ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเกมรุกปี’61 ปั้นยอด 1.2 หมื่น ล.-
กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง สำหรับเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด และนับเป็นการเปิดเส้นทางบินแรกของ สายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ในปี 2561 นี้
“นัตดา บุรณศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแผนเชิงรุกสำหรับปีนี้ว่า เส้นทางซัปโปโรถือเป็นจุดหมายแรกที่เปิดให้บริการในปีนี้ ซึ่งทีมงานตื่นเต้นมากกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่ต้องพับแผนไปรอบหนึ่งเมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเจอกฎเหล็กของ ICAO
ฮอกไกโดฮิต No. 2 ของคนไทย
“นัตดา” บอกว่า เหตุผลที่ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ให้ความสนใจเกาะฮอกไกโดนั้น เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพสูง และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไทยอย่างมาก จากสถิติชาวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นนั้นมักเลือกเดินทางไปเกาะฮอกไกโดมากเป็นลำดับที่ 2 รองจากโตเกียว เพราะสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี ทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวก็มีเสน่ห์และความสวยงามแตกต่างกัน
นอกจากนี้ยังเป็นเมืองจุดเด่นเรื่องอาหารทะเล โดยเฉพาะปูยักษ์ทาราบะ เมนูขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโด ส่งผลให้ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ วางคอนเซ็ปต์ในการโปรโมตไว้ว่า “กินปู ดูหมี เล่นสกี ชมลาเวนเดอร์”
โดยคาดว่าเส้นทางซัปโปโรจะมีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) เฉลี่ยที่ 80% ซึ่งความท้าทายของการทำการตลาดเส้นทางนี้จะอยู่ที่ช่วงฤดูร้อนมากกว่า ทั้งนี้ สิ่งที่ทางไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ พยายามสื่อสารกับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย คือ มุ่งโปรโมตให้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เปิดราคาตั๋วแค่ 3.99 พันบาท
สำหรับช่วงเวลาที่จะเปิดให้บริการนั้น “นัตดา” บอกว่า จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2561 เป็นต้นไป ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน ในราคาเริ่มต้น 3,990 บาทต่อเที่ยวบิน ซึ่งได้เปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาถึง 28 มกราคมนี้ สำหรับการเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน-27 ตุลาคม 2561
โดยราคาเฉลี่ยของตั๋วบินไปกลับในเส้นทางนี้ของไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เมื่อรวมกับค่าบริการเสริมอื่น ๆ แล้วอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท ขณะที่สายการบินอื่นขายที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท
“ในปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้ใช้กลยุทธ์การเพิ่มความถี่สู่จุดหมายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายเส้นทางบินในตลาดเอเชียเหนือ ปัจจุบันมี 4 เส้นทาง คือ กรุงโซล เกาหลีใต้ 3 เที่ยวบินต่อวัน, กรุงโตเกียว 2 เที่ยวบินต่อวัน, โอซากา 2 เที่ยวบินต่อวัน และเซี่ยงไฮ้ 1 เที่ยวบินต่อวัน”
เล็งเพิ่มอีก 1 เส้นทางปลาย Q1
สำหรับ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” นั้น “นัตดา” บอกว่า นอกจากจะเป็นสายการบินโลว์คอสต์ระยะไกลที่มีจุดแข็งจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดญี่ปุ่นแล้ว ยังมองหาโอกาสในการเปิดเส้นทางบินใหม่ ๆ และเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยมอยู่เสมอ โดยตั้งเป้าเปิดตัวอีก 1 เส้นทางใหม่ในอีก 2 เดือนข้างหน้า หลังจากแผนปีนี้เตรียมรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A330 เพิ่มอีก 3 ลำ ในเดือนมีนาคม กรกฎาคม และช่วงไตรมาส 4 รวมเป็น 9 ลำในสิ้นปีนี้
“ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเปิดเส้นทางใหม่ เช่น ฮาร์บิน และเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจีน ที่มีรัศมีการบินเกิน 4 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับกลยุทธ์ของไทยแอร์เอเชีย, ปูซาน เกาหลีใต้ ส่วนเมืองในญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือ ฟุกุโอกะ นาโกยา และเซนได”
“นัตดา” ยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า การเลือกเปิดเส้นทางบินไม่เหมือนการเลือกระหว่างหัวหรือก้อย เพราะที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้บทเรียนจากการเปิดเส้นทางบินสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างโอมานและอิหร่านมาแล้ว ซึ่งพบว่าขาดทุนไป 60-70 ล้านบาทต่อเส้นทาง จนต้องปิดไปในที่สุด
ดังนั้น ก่อนจะเปิดเส้นทางใหม่ จึงต้องเมกชัวร์ หากเข้าไปเร็วเกินไปจะเป็นการเข้าไปบินฐานใหม่แล้วเสียฐานเดิม เช่น ถ้าจะเปิดบินเซนไดก็ต้องมั่นใจว่าจะเอื้อกับฐานโตเกียว ไม่ใช่แย่งตลาดกันเอง เป็นต้น
ตั้งเป้าปี’61 รายได้ 1.2 หมื่น ล.
“นัตดา” ยังวิเคราะห์ถึงภาพรวมของธุรกิจสายการบินในปี 2561 นี้ด้วยว่า ธุรกิจสายการบินมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากหลาย ๆ สายการบินเริ่มตื่นตัวมากขึ้น และมีแผนขยายเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจการบินโดยรวมและการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ผู้โดยสารอีกด้วย
โดยในส่วนของ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” นั้นได้ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2561 นี้จะมีรายได้รวมที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้ 9.3 พันล้านบาทของปีที่แล้ว และคาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารที่ 2.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งปิดไป 1.6 ล้านคน
และยังเชื่อด้วยว่า ปี 2561 นี้ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” จะมีศักยภาพในการทำกำไรได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
จากนั้นทีมบริหารและผู้ถือหุ้นคงต้องมาหารือกันอีกทีว่า ได้เวลาเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตต่อไปแล้วหรือยัง !
“JNTO” บูมเมืองรอง ดึงคนไทยเที่ยวทะลุล้านคน
“ทะคุยะ ชิระอิชิ” ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือ JNTO ประจำประเทศไทย บอกว่า การเปิดเส้นทางบินตรง “กรุงเทพฯ-ซัปโปโร” ของ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้คนไทยไปเที่ยวฮอกไกโดมากขึ้นอีกแน่นอน
ปัจจุบันสถิตินักท่องเที่ยวไทยเข้าพักค้างแรมในฮอกไกโดมากเป็นอันดับ 2 ที่สัดส่วน 16% รองจากโตเกียวที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ราว 25% เนื่องจากเป็นจุดหมายที่คนไทยชื่นชอบ มีหิมะตกยาวนานถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม และยังโดดเด่นเรื่องอาหาร
ผู้อำนวยการ JNTO บอกด้วยว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นกว่า 9.8 แสนคน เติบโต 9.5% เมื่อเทียบกับปี 2559 และคาดว่าจะเติบโตได้มากกว่า 10% ในปี 2561 นี้ หรือไม่ต่ำกว่า 1.08 ล้านคน
ทั้งนี้ ทาง JNTO เองได้เตรียมกลยุทธ์ส่งเสริมตลาดไทยในปีนี้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น อาทิ ส่งเสริมให้สายการบินต่าง ๆ เปิดเส้นทางบินและเพิ่มเที่ยวบินเข้าเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นมากขึ้น การรุกส่งเสริมการขายผ่านงานคอนซูเมอร์แฟร์ด้านท่องเที่ยว พร้อมเตรียมนำผู้ประกอบการและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นร่วมออกบูทในงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ที่จัดโดยสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย
ส่งเสริมให้บริษัทนำเที่ยวเสนอขายแพ็กเกจทัวร์ไปญี่ปุ่นมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯและบริษัทในเชียงใหม่ อุดรธานี และภูเก็ต รวมทั้งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวเมืองรองของญี่ปุ่นมากขึ้น เช่น โอกินาวา และภูมิภาคโทโฮขุทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำ (รีพีตเตอร์) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนมากถึง 60-70%
ไม่เพียงเท่านี้ JNTO ยังได้เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว รวมทั้งเตรียมอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก
โดยได้วางเป้าหมายว่า จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาญี่ปุ่นกว่า 40 ล้านคนในปีดังกล่าว เติบโตจากสถิติล่าสุดของปีที่แล้วซึ่งปิดไป 28.69 ล้านคน
รวมถึงการโปรโมตว่า นอกจากโตเกียวซึ่งมีการก่อสร้างโรงแรมใหม่จำนวนมากเพื่อรองรับกระแสมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาแล้ว ยังมีเมืองรองข้างเคียงให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักเพิ่มอีกด้วย