กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อัตราอยู่ระหว่าง 1,100-1,400 ลบ.ม./วินาที ให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝนตกหนัก 12-13 สิงหาคม 2565 ส่งผลพื้นที่ริมน้ำ-ลุ่มต่ำริมเจ้าพระยาน้ำเพิ่ม
วันที่ 12 สิงหาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือในขณะนี้ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่ตกทางตอนบนอย่างเต็มศักยภาพ หากมีแนวโน้มปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก ให้แจ้งให้ทราบอย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนัก บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างจำนวนมาก
และจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุดีเปรสชั่น มู่หลาน” ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาวตอนบน ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยช่วงวันที่ 12-13 สิงหาคม 65 ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ
จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค. 65 ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอัตราประมาณ 1,100-1,400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ส่วนที่แม่น้ำสะแกกรัง สถานี Ct.19 อัตราประมาณ 100 ลบ.ม./วินาที และลำน้ำสาขา อัตราประมาณ 100 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,400-1,600 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นในอัตราระหว่าง 1,100-1,400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20-0.60 เมตร
บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,400 ลบ.ม./วินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
“กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ”
พร้อมทั้งแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประกาศประชาสัมพันธ์ บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
