เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

เปิดภารกิจ “อาร์ทิมิส 1” ก้าวแรกสู่การหวนคืนดวงจันทร์ของมนุษยชาติ

28 ส.ค. 2565 | 18:41น.

ในวันจันทร์ที่ 29 ส.ค.นี้ จรวดรุ่นใหม่ในระบบปล่อยตัวสู่อวกาศ (Space Launch System – SLS) ขององค์การนาซา จะนำยานโอไรออน (Orion capsule) ออกจากวงโคจรโลก ก่อนพุ่งทะยานไปบินทดสอบวนรอบดวงจันทร์ เพื่อเตรียมนำมนุษย์อวกาศกลับไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า

ภารกิจภายใต้ชื่อ “อาร์ทิมิส 1” (Artemis I ) เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของเส้นทางประวัติศาสตร์สายใหม่ ที่จะนำมนุษยชาติหวนคืนไปประทับรอยเท้าบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้ง หลังร้างลาไปนานถึงครึ่งศตวรรษ นับแต่ภารกิจอะพอลโล 17 เมื่อปี 1972 สิ้นสุดลง

สเตฟานี วิลสัน ผู้หญิงผิวสีคนที่สองที่จะได้เดินทางสู่อวกาศ เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสอย่างมากที่จะได้กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เหยียบดวงจันทร์

ที่มาของภาพ, NASA

นอกจากจะเป็นภารกิจเพื่อการสำรวจอวกาศแล้ว โครงการอาร์ทิมิส 1, 2, และ 3 ยังเป็นภารกิจเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมอเมริกัน โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผู้หญิงและคนผิวสีเชื้อชาติต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทสำคัญในแวดวง STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, คณิตศาสตร์) ที่ผู้ชายผิวขาวครอบครองอยู่ในสัดส่วนที่สูงขึ้น

การซ้อมใหญ่เพื่อเดินทางครั้งประวัติศาสตร์

จรวด SLS ที่บรรทุกยานโอไรออน พร้อมจะทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดีที่รัฐฟลอริดาภายใน 2 ชั่วโมง นับแต่เวลา 08.33 น. ของวันที่ 29 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 18.33 น. ตามเวลาในประเทศไทยเป็นต้นไป

มนุษย์เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายระหว่างภารกิจอะพอลโล 17 ในปี 1972

ที่มาของภาพ, Getty Images

แท้จริงแล้วภารกิจอาร์ทิมิสทั้งหมด ซึ่งอาจใช้งบประมาณสูงถึง 93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อการลงหลักปักฐานสร้างอาณานิคมต่างดาวให้มนุษย์ได้อยู่อาศัยกันในระยะยาว โดยเริ่มจากฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ ซึ่งจะปูทางไปสู่การนำมนุษย์เหยียบดาวอังคารได้ภายในช่วงทศวรรษ 2030 หรือไม่เกิน 20 ปีข้างหน้านี้

ดังนั้นภารกิจอาร์ทิมิส 1 และ 2 จึงเป็นเสมือนการ “ซ้อมใหญ่” สำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งจะนำมนุษย์อวกาศหญิงและชาวอเมริกันที่ไม่ใช่คนผิวขาวคนแรก ลงเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ภายในปี 2025 เป็นอย่างเร็ว

แม้ภารกิจอาร์ทิมิส 1 จะยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย แต่มีการนำอุปกรณ์ทดสอบต่าง ๆ ที่จะช่วยตระเตรียมการเดินทางในรอบหน้าให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บรรจุเอาไว้ในตัวยานที่แคปซูลของลูกเรือและที่ส่วนของสัมภาระเพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์

มีการใช้หุ่นจำลองแทนมนุษย์อวกาศในที่นั่งลูกเรือ ซึ่งหุ่นนี้สวมชุดป้องกันที่ได้รับการออกแบบใหม่ ทั้งยังติดตั้งเซนเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนและปริมาณรังสีอันตรายที่มาสัมผัสร่างกาย เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เยือนดวงจันทร์ในอนาคต

จัสมิน มอกห์เบลี เป็นหนึ่งในผู้ที่อาจจะได้รับเลือกให้เป็นคนลงไปเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 เธอเข้าร่วมภารกิจสู้รบมากกว่า 150 ภารกิจกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Bill Stafford / Nasa

นอกจากนี้ยังมีดาวเทียมจิ๋ว CubeSat ขนาดเท่ากล่องรองเท้า ที่จะไปนำไปปล่อยในห้วงอวกาศลึกนอกสถานีอวกาศเป็นครั้งแรก เพื่อทำการทดลองทางชีวภาพซึ่งจะสังเกตปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่นยีสต์ สาหร่าย เห็ดรา และเมล็ดพืช ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพ

เจสซิกา วัตคินส์ เป็นอีกหนึ่งคนที่อาจเป็นไปได้ว่า จะได้ลงไปเดินบนดวงจันทร์ เธอเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอก ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) ซึ่งเป็นที่ที่เธอทำงานเกี่ยวกับ ยานมาร์สคิวริออซิตี (Mars Curiosity)

ที่มาของภาพ, Bill Stafford / Nasa

ภารกิจอาร์ทิมิส 1 จะใช้เวลาทั้งหมด 42 วัน โดยจรวด SLS ที่นำส่งยานนั้น ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และทรงพลังเป็นพิเศษยิ่งกว่าที่เคยมีมา เพื่อรองรับภารกิจสำรวจอวกาศที่ยาวนานและต้องขนสัมภาระจำนวนมาก โดยสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุดถึง 95,000 กิโลกรัม ในการทะยานขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก

ในปี 1963 วาเลนตีนา เตเรชโควา ของรัสเซีย เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เดินทางไปอวกาศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

จรวดที่เป็นแกนกลางของ SLS ติดตั้งเครื่องยนต์ขับดัน RS-25 ทั้งหมด 4 ตัว ขนาบด้วยจรวดขับดันเชื้อเพลิงแข็งอีกคู่หนึ่ง ทำให้แรงขับดันทั้งหมดของจรวด SLS ทรงพลังถึง 39 เมกะนิวตัน เทียบเท่ากับแรงออกตัวของเครื่องบินคองคอร์ดที่มีความเร็วเหนือเสียง 60 ลำรวมกัน ทั้งยังสูงกว่าแรงขับดันของจรวด Saturn V ที่ใช้ในภารกิจอะพอลโลอยู่ 15% และทรงพลังกว่าแรงขับดันของกระสวยอวกาศรุ่นต่าง ๆ ราว 20%

จรวด SLS ที่สูงตระหง่านเกือบ 100 เมตร หรือเท่ากับตึก 32 ชั้น จะนำยานโอไรออนที่กว้างขวางกว่ายานในภารกิจอะพอลโลถึงสองเท่า ขึ้นสู่วงโคจรโลกระดับต่ำด้วยความเร็วเกือบ 40,000 กม./ชม. จากนั้นจรวดขับดันเชื้อเพลิงแข็งและแกนกลางจรวดนำส่งจะแยกตัวออก ปลดปล่อยยานโอไรออนให้เดินทางต่อด้วยเครื่องยนต์ขับดันเชื้อเพลิงเยือกแข็ง ซึ่งเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนเหลว 2.7 ล้านลิตร พุ่งทะยานไปในเส้นทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ที่ยาวไกล 380,000 กม.

เมื่อไปถึงวงโคจรของดวงจันทร์ ยานโอไรออนจะบินวนรอบแรกโดยเฉียดเข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ในระยะเพียง 100 กม. จากนั้นจะเข้าสู่วงโคจรที่ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ 65,000 กิโลเมตร และเป็นเขตห้วงอวกาศลึกที่ยังไม่มีผู้ใดเคยไปถึงมาก่อน หลังจากนั้นจะมีการโคจรวนรอบโดยเฉียดเข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อเหวี่ยงตัวเข้าเส้นทางกลับสู่โลก

กราฟิก

ในวันที่ 10 ต.ค. 2022 คาดว่า ยานโอไรออนจะผ่านเข้าชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดความร้อนที่ภายนอกยานเกือบ 3,000 องศาเซลเซียส แต่ร่มชูชีพขนาดยักษ์จะช่วยชะลอความเร็วลง จนยานตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโกของรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างปลอดภัยตามที่กำหนดไว้

เหตุใดต้องใช้เวลาถึงครึ่งศตวรรษเพื่อกลับไปดวงจันทร์ ?

หากภารกิจอาร์ทิมิส 1 สำเร็จลงด้วยดี ภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะดำเนินการต่อไปในเดือน พ.ค. ปี 2024 โดยในคราวนี้จะทดลองส่งมนุษย์อวกาศให้เดินทางไปกับยานโอไรออนด้วย แต่จะยังคงทำการทดสอบเพียงแค่โคจรรอบดวงจันทร์โดยไม่ลงจอด

ส่วนภารกิจอาร์ทิมิส 3 ที่จะเกิดขึ้นในสองปีต่อมา จะส่งมนุษย์อวกาศ 4 คนกลับไปเยือนดวงจันทร์ โดยเลือกผู้หญิงและผู้ชายที่เป็นตัวแทนของความหลากหลายทางเพศและเชื้อชาติเพียง 2 คน ลงเหยียบพื้นและเดินบนดวงจันทร์

อาร์นัลโด ตามาโย เมนเดซ (ซ้าย) มนุษย์อวกาศชาวคิวบา กลายเป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้เดินทางไปอวกาศในปี 1980

ที่มาของภาพ, Getty Images

นาซาได้วางภารกิจให้มนุษย์อวกาศที่กลับไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ออกสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการตั้งฐานที่มั่นในระยะยาว รวมถึงการเข้าไปสำรวจในเงามืดบริเวณแอ่งหลุมรอบขั้วใต้ของดวงจันทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำแข็งที่คาดว่า จะนำมาใช้บริโภค รวมทั้งใช้สกัดเอาออกซิเจนเพื่อทำอากาศหายใจ และอาจสกัดเอาไฮโดรเจนจากน้ำแข็งเพื่อเป็นเชื้อเพลิงได้ด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใดมนุษยชาติถึงต้องประวิงเวลานานนับครึ่งศตวรรษ กว่าจะเดินทางกลับไปเยือนดวงจันทร์ได้อีกครั้ง คำถามนี้ทำให้คนที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดกล่าวหาว่า เหตุการณ์ที่มนุษย์อวกาศชาวอเมริกันในภารกิจอะพอลโลลงเดินบนดวงจันทร์นั้น เป็นเพียงการถ่ายทำภาพยนตร์และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

ชาร์ลี แบล็กเวลล์-ธอมป์สัน ผู้อำนวยการยิงปล่อย กำลังประสานงานในภารกิจอาร์ทิมิส

ที่มาของภาพ, NASA

แต่เมื่อพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์และการเมืองในยุคสงครามเย็นแล้ว ช่วงระหว่างปี 1960-1973 สหรัฐฯตัดสินใจทุ่มงบประมาณในโครงการอะพอลโลเกือบ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากับเงิน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบันโดยไม่เสียดาย ก็เพื่อมุ่งจะแซงหน้าสหภาพโซเวียตที่ปล่อยดาวเทียมสปุตนิก 1 ดาวเทียมดวงแรกของโลกขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้ก่อนเมื่อปี 1957

กราฟิก

อย่างไรก็ตาม สงครามเวียดนามที่ยาวนานและยืดเยื้อในช่วงทศวรรษ 1970 ทำให้ความสนใจต่อการแข่งขันด้านอวกาศของชาติมหาอำนาจจืดจางลง ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ได้สั่งยกเลิกโครงการอะพอลโล ส่วนองค์การด้านอวกาศของสหรัฐฯ ก็หันไปให้ความสนใจต่อปฏิบัติการในวงโคจรระดับต่ำของโลก เช่นภารกิจในสถานีอวกาศนานาชาติหรือการพัฒนากระสวยอวกาศ มากกว่าการส่งคนไปสำรวจยังดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล

ความสนใจที่จะหวนคืนสู่การเป็นชาติมหาอำนาจด้านอวกาศกลับมาอีกครั้งในปี 2017 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนส่งมนุษย์อวกาศกลับไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้โดยเร็ว เขากล่าวว่า “ครั้งนี้เราจะไม่ทำเพียงแค่ปักธงและทิ้งรอยเท้าเอาไว้เท่านั้น”

ยานโอไรออน เป็นการยิงปล่อยครั้งแรกของโครงการอาร์ทิมิส โดยจะใช้ศูนย์อวกาศเคนเนดีของนาซาในรัฐฟลอริดา

ที่มาของภาพ, Reuters

เชื่อกันว่า การตัดสินใจของทรัมป์มีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือไปจากแรงจูงใจเชิงชาตินิยม ซึ่งต้องการทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในสายตาชาวโลก โดยเหตุผลที่ว่านี้อาจเป็นแรงจูงใจเชิงธุรกิจ เนื่องจากกิจการด้านเทคโนโลยีอวกาศของเอกชนกำลังมาแรงและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ

บัซซ์ อัลดริน นักบินที่ขับยานไปดวงจันทร์ ปืนบันไดลงมาจากยานเตรียมเดินบนพื้นผิวจันทร์ระหว่างภารกิจอะพอลโล 11

ที่มาของภาพ, NASA

ภารกิจอวกาศเพื่อความเท่าเทียมในสังคม

ประชากรโลกกว่าครึ่งในปัจจุบัน ยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมนุษย์ในรุ่นของตนก้าวเดินบนดวงจันทร์ แต่ในภารกิจอาร์ทิมิส 3 พวกเขาจะได้พบเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือคู่มนุษย์อวกาศที่เป็นผู้หญิงและชายอเมริกันผิวสี จะลงเดินสำรวจบนพื้นผิวดาวบริวารของโลกด้วยกัน

การเดินทางสู่ดวงจันทร์ครั้งนี้ ใช้เวลาในการเตรียมตัวนานกว่า 10 ปีแล้ว

ที่มาของภาพ, NASA

มนุษย์อวกาศ 18 คนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในภารกิจอาร์ทิมิสนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงและอีกครึ่งหนึ่งเป็นชายอเมริกันผิวสี พวกเขาจะเป็นผู้เริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศที่เปิดกว้าง ทั้งยอมรับความหลากหลายทางเพศและเชื้อชาติมากขึ้น ไม่ถูกครอบงำอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ชายผิวขาวเท่านั้นอีกต่อไป

ตามสถิติเดิมของนาซาที่บันทึกไว้จนถึงเดือน พ.ย. 2021 มีผู้หญิงเพียง 75 คน ในกลุ่มของมนุษย์อวกาศที่เคยออกปฏิบัติภารกิจนอกโลกทั้งหมด 600 คน นอกจากนี้ยังมีชาวอเมริกันผิวดำเพียง 14 คน และชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอีก 14 คน อยู่ในบรรดาผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำหน้าที่นักบินอวกาศของนาซาทั้งหมด 330 คน

กราฟิก

ความไม่เท่าเทียมและการกีดกันเลือกปฏิบัตินี้ เกิดขึ้นในสังคมอเมริกันมาเป็นเวลานาน ทำให้คนรุ่นใหม่ในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งภารกิจอาร์ทิมิสนับเป็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มยุคของการสำรวจอวกาศเพื่อทุกคนในสังคม โดยเปิดทางให้ได้เข้าถึงทรัพยากรและความก้าวหน้าในพื้นที่นอกโลกอย่างถ้วนทั่วเท่าเทียมกัน

ภาพคมชัดสูงของดวงจันทร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

…..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดวงจันทร์ สำรวจอวกาศ