khair

Zainab Abu Al-Khair
ไซนับและครอบครัวต้องคอยเช็กทุกวันว่าฮุสเซนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

รายงานล่าสุดจากฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของซาอุดีอาระเบียอยู่ในขั้น “เลวร้าย” เป็นรอยด่างพร้อยของประเทศ ซึ่งพยายาม “ซักล้าง” ด้วยการลงทุนด้านกีฬาและบันเทิง

บีบีซีได้ส่งอีเมล 3 ฉบับถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ เพื่อสอบถามกรณีที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ขณะที่สถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อบีบีซีว่า หลายประเทศทั่วโลกมีโทษประหารชีวิต และประเทศต่าง ๆ มีมุมมองที่แตกต่างกันถึงความเหมาะสมในการใช้บทลงโทษต่าง ๆ

“ในขณะที่เราเคารพต่อสิทธิของแต่ละประเทศในการกำหนดตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติของตนเอง เราก็หวังว่าประเทศอื่น ๆ จะเคารพสิทธิอธิปไตยในการดำเนินตามแนวทางตุลาการและกฎหมายของเรา” สถานทูตระบุ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้กับบีบีซีว่า “มีความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวโน้มการใช้โทษประหารชีวิตในซาอุดีอาระเบีย” โดยเฉพาะจำนวนการประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังที่เป็นผู้เยาว์ และการลงโทษประหารชีวิตผู้ถูกตัดสินให้มีความผิดที่ไม่อยู่ในฐานอุกฉกรรจ์ เช่น ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

สำหรับผู้ที่มีบุคคลอันเป็นที่รักถูกตัดสินประหารชีวิตในซาอุดีอาระเบีย ต่างต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานใจ ไซนับพี่สาวของฮุสเซนได้แต่คอยเฝ้าดูข้อความในกลุ่มสนทนาของครอบครัว

“มันไม่ใช่ชีวิตที่จะต้องเจอกับความเครียดแบบนี้…ทุกเช้า ทุกค่ำ พวกเราต่างคอยเช็กว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่” ไซนับบอก

รายงานเพิ่มเติมโดย เอเลนอร์ มอนตาคิว

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว