Skip to content

แรงงานเกาหลีเป็น ‘ผีน้อย’ ใน ‘ประเทศทรัมป์’ : ปฏิบัติการบุกจับต่างด้าวสะเทือนธุรกิจ

08 ก.ย. 2568 | 13:51น.
แรงงานเกาหลีเป็น ‘ผีน้อย’ ใน ‘ประเทศทรัมป์’ : ปฏิบัติการบุกจับต่างด้าวสะเทือนธุรกิจ

มื่อสัปดาห์ที่แล้วเกิดกรณีแรงงานชาวเกาหลีใต้หลายร้อยคนถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐบุกจับ แต่เพิ่งเป็นข่าวใหญ่วันนี้ (8 กันยายน) หลังจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทร่วมทุนฮุนได มอเตอร์และแอลจี เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น (Hyundai Motor Co.-LG Energy Solution Ltd.) ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นมาตรการที่คุกคามห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงต่อการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้กลุ่มบริษัทยักษ์จากเกาหลีใต้กำลังเร่งควบคุมผลกระทบจากปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพครั้งใหญ่ของสหรัฐ

ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน เวลาราว 10.30 น. เกิดเหตุการณ์บุกจับแรงงานครั้งใหญ่เกิดขึ้น จากคำบอกเล่าของคนงานชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง ซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เกิดความตื่นตระหนกและสับสน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุและจับกุมผู้คนหลายร้อยคน

เจ้าหน้าที่ระดับมลรัฐและรัฐบาลกลางประมาณ 400 นาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) จับกุมผู้ต้องสงสัย 475 คน ซึ่งเป็นคนงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า ในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้มากถึง 300 คน และบางคนถูกล่ามโซ่

เขากล่าวว่าครั้งแรกที่ทราบถึงการบุกค้นคือตอนที่เขาและเพื่อนร่วมงานได้รับโทรศัพท์จากผู้บริหารบริษัท หลายคน “มีสายโทรศัพท์หลายสายดัง และข้อความบอกให้หยุดการดำเนินงาน” เขากล่าว

เมื่อข่าวการบุกจู่โจมครั้งนี้แพร่กระจายออกไป ซึ่งถือเป็นการบุกจู่โจมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยสอง ด้านสมาชิกในครอบครัวที่ตื่นตระหนกพยายามติดต่อแรงงาน

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า คนงานบางคนพยายามหลบหนี รวมถึงหลายคนที่กระโดดลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสียที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนที่คนงานเหล่านี้ถูกคัดแยกแบ่งเป็นกลุ่มตามสัญชาติและสถานะวีซ่า ก่อนนำขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่หลายคัน และแรงงานชาวเกาหลีอาจถูกส่งกลับ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำได้

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาการจ้างงานผิดกฎหมายที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างในบริเวณดังกล่าว

ในที่สุดปฏิบัติการนี้กลายเป็นปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแบบจุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การสืบสวนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า มีผู้ที่ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย

ในวิดีโอหนึ่งแสดงให้เห็นชายกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวกันในห้องเป็นชายสวมหน้ากาก สวมเสื้อกั๊กที่มีอักษรย่อว่า HSI (Homeland Security Investigations) และถือวิทยุสื่อสาร บอกแรงงานว่า “เราคือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เรามีหมายค้นครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด เราต้องการให้หยุดการก่อสร้างทันที เราต้องการให้งานทั้งหมดในพื้นที่นี้ยุติลงโดยเร็วที่สุด”

ชายคนดังกล่าวระบุอีกว่า เขาตกใจแต่ก็ไม่แปลกใจ กับปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองครั้งนี้ เขากล่าวว่าคนงานที่ถูกควบคุมตัวส่วนใหญ่เป็นช่างเครื่องที่กำลังติดตั้งสายการผลิตในสถานที่ดังกล่าว และเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ทำสัญญากับฮุนได

เขายังกล่าวอีกว่า ผู้ที่ถูกจับกุมส่วนน้อยถูกส่งตัวมาจากสำนักงานใหญ่ในกรุงโซลและเข้ารับการฝึกอบรม และเชื่อว่าคนงานเกือบทั้งหมดมีสิทธิตามกฎหมายที่จะอยู่ในสหรัฐ แต่ประเภทวีซ่าไม่ถูกต้อง หรือสิทธิในการทำงานหมดอายุแล้ว

โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันในวันนี้ เพื่อขอให้ปล่อยตัวพลเมืองเกาหลีใต้ 300 คนที่ถูกจับกุมในการบุกตรวจค้นครั้งนี้

“เราขอเชิญชวนให้คุณนำบุคลากรที่มีความสามารถสูง มีความสามารถทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยม มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกอย่างถูกกฎหมาย และเราจะทำให้คุณงานอย่างรวดเร็วและถูกกฎหมาย” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social

ความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำนโยบายอพยพปราบปรามคนเข้าเมืองที่สำคัญของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงการสร้างงานให้ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะการใช้มาตรการขึ้นภาษีต่างตอบโต้ เป็นปัจจัยดึงดูดทั้งบีบบังคับให้ทุนต่างชาติตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐ ตามนโยบายตอนหาเสียง “ฟื้นฟูการผลิตคือหัวใจที่สำคัญ”

ทั้งนี้ บริษัทเกาหลีหลายแห่งได้หันมาใช้โครงการยกเว้นวีซ่าที่เรียกว่า ESTA ซึ่งมีไว้สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน ซึ่งจะต้องส่งพนักงานไปทำงานทันที

“สหรัฐเรียกร้องการลงทุนจากเกาหลีใต้ แต่ขอให้เราใช้ชาวอเมริกันเฉพาะในการก่อสร้างโรงงานเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลย” ชาง ซัง-ซิก หัวหน้าศูนย์วิจัยการค้าและการพาณิชย์ระหว่างประเทศของสมาคมการค้าระหว่างประเทศเกาหลีกล่าวและบอกอีกว่า “พวกเขาต้องการช่างเทคนิคชาวเกาหลีในช่วงก่อสร้าง”

เกาหลีใต้ว่าอย่างไร

การก่อสร้างโรงงานที่รัฐจอร์เจียถูกระงับชั่วคราว ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของฮุนไดในสหรัฐ โรงงานอุตสาหกรรมที่จอร์เจียแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 500,000 คันต่อปี และจ้างงานมากถึง 12,500 คนภายในต้นทศวรรษหน้า

หนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily รายงานวันนี้ (8 กันยายน) ว่า LG Energy Solution ได้ตัดสินใจเบื้องต้นที่จะเลื่อนการเริ่มโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในรัฐจอร์เจียออกไป หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวระบุว่า ฮุนไดสั่งห้ามพนักงานทั้งหมด เดินทางไปสหรัฐ

เดิมที LG Energy วางแผนที่จะเริ่มการผลิตในช่วงปลายปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตแบตเตอรี่ให้ได้ 30 จิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี แต่ได้ตัดสินใจเลื่อนออกไปเป็นช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า โดยระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของฮุนไดและเกีย คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ

ด้านโฆษกของ LG Energy กล่าวเมื่อวันว่า บริษัทได้เลื่อนการเริ่มต้นการผลิตไปเป็นปีหน้า แทนที่จะเป็นปีนี้ เนื่องจากสภาวะตลาด และเสริมว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงานหรือไม่ และเมื่อถูกถามถึงรายงานข่าวข้างต้น โฆษกของฮุนได มอเตอร์ และเกีย กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท

แม้กระทั่งก่อนการบุกตรวจค้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทบางแห่งก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้น ในเดือนพฤษภาคม บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ออกแนวปฏิบัติภายในเกี่ยวกับการเดินทางเพื่อธุรกิจในสหรัฐภายใต้วีซ่า ESTA ระยะสั้น โดยระบุว่าการพำนักของพนักงานไม่ควรเกินสองสัปดาห์

สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองเอลลาเบลล์ รัฐจอร์เจีย เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อพื้นที่โดยรอบ และเป็นแหล่งจ้างงานหลักนับตั้งแต่มีการประกาศโครงการในปี 2022 ซึ่งได้รับการยกย่องจากไบรอัน เคมป์ ผู้ว่าการรัฐจอร์เจียจากพรรครีพับลิกัน ที่มีมูลค่าของโครงการ 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.4 แสนล้านบาท) โดยระบุว่าเป็นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแห่งนี้ ขนาด 3,000 เอเคอร์  (ราว 7,600 ไร่) เปิดทำการเมื่อปีที่แล้ว

“มันรู้สึกเหมือนถูกแทงข้างหลัง” คิม แท-ฮยอง ศาสตราจารย์และหัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยซุงซิล ในกรุงโซล กล่าวถึงการบุกตรวจค้นครั้งนี้ “ชาวเกาหลีส่วนใหญ่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธแค้น” และบริษัทเกาหลี “หลีกเลี่ยงไม่ได้” ที่จะ “ท้อแท้” ที่จะดำเนินแผนการลงทุนในสหรัฐ

ชาง ซัง-ซิก หัวหน้าศูนย์วิจัยการค้าและการพาณิชย์ระหว่างประเทศของสมาคมการค้าระหว่างประเทศเกาหลี กล่าวว่า โรงงานนี้ในจอร์เจียเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมของความจริงจังของเกาหลีใต้ในการส่งเสริมการผลิตในสหรัฐ ธุรกิจเกาหลีจะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้นในการสร้างโรงงานใหม่หรือดำเนินการในสหรัฐ หากทางการสหรัฐยังคงบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดโดยไม่แก้ไขปัญหาวีซ่าที่ยังคงดำเนินอยู่

 

อ้างอิง :

BBC

Bloomberg 1

Bloomberg 2

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ ผีน้อย เกาหลีใต้