ADB ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 2025 ลงเกือบ 1% เหลือโต 2% เหตุเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน ส่วนปีหน้าหั่นเหลือโตแค่ 1.6%
เดอะ บิซิเนส ไทม์ (The Business Times) รายงานว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) ได้ ปรับลดการคาดการณ์การเติบโต ตลอดทั้งปี สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ยกเว้นเวียดนามที่ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกปรับลดลงมากที่สุด โดยลดลงไปอย่างน้อยหนึ่งเปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ADB ได้ปรับปรุงรายงานแนวโน้มการพัฒนาเอเชีย (ADO) ซึ่งเผยแพร่ทุกปีในเดือนเมษายน โดยระบุว่า การปรับลดการประมาณการนี้ สะท้อนถึงการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น และความท้าทายภายในประเทศ
ADB คาดการณ์ว่า แรงหนุนจากการเร่งส่งออก ซึ่งเคยช่วยพยุงการส่งออกของภูมิภาคในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 จะหมดไป หลังจากการประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ จึงคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเติบโต 4.3% ในปี 2025-2026 ซึ่งลดลงจากที่เคยประมาณการณ์ไว้ที่ 4.7%
ประเทศไทย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับการปรับลดการประมาณการที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาค
ADB คาดการณ์ว่า ในสิ้นปี 2025 นี้ ไทยจะมีการเติบโตของ GDP ที่ 2% ลดลงจากเอกสารฉบับเก่าก่อนการปรับปรุงที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.8% โดยตัวเลขนี้ ต่ำกว่า GDP ของปี 2024 ที่ทำไว้ 2.5%
เท่านั้นไม่พอ ในปี 2026 ตัวเลขคาดการณ์ GDP ปรับลดลงเหลือ 1.6% จากการประมาณการเดิมที่ 2.9%

ไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทุกด้าน
ADB ระบุว่า การปรับลดประมาณการของประเทศไทย เกิดจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศ
ภาคการส่งออก : หลังถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 19% ส่งผลให้การส่งออกชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร โลหะ อาหารแปรรูป และยานยนต์ ซึ่งส่งผลเสียต่อแนวโน้มการผลิตของ ภาคอุตสาหกรรม ภายในประเทศด้วย
ภาคการท่องเที่ยว : ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 8 ของ GDP ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าของนักท่องเที่ยวจีน การแข่งขันที่สูงขึ้นจากจุดหมายปลายทางในภูมิภาคอื่น ๆ และการที่ค่าเงินของประเทศอื่นอ่อนค่ากว่าสกุลเงินบาท
ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวที่ล่าช้าของภาคการท่องเที่ยว จะบ่อนทำลาย ภาคการบริการ ของไทย ซึ่งเมื่อรวมกับความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ ก็จะส่งผลกระทบต่อ การลงทุนของภาคเอกชน
การบริโภคภาคเอกชน : คาดว่าการใช้จ่ายของประชาชนจะชะลอตัวลง เนื่องจากหลายปัจจัย ได้แก่ รายได้ที่ลดลง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอ หนี้ภาคครัวเรือนที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง และรายได้ภาคเกษตรกรรมที่ลดลง จากราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ต่ำ
ADB สรุปว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศไทย อาจชะลอตัวลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจาก มาตรการภาษีของสหรัฐที่รุนแรงกว่าที่คาด ร่วมกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งซ้ำเติมด้วยภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ
ความเสี่ยงยังคง “อยู่ในทิศทางขาลง” (on the downside)
ตัวเลขเงินเฟ้อในภูมิภาค
ในทางกลับกัน ตัวเลขเงินเฟ้อโดยรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูดีขึ้น
ADB ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2025 ลง เหลือ 2.5% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 3% และในปี 2026 ปรับลดเหลือ 2.7% จากเดิมที่ 2.8%
ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2024 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3%
ราคาอาหารและพลังงานที่ลดลง ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปัจจัยหนุนให้เงินเฟ้อของผู้บริโภคชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังคงทรงตัว นับตั้งแต่กลางปี 2024 และแรงกดดันด้านราคาอาหารจะสูงขึ้นเล็กน้อยในบางประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคม