เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ (16 ก.ค.) กรอบ 1,615 – 1,640 จุด “บล.พาย” ชี้ส่งสัญญาณชะลอ-Valuation เริ่มสูง
Finance SET วันนี้ (16 ก.ค.) กรอบ 1,615 – 1,640 จุด “บล.พาย” ชี้ส่งสัญญาณชะลอ-Valuation เริ่มสูง
คน.เปิดสูตรดูแลราคาสินค้า ขาขึ้นต้องพิสูจน์ต้นทุน ขาลงต้องใช้เวลา
Economic คน.เปิดสูตรดูแลราคาสินค้า ขาขึ้นต้องพิสูจน์ต้นทุน ขาลงต้องใช้เวลา
‘ศุภาลัย’ อ่านเกมครึ่งปีหลัง ตลาด ‘คอนโดฯ’ ไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ขายดี 
Real Estate ‘ศุภาลัย’ อ่านเกมครึ่งปีหลัง ตลาด ‘คอนโดฯ’ ไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ขายดี 
นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพโตพุ่ง AWC  โหมลงทุนหนุนกรุงเทพฯ ขึ้นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
Business นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพโตพุ่ง AWC โหมลงทุนหนุนกรุงเทพฯ ขึ้นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
EVAT ชี้ยอดรถอีวีพุ่ง 1.5 แสนคัน หวั่นหัวชาร์จโตไม่ทัน-คุมมาตรฐานเข้ม
Automotive EVAT ชี้ยอดรถอีวีพุ่ง 1.5 แสนคัน หวั่นหัวชาร์จโตไม่ทัน-คุมมาตรฐานเข้ม
พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60% ‘กรุงเทพฯ’ ฝน 40% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60% ‘กรุงเทพฯ’ ฝน 40% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ดูทั้งหมด

ต่างชาติพลิกกลับซื้อหุ้นไทย 7 เดือนแรก 1.13 แสนล้าน สวนทางวอลุ่มเทรดหดตัวต่อ

08 ส.ค. 2565 | 16:51น.
หุ้น หุ้นไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน ก.ค. ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อ 4,662 ล้านบาท หลังจาก มิ.ย.ขายสุทธิไปเกือบ 3 หมื่นล้านบาท หนุน 7 เดือนแรกนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 1.13 แสนล้านบาท สวนทางวอลุ่มเทรดหดตัวต่อ ก.ค.ติดลบ 27.5% เหลือ 61,857 ล้านบาท จับตาประชุม กนง. 10 ส.ค. ด้าน “ภากร” เชื่อเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวเกือบ 50% จากภาคท่องเที่ยวคัมแบ็ก

วันที่ 8 สิงหาคม 2565 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในเดือนกรกฎาคม 2565 ว่า สิ้นเดือน ก.ค. 65 ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,576.41 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า (MTD) เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค แต่เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 (YTD) ยังปรับตัวลดลง 4.9% ซึ่งขอเน้นย้ำว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bearish)

ศรพล ตุลยะเสถียร
ศรพล ตุลยะเสถียร

โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 61,857 ล้านบาท ลดลง 27.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องจากเดือน มิ.ย. 65 ที่มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 71,693 ล้านบาท ลดลง 26.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุเกิดจากปัจจัยความผันผวนที่เข้ามามาก ทำให้นักลงทุนหันไปถือครองเงินสดเพิ่ม แต่ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน ก.ค. หลายปัจจัยที่ส่งสัญญาณมากขึ้น โดยเฉพาะการชะลอลงของเศรษฐกิจสหรัฐ สะท้อนมาตรการยาแรงอาจจะอยู่ตัวแล้ว แต่คงต้องติดตามต่อไปอีก 1-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งก็คาดหวังว่าถ้านักลงทุนเริ่มคุ้นชินกับ New Normal การลงทุนในตลาดหุ้นไทยอาจจะกลับเข้ามา

โดยใน 7 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 65) มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 83,958 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิในเดือน ก.ค.ที่ 4,662 ล้านบาท จากเคยขายสุทธิไปเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ในเดือน มิ.ย. 65 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกปีนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 113,730 ล้านบาท มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

ปัจจัยหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิดความผันผวนต่อตลาดหุ้นไทยยังคงมาจากภายนอก จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูง ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว โดยได้ทยอยเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาเพื่อชะลอเงินเฟ้อ ซึ่งดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงจากจุดที่เคยอยู่ต่ำสุด แต่ยังไม่ได้ขึ้นไปสูงเหมือนในอดีต

โดยต้องจับตามองการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบวันที่ 10 ส.ค. 65 เพราะรอบการประชุมที่แล้วเสียงแตกมีมติ 4 : 3 ให้คงดอกเบี้ย แม้ว่าอาจไม่สามารถคาดเดาได้ แต่อยากให้ติดตามการส่งสัญญาณของ กนง.ว่าจะออกมาอย่างไรบ้าง เพราะรอบนี้มีความสำคัญมากต่อทิศทางดอกเบี้ยในครั้งต่อ ๆ ไป

“จุดเปลี่ยนต่อตลาดหุ้นในเดือน ก.ค.นั่นคือ ตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงไตรมาส 2/65 ที่ออกมาติดลบ ซึ่งคอนเฟิร์มชัดเจนว่าสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) เนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส แต่อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวส่งผลต่อการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือน มิ.ย. 65 ก็มีการคาดการณ์เป็นจริงมากขึ้นว่าคงจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้

โดยล่าสุด FOMC ปรับขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.75% ต่ำกว่าที่ตลาดมองว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1% ขณะที่เฟดส่งสัญญาณว่าสหรัฐเพิ่งเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคเท่านั้น เพราะตลาดการจ้างงานสหรัฐยังเข้มแข็งอยู่ แต่ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป”

ขณะที่อีกหนึ่งปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยคือ ทิศทางราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทยอยลดลง (ผ่านจุดพีกไปแล้ว) และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าก็เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนภาคส่งออก รวมไปถึงตัวเลขภาคท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมา

“หุ้นแนะนำระยะสั้น คงเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวและเปิดประเทศ แต่กลุ่มที่น่าสนใจมาก ๆ ในระยะยาวคือ 1.หุ้นยั่งยืน โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันต่างประเทศสนใจหุ้นในกลุ่ม ESG และ THSI และ 2.หุ้น Well-being ที่เป็นจุดแข็งของไทยทั้งในด้านการบริการ ท่องเที่ยว และสุขภาพ” นายศรพลกล่าว

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในครั้งนี้รุนแรงมากซึ่งกระทบกับทุกประเทศ แต่ผลกระทบไม่เท่ากันทุกประเทศ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กระทบน้อยมาก เพราะอาหารผลิตเองในประเทศ ภาคการเงินค่อนข้างแข็งแกร่ง สะท้อนจากการระดมจากบริษัทต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้เงินไม่ค่อยเห็นปัญหา

แต่ปัญหาของไทยเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่เคยทำได้ดีจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวหรือจากปัจจัยภายนอก เช่น ธุรกิจโรงแรม, อาหาร เป็นต้น ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เต็มที่จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมา แต่ภาคส่งออกสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้มาก

ทำให้โดยรวมไม่เห็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก แต่รายอุตสาหกรรมจะถูกกระทบไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นห่วงกับภาคอุตสาหกรรมบางแห่งที่โดนผลกระทบอยู่ แต่เชื่อว่าการฟื้นตัวตรงนี้จะเริ่มเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้ไทยอยู่ในจุดที่ค่อนข้างต่ำมาก ดังนั้นการฟื้นตัวน่าจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างน้อยเกือบ 50% ของเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับภาคท่องเที่ยวกลับมา

อยากฝากนักลงทุนว่าช่วงนี้เป็นช่วงเหตุการณ์ไม่ปกติ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดข่าวดีและข่าวร้ายต่าง ๆ จะมีผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก เห็นได้ชัดเจนจากปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยเป็น แต่ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นมาตลอดคือตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแรงมากจากการระดมทุนที่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ๆ มีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีความหลากหลายในอุตสาหกรรมเข้ามาระดมทุนต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น