ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ภายในเขตที่มีการประกาศกฏอัยการศึก ได้อพยพหนีออกมา หลังกองกำลังปราบปรามยกระดับความรุนแรงในการสลายการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารยิ่งกว่าเดิม
วันที่ 16 มีนาคม 2564 สำนักข่าวแชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า ชาวเมียนมาภายในเขตที่มีการประกาศกฏอัยการศึก ที่กรุงย่างกุ้ง พากันอพยพหลบหนีออกจากเมือง หลังกองกำลังปราบปรามยกระดับความรุนแรงในการสลายการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร
แหล่งข่าวท้องถิ่นเมียนมาระบุว่า ชาวเมียนมาอพยพหนีออกจากเขตที่ได้ประกาศกฏอัยการศึก บนรถบรรทุก และรถตุ๊กตุ๊ก พร้อมกับข้าวของเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในเมือง และได้ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านหลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ บุคคลที่กระทำผิดกฏหมายในเขตที่มีการประกาศกฏอัยการศึก จะต้องขึ้นศาลทหาร และมีบทลงโทษตั้งแต่ถูกบังคับใช้เป็นแรงงาน (hard labour) 3 ปี จนถึงขั้นประหารชีวิต
ก่อนหน้านี้ ทางการเมียนมาประกาศกฎอัยการศึกใน 2 เขตได้แก่เขตลานตายา และเขตชเว ปยี ตัน หลังเป็นจุดที่โรงงานที่ลงทุนโดยจีนหลายแห่งถูกทำลาย

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ทางสถานทูตจีนในเมียนมาเรียกร้องให้ทางการเมียนมาดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อหยุดยั้งความรุนแรง ลงโทษผู้กระทำผิด และให้ออกคำเตือนถึงความปลอดภัยกับบริษัทจีนและชาติอื่น ๆ ในประเทศ
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระบุว่าเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารเสียชีวิต 74 ราย ส่วนเมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) มีผู้เสียชีวิตอีก 20 ราย
ตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองเมียนมา (Assistance Association for Political Prisoners) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแล้วทั้งหมดอย่างน้อย 180 ราย และ มีผู้ประท้วงถูกจับกุมอีกหลายพันคน