เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

วิเคราะห์ ‘ดีลใหญ่’ ญี่ปุ่น-สหรัฐ เพิ่มความหวังข้อตกลง ‘อียู-ทรัมป์’

27 ก.ค. 2568 | 11:19น.
Japan-USA
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

หลังจากเจรจากันเป็นรอบที่ 8 ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ถือว่าเป็นดีลใหญ่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ภูมิอกภูมิใจ เพราะญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ ซึ่งทรัมป์อยากปิดดีลให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่ง่าย เพราะตลอด 7 รอบที่ผ่านมา ติดขัดอยู่สองเรื่องใหญ่ คือเรื่องข้าวและรถยนต์ที่ญี่ปุ่นยังไม่ยินยอม โดยทรัมป์พยายามกดดันให้ญี่ปุ่นเปิดตลาดข้าวมากขึ้น ส่วนญี่ปุ่นต้องการให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีรถยนต์ 25% ซึ่งถูกเรียกเก็บแยกต่างหากจากสินค้าอื่น

ทรัมป์โพสต์ลงโซเชียลมีเดียระบุว่า “เราเพิ่งเสร็จสิ้นข้อตกลงใหญ่กับญี่ปุ่น บางทีอาจเป็นดีลใหญ่ที่สุดเท่าที่ทำมา ญี่ปุ่นจะลงทุน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐตามการกำกับของผม ซึ่งจะได้รับ 90% ของผลกำไร ดีลนี้จะสร้างงานหลายแสนตำแหน่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่สำคัญที่สุด ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดให้กับสหรัฐ ซึ่งรวมถึงรถยนต์และปิกอัพ ข้าว และสินค้าเกษตรบางอย่าง และอื่นๆ ส่วนภาษีต่างตอบโต้ ญี่ปุ่นจะจ่ายให้กับสหรัฐ 15% นี่เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมากสำหรับอเมริกา”

นั่นเป็นสไตล์ของทรัมป์ทุกครั้งที่โพสต์ข้อตกลงหรือดีลกับประเทศคู่ค้า กล่าวคือมักจะขาดรายละเอียดและคลุมเครือ และส่วนใหญ่จะพยายามทำให้รู้สึกว่าสหรัฐเป็นฝ่ายได้เปรียบ มีพลังอำนาจที่จะกดบีบคู่ค้าให้ยอมมอบสิ่งที่สหรัฐต้องการ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทรัมป์ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากนัก โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าสหรัฐต้องยอมอะไรบ้างเพื่อโน้มน้าวให้ญี่ปุ่นยอมทำข้อตกลง เพราะภาษีศุลกากรเป็นเรื่องที่ทรัมป์ใช้สร้างความนิยมทางการเมือง

ตามข้อตกลงครั้งนี้ ซึ่งญี่ปุ่นจะเสียภาษีต่างตอบโต้ หรือ Reciprocal Tariffs 15%ให้กับสหรัฐ ถือว่าต่ำกว่าที่ทรัมป์ขู่ไว้ในจดหมายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ว่าหากญี่ปุ่นไม่ยอมทำข้อตกลงภายในเส้นตาย 1 สิงหาคม จะถูกเก็บ Reciprocal Tariffs 25% หรือเพิ่มจากที่ประกาศไว้ในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งจะเก็บ 24%

ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นจะเพิ่มการนำเข้าข้าวจากสหรัฐภายใต้ “โควตาขั้นต่ำ” ซึ่งเป็นกรอบที่สอดคล้องกับกติกาขององค์การการค้าโลก ส่วนสินค้าเกษตรอื่น ๆ นั้นญี่ปุ่นจะยังคงเก็บภาษีนำเข้าตามอัตราที่เก็บอยู่เดิม ส่วนสหรัฐตกลงว่าจะไม่มีการกำหนดเพดานโควตารถยนต์ญี่ปุ่นที่จะส่งไปจำหน่ายในสหรัฐ

“เราเจรจาเพื่อปกป้องในสิ่งที่ต้องปกป้อง และทำข้อตกลงที่เหมาะสมกับผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ นี่เป็นอัตราภาษีศุลกากรที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุ

เกียวโดนิวส์รายงานว่า ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ครอบคลุมภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่สหรัฐประกาศจัดเก็บ 50%

ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้ารายใหญ่และสำคัญต่อสหรัฐ โดยเป็นแหล่งนำเข้ารายใหญ่อันดับ 5 ของสหรัฐ ปีที่แล้ว (2024) ญี่ปุ่นส่งสินค้าไปขายสหรัฐมูลค่า 1.48 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้ารถยนต์ ชิ้นส่วน สินค้าเกษตร เครื่องจักรก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นมีไพ่ต่อรองอยู่บ้างในการเจรจากับสหรัฐ เพราะเป็น “เจ้าหนี้” ของอเมริการายใหญ่ที่สุด โดยเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐมากถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นตอบสนองอย่างร้อนแรง ดัชนีนิกเคอิซื้อขายในช่วงเช้าพุ่งกว่า 1,500 จุด หรือเกือบ 4% ทะลุ 41,000 จุด ส่วนหุ้นรถยนต์ ทั้งโตโยต้าและฮอนด้าก็ทะยานมากกว่า 15% และ 11% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม การบรรลุดีลครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งสภาสูงของญี่ปุ่นที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งปรากฏว่าพรรคแอลดีพีของรัฐบาลปัจจุบันพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายตรงข้าม

คาซุทากะ มาเอะ นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยเมจิ ยาสุดะ ในโตเกียว ชี้ว่าญี่ปุ่นประสบความสำเร็จที่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษี 25% และการได้อัตราภาษีต่ำสำหรับรถยนต์ เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น และลดความเสี่ยงที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอย แต่ห้วงเวลาที่บรรลุข้อตกลงดูจะไม่มีโชคทางการเมือง ถ้าหากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสามารถทำข้อตกลงได้ก่อนวันเลือกตั้ง อาจจะช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้กับเขา

หม่า เทียหยิง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ดีบีเอส สิงคโปร์ ระบุว่า ข้อตกลงครั้งนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีศุลกากรให้กับญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน อัตรา 15% อาจเป็น “ตัวชี้วัด” สำหรับประเทศเอเชียเหนืออื่น ๆ อย่างเช่นเกาหลีใต้ ไต้หวัน ในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ

ส่วนในประเด็นที่ว่าจะช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้กับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นหรือไม่ ยังไม่แน่ชัด เพราะปัญหาสำคัญที่ทำให้พรรคแอลดีพีได้รับความนิยมลดลงเกิดจากปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ไม่ได้เกิดจากภาษีศุลกากร อย่างไรก็ตาม การที่ความไม่แน่นอนด้านภาษีหมดไป ก็ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นครึ่งปีหลัง

ฮิโรฟูมิ ซูซูกิ หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านเงินตราของ SMBC โตเกียว กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับญี่ปุ่น เพราะมีรายงานว่ารถยนต์ก็จะเสียภาษีเพียง 15% แต่ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวจะนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น แต่มีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นในเดือนกันยายน

ทางด้านรอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า รถยนต์ญี่ปุ่นได้รับการลดภาษีศุลกากรเหลือ 15% ด้วยเช่นกัน จากเดิม 25%

หลังจากบรรลุดีลกับญี่ปุ่น ทรัมป์ได้ประกาศว่า รายต่อไปจะเป็นการเจรจากับสหภาพยุโรป (อียู) และอีกหลายรายในวันต่อ ๆ ไป ซึ่งอียูถูกแรงกดดันจากทรัมป์มากเช่นกัน เนื่องจากถูกขู่เก็บภาษีเพิ่มเป็น 30% หากไม่มาทำข้อตกลงภายในวันที่ 1 สิงหาคม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นจะสร้างบรรยากาศเชิงบวกและเพิ่มความหวังอย่างมีนัยสำคัญ ว่าอียูจะสามารถบรรลุดีลกับสหรัฐได้เช่นกัน

คัตสึฮิโกะ ไอบะ นักเศรษฐศาสตร์ของ Citi ชี้ว่า ข้อตกลงเรื่องรถยนต์กับญี่ปุ่นอาจมีผลต่อการเจรจากับอียู เพราะในข้อตกลงกับญี่ปุ่น ทางสหรัฐนอกจากลดภาษีให้แล้ว ยังไม่จำกัดโควตาการนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนัยบ่งบอกถึงการเจรจาเรื่องเดียวกันนี้กับอียูและเกาหลีใต้ ซึ่งต่างเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่