กัมพูชาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันทีกับไทย หลังจากการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลาสองวัน ด้านภูมิธรรมเตือนว่าอาจบานปลายกลายเป็นสงคราม
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และบีบีซี (BBC) รายงานว่า นายเจีย แก้ว เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ประเทศของเขาได้ร้องขอให้หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขและเสริมว่ากัมพูชาก็ต้องการทางออกข้อพิพาทโดยสันติเช่นกัน
ไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการหยุดยิงนี้ต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้ได้ประกาศกฎอัยการศึกใน 8 เขตชายแดนกับกัมพูชา
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า การเรียกร้องหยุดยิงของกัมพูชาเกิดขึ้นหลังจากนายเจียได้แถลงชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยต่อประชาคมโลกในการประชุมแบบลับของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเป็นแบบไม่มีการลงมติ เมื่อเวลาราว 02.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม เสร็จสิ้นลง ซึ่งมีประเทศมหาอำนาจที่เป็นสมาชิกถาวรพร้อมสิทธิในการวีโต้หรือยับยั้ง จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ จีน ฝรั่งเศส รัสเซียและอังกฤษเข้าร่วม และสมาชิกไม่ถาวรที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนอีก 10 ชาติ รวมถึง เดนมาร์ก โซมาเลีย เป็นต้น
ผู้ชี้แจงฝ่ายไทย คือนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ได้แถลงข้อโต้แย้งของฝ่ายไทยเสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน โดยย้ำใจความสำคัญว่า ไทยถูกกัมพูชารุกรานก่อน ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อบรรลุผลประโยชน์ทางการเมืองของกัมพูชาเอง
เหตุสู้รบทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และมีผู้อพยพหลายหมื่นคนในทั้งสองประเทศ ซึ่งต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มยิงนัดแรกก่อน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา
บลูมเบิร์กระบุอีกว่า เมื่อวานนี้ (วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม) นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เตือนว่าการปะทะกันอาจ “นำไปสู่สงคราม” โดยกล่าวว่าขณะนี้การสู้รบมีการใช้อาวุธหนักและได้แพร่กระจายไปยัง 12 สถานที่ตามแนวชายแดน
ไทยยังกล่าวหากัมพูชาว่ายิงเข้าไปในพื้นที่พลเรือน และได้อพยพชาวบ้านออกจากหมู่บ้านทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีของจรวดของกัมพูชา
ขณะเดียวกัน นิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ไม่มีความจำเป็น” ที่จะต้องมีการไกล่เกลี่ยจากบุคคลที่สามในความขัดแย้งนี้ แต่ยังเปิดทางเจรจาแบบทวิภาคีอยู่ และว่าฝ่ายกัมพูชาต้องหยุดการสู้รบก่อน แม้ว่ามหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐจะเรียกร้องให้หยุดยิงทันทีก็ตาม และรวมถึงจีน มาเลเซียเสนออำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างสองฝ่าย
ต่อการที่อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนประจำปีนี้ ที่ได้มีข้อเสนอหยุดยิง ทางกระทรวงการต่างประเทศแจ้งท่าทีว่า “รัฐบาลไทยขอขอบคุณท่าน นรม. Anwar Ibrahim” สำหรับข้อเสนอหยุดยิงที่ไทยเห็นด้วยอย่างยิ่งในหลักการและพร้อมพิจารณา อย่างไรก็ดี ฝ่ายกัมพูชายังคงโจมตีไทยอย่างต่อเนื่องตลอดวันโดยไม่เลือกเป้า
กระทรวงการต่างประเทศไทยระบุอีกว่า ดังนั้น ตามข้อเท็จจริง การหยุดยิงใด ๆ ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยฝ่ายไทยให้ความสำคัญในลำดับต้นกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขณะนี้ การกระทำของฝ่ายกัมพูชายังคงแสดงออกถึงความไม่จริงใจ และยังคงทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยตกอยู่ในอันตราย ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและพี่น้องประชาชนจนถึงที่สุด