เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

โรงงานจีน-ญี่ปุ่น-ท้องถิ่น เร่งจ้างเพิ่มแรงงานกัมพูชา ที่กลับจากไทย

30 ก.ย. 2568 | 13:49น.

บริษัทท้องถิ่นและต่างชาติรวมถึงจีนและญี่ปุ่นรีบคว้าโอกาส เร่งจ้างแรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับจากประเทศไทย หลังเหตุความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย 

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า บริษัทในกัมพูชากำลังจะจ้างแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากที่เดินทางกลับจากประเทศไทย เนื่องจากบริษัทหลายแห่งมีแผนขยายธุรกิจ แม้จะมีต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา การปะทะกันในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย ปิดชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาตึงเครียด

แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากย้ายถิ่นฐานมายังประเทศไทย ซึ่งมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากกว่า เพื่อโอกาสรับค่าแรงที่สูงขึ้น แต่การปิดชายแดนกระตุ้นให้แรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก คาดการณ์ว่า ผู้เดินทางกลับพร้อมครอบครัว มีประมาณ 800,000-1,000,000 คน ทำให้นายจ้างชาวกัมพูชา มีกลุ่มแรงงานใหม่สำหรับการจ้างงาน

พรมแดนจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย 24 มิ.ย. 2025 (Gobthanadesh Toraksa/Reuters)

เจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากรของ Zhuhai Seikawa Plastic Products ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสัญชาติจีนซึ่งตั้งโรงงานในกัมพูชา กล่าวว่า เมื่อก่อนเราเคยลำบากในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการสมัครงาน จนกระทั่งเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อแรงงานเดินทางกลับเข้าประเทศเพิ่มขึ้น การดูดดึงแรงงานก็ง่ายขึ้นเช่นกัน

โรงงาน Zhuhai Seikawa ในกัมพูชา ได้ว่าจ้างแรงงานกลุ่มนี้ไปแล้วประมาณ 100 คน ส่งผลให้จำนวนพนักงานในโรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 600 คน ในสิ้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 1,000 คน ภายในสิ้นปี 2025 เพื่อรองรับการขยายสายการผลิต

ในขณะที่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัท WCFO ผู้ผลิตสายเคเบิลใยแก้วนำแสงจากฮ่องกง เพิ่มจำนวนพนักงานในโรงงานที่กัมพูชาเกือบสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง โดยความต้องการของสายเคเบิลใยแก้วนำแสงนั้นมีสูง ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะสร้างส่วนขยายโรงงานใหม่ด้วย

บริษัทในเครือ ชิป มง กรุ๊ป (Chip Mong Group) โพสต์โซเชียลมีเดียว่า บริษัทมีตำแหน่งงานด้านการก่อสร้างว่างอยู่หลายร้อยตำแหน่ง อีกทั้งผู้ที่เดินทางกลับประเทศจะได้ทำงานในสวนปาล์มของ มง ฤทธิ์ กรุ๊ป (Mong Reththy Group) ซึ่ง นายมง ฤทธิ์ ซีอีโอ หวังว่าคนงานเหล่านี้จะเลือกทำงานกับมง ฤทธิ์ กรุ๊ป เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้าย

(Buriram Provincial Office via Facebook)

นายเฮง ซัว (Heng Sour) รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานกัมพูชา ยินดีต่อการเสริมการจ้างแรงงานในประเทศ โดยกล่าวว่า ความพร้อมของแรงงานที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อภาคส่วนสำคัญ เช่น การผลิต การก่อสร้าง และการเกษตร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นศักยภาพในการผลิตและตอบสนองความต้องการการส่งออกได้

จากรายงานของกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. มีแรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศไทยได้งานใหม่ในกัมพูชาแล้ว ประมาณ 220,000 คน แรงงานจำนวนมากเหล่านี้ เคยต้องทำงานใช้แรงงานหนัก ที่แรงงานไทยไม่ต้องการ เช่น งานก่อสร้าง หรือการเก็บเกี่ยวในพื้นที่เพาะปลูก

นายเฮง ซัว ยังกล่าวอีกว่า การกลับมาของแรงงานพร้อมทักษะที่สั่งสมมาจากต่างประเทศ ทั้งในด้านการก่อสร้าง การผลิต และเกษตรกรรม สามารถนำไปสู่กลุ่มแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้นสำหรับกัมพูชาได้

ความไม่ไว้วางใจระหว่างไทย-กัมพูชา กำลังหยั่งรากลึก และการปะทะตามแนวชายแดนก็เกิดขึ้นเป็นระยะ การกลับมาของแรงงานจึงถูกมองว่า ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว ทำให้บริษัทในกัมพูชาเดินหน้าว่าจ้างแรงงานกลุ่มนี้

อย่างไรก็ดี แรงงานที่เดินทางกลับกัมพูชาบางรายพบความยากลำบากที่จะนำประสบการณ์ทำงานจากไทยมาใช้ประโยชน์ โดยนายอัตสึชิ อุเอโนะ เอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานกัมพูชา ในงานที่สถานทูตญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะพิจารณาหาแนวทางเพื่อสนับสนุนคนงานที่เดินทางกลับมา ในการเพิ่มพูนทักษะและฝึกอบรมใหม่

 

การขนส่งหยุดชะงัก

แม้ว่าความขัดแย้งบริเวณชายแดนจะมอบโอกาสที่ไม่คาดคิดในการจ้างงาน แต่ก็เป็นเหตุให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักไปด้วยเช่นกัน

กลุ่มบริษัทญี่ปุ่นมีความกังวลเกี่ยวกับการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้กระจายซัพพลายเชนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ภายใต้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง อันเกิดจากค่าแรงในไทยที่สูงขึ้น การหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทเหล่านี้

แม้ว่าการดำเนินงานของโรงงาน MinebeaMitsumi ในกรุงพนมเปญ จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่บริษัทก็ต้องหันไปใช้การขนส่งทางเรือที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และการขนส่งผ่านประเทศที่สาม ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 12.9 ล้านบาท) ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค.

บางบริษัทกำลังพยายามขนส่งสินค้าผ่านทางประเทศลาว แต่ผู้บริหารของบริษัทค้าขายญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานใกล้ชายแดนไม่เพียงพอ ทำให้ยากที่จะใช้ประเทศนี้เป็นทางเลือก

 

แรงงานไม่อยากกลับไทย

แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากที่กลับมายังบ้านเกิดแล้ว แสดงความไม่เต็มใจที่จะกลับไปทำงานที่ประเทศไทย

แรงงานที่เดินทางกลับกัมพูชาหลายคนให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิว่า พวกเขาเคยได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ขณะอาศัยอยู่ต่างประเทศ เช่น หัวหน้างานสอบถามอย่างจู้จี้ว่าจะกลับกัมพูชาเมื่อไร หรือไม่ก็เห็นเพื่อนร่วมชาติถูกคนไทยคุกคามกล่าวโทษว่ามาแย่งงาน

ผลสำรวจของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) แสดงให้เห็นว่า ค่าจ้างพื้นฐานเฉลี่ยของบริษัทญี่ปุ่นในภาคการผลิตของกัมพูชาอยู่ที่ 243 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 7,900 บาท) โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของไทย 40% ซึ่งอยู่ที่ 437 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 14,000 บาท) อีกทั้งพื้นที่นอกเมืองใหญ่ของกัมพูชา ค่าแรงขั้นต่ำก็อยู่ที่ประมาณ 208 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 6,700 บาท) ทำให้การไปทำงานต่างประเทศยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอยู่

อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจยังระบุอีกว่า แรงงานกัมพูชาในไทย ได้รับค่าแรงน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของไทยที่ระบุในผลสำรวจของ JETRO อย่างมาก แรงงานรายหนึ่งกล่าวว่า ผมได้รับเงินเดือนในไทย 8,000 บาทต่อเดือน แต่ในกรุงพนมเปญ ผมได้ 400-500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,000-16,000 บาท)

ผู้ให้สัมภาษณ์จำนวนมากกล่าวว่า จะไม่กลับไปประเทศไทยอีก ผมจะไม่แนะนำให้ลูก ๆ หรือสมาชิกในครอบครัวไปที่ประเทศไทย