เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
Business ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
Automotive ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
Economic ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
“Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
Biz Movement “Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
Economic SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
Politics ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ชี้เร็วเกินไปสรุปผลกระทบเศรษฐกิจ
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ชี้เร็วเกินไปสรุปผลกระทบเศรษฐกิจ
ศุภจี สั่งเตรียมรับมือค่าครองชีพผันผวน หลังวิกฤตตะวันออกกลางส่อปะทุ
Politics ศุภจี สั่งเตรียมรับมือค่าครองชีพผันผวน หลังวิกฤตตะวันออกกลางส่อปะทุ
โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง จัด “พาลูกลงนา” ดึงครอบครัวคืนสู่วิถีธรรมชาติ รุ่นนำร่อง 18 ก.ค.นี้
SD โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง จัด “พาลูกลงนา” ดึงครอบครัวคืนสู่วิถีธรรมชาติ รุ่นนำร่อง 18 ก.ค.นี้
ดูทั้งหมด

กต.ร่ายยาว15ข้อ”ผิดหวัง-ขาดหลักฐาน-มีอคติ”ในรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกปี2018

24 ม.ค. 2561 | 13:25น.

หลังมีการเผยแพร่รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี ค.ศ. ๒๐๑๘ ขององค์กรฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความผิดหวังต่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี ค.ศ. ๒๐๑๘ (World Report 2018) ขององค์กรฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ (Human Rights Watch- HRW)

๑. รายงานได้กล่าวหาโดยเหมารวม ขาดพยานหลักฐาน และเต็มไปด้วยอคติทางการเมือง ปราศจากการนำเสนอข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในพื้นที่ ความคืบหน้า พัฒนาการด้านบวก และความพยายามของรัฐบาลไทย ทั้งๆ ที่ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้จัดให้มีช่องทางหารืออย่างไม่เป็นทางการกับองค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง HRW ในประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อมูลอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ข้อมูลเหล่านี้ที่จะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับหลายประเด็นที่ถูกกล่าวหาในรายงาน ไปไม่ถึง HRW ที่นั่งเขียนรายงานอยู่อีกมุมหนึ่งของโลก และมักเลือกที่จะเพิกเฉยต่อพัฒนาการต่าง ๆ ในพื้นที่

๒. รัฐบาลไทยตระหนักดีว่า การส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศใดก็ตาม ย่อมสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ รัฐบาลจึงได้ประกาศ “วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” สำหรับปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ ซึ่งจะทำให้สิทธิมนุษยชนถูกกำหนดให้เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานในทุกด้าน

๓. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประชาชนถึงร้อยละ ๖๑ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ ให้ความสำคัญกับหลักการสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองที่เท่าเทียมกันตามกฎหมาย การไม่เลือกปฏิบัติ การห้ามการทรมาน และเสรีภาพในการนับถือศาสนา นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังรับรองหลักนิติธรรมและกำหนดให้มีการอำนวยความยุติธรรมและการช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

๔. รัฐบาลได้ปรับลดมาตรการและข้อจำกัดที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองและการประท้วงที่รุนแรงมาหลายปี อาทิ คดีที่เดิมอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลทหารได้ถูกย้ายไปอยู่ภายใต้ศาลยุติธรรมหากกระทำความผิดภายหลังวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๐

๕. พัฒนาการสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … ซึ่งได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙ และเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีมติส่ง ร่าง พ.ร.บ. ให้กระทรวงยุติธรรมปรับปรุงร่างเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการทบทวนร่าง พ.ร.บ. และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและจัดทำการประเมินผลกระทบของกฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งมีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความช่วยเหลือและการเยียวยา รวมทั้งคุ้มครองสิทธิของเหยื่อจากการทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ

๖.การประกาศใช้ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นความพยายามอีกประการหนึ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันสิทธิมนุษยชน ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลภายใต้หลักการปารีส โดยการยกร่างมีความโปร่งใสและมีส่วนร่วมผ่านการรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของฝ่ายต่าง ๆ ที่สนใจ อาทิ องค์กรเอกชน และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กรุงเทพฯ โดยได้มีการนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณายกร่าง พ.ร.บ. ด้วย

๗.สำหรับประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รัฐบาลมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะส่งเสริมหลักการสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจและสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการลงนามในปฏิญญาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาขาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดยกระทรวงและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ประเทศไทย ซึ่งต่อมา กระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนวาระธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับหลักการชี้แนะฯ และกำลังยกร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ประเทศไทยจะรับการเยือนอย่างเป็นทางการของคณะทำงานว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับบรรษัทข้ามชาติและองค์กรธุรกิจอื่น ๆ หลังจากที่ไม่ได้รับการเยือนของกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมาเป็นเวลานาน จึงเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความโปร่งใสของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันในเรื่องนี้

๘.ในด้านความยุติธรรม รัฐบาลได้พยายามเสริมสร้างการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน อาทิ นโยบายการบริหารจัดการคดีความที่เข้มงวดได้ช่วยเร่งรัดกระบวนการไต่สวน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี ๒๕๖๐ กว่าร้อยละ ๙๙ ของคดีซึ่งอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้รับการพิพากษาภายในระยะเวลา ๑ ปี นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมและกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อจัดให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยา ทั้งในรูปแบบของเงินและความช่วยเหลือที่จำเป็น เช่น การฟื้นฟู การจ่ายเงินชดเชย และการคืนสู่สังคม

๙.รัฐบาลยังได้ปรับนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การใช้แนวทางที่เน้นด้านสุขภาพ (health-based approach) รักษาความสมดุลระหว่างการลดอุปสงค์และอุปทานยาเสพติด และนำประเด็นคาบเกี่ยวมาร่วมพิจารณาในการดำเนินนโยบาย อาทิ สิทธิมนุษยชน เยาวชน เด็ก สตรี และชุมชน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบสมัครใจ และการใช้หลักการกำหนดสัดส่วนบทลงโทษที่เหมาะสมกับฐานความผิดสำหรับผู้กระทำผิดด้านยาเสพติดรายย่อยด้วย

๑๐.ในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐาน ประเทศไทยได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization on Migration – IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees – UNHCR) เพื่อให้การดูแล การเข้าถึงบริการ และความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองอย่างแท้จริง ซึ่งคุณูปการเหล่านี้ของไทยก็ได้รับการยอมรับจาก UNHCR และ IOM มาโดยตลอด

๑๑. ข้อเท็จจริงสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ตลอดช่วง ๔ ทศวรรษที่ผ่านมา ไทยให้ที่พักพิงแก่ผู้พลัดถิ่นมากกว่า ๑ ล้านคน และปัจจุบัน ไทยก็ยังให้ที่พักพิง ดูแลและให้บริการด้านต่าง ๆ แก่ผู้พลัดถิ่นจากเมียนมากว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้ ไทยยังเคยให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้โยกย้ายถิ่นฐานทางทะเลในรูปแบบไม่ปกติกลุ่มใหญ่ทั้งจากเมียนมาและบังกลาเทศ รวมถึงบุคคลที่อยู่ในความห่วงกังวลของ UNHCR ในเขตเมืองมากกว่า ๗,๐๐๐ คนในปัจจุบันด้วย

๑๒.ไทยยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติและองค์กรภาคประชาสังคมบนพื้นฐานของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น การพัฒนากลไกการคัดกรองเหยื่อการค้ามนุษย์และกลไกการคัดกรองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงที่มีประสิทธิภาพ แนวทางเลือกแทนการกักตัว โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สูงสุดของเด็กและครอบครัว โครงการการขจัดภาวะไร้รัฐ การเพิ่มช่องทางการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นระเบียบ และในรูปแบบปกติ เป็นต้น

๑๓.ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ไทยได้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวกว่า ๑ ล้านคนให้เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทำให้แรงงานเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและสามารถเข้าถึงบริการด้านสังคมต่าง ๆ ด้วย เช่น การบริการด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ ในด้านการศึกษา เด็กผู้โยกย้ายถิ่นฐานสามารถเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทย ทั้งนี้ IOM ได้ชมเชยไทยเสมอว่าเป็นประเทศผู้นำที่แท้จริงในเรื่องการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน นอกจากนี้ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานที่ไทยมีกับประเทศเพื่อนบ้านได้ช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสสำหรับการโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อการทำงานอย่างถูกกฎหมายด้วย และปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวกว่า ๕๕๐,๐๐๐ คนที่ทำงานในไทยผ่านบันทึกความเข้าใจดังกล่าว

๑๔.ในด้านนิติบัญญัติ การออก พ.ร.ก. การนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๙ และ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็เป็นตัวอย่างที่สำคัญของความพยายามของรัฐบาลไทยในการยกระดับและทำให้มั่นใจว่ามาตรฐานการทำงานของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ รัฐบาลไทยดำเนินงานอย่างแข็งขันเพื่อให้สามารถให้สัตยาบัน อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization – ILO) ฉบับที่ ๑๘๘ ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง และพิธีสารประกอบอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๒๙ ว่าด้วยแรงงานบังคับ ภายในปี ๒๕๖๑

๑๕.รัฐบาลยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยได้จัดฝึกอบรมด้านมาตรฐานและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ทหาร และผู้บังคับใช้กฎหมายตลอดทั้งปี ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่าง ๆ

เหล่านี้เป็นตัวอย่างสำคัญเพียงเล็กน้อยของการดำเนินการของประเทศไทยในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งกลับไม่ปรากฏในรายงานของ HRW ประจำปีนี้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับรายงานของ HRW ในปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งไม่น่าประหลาดใจเมื่อคำนึงถึงอคติทางการเมืองขององค์กรนี้

รัฐบาลไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไทยอย่างเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้ ต้องตระหนักด้วยว่า ทุกคนพึงต้องมีความรับผิดชอบที่จะเคารพหลักนิติธรรม และเห็นแก่ความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ ตลอดจนสิทธิของเพื่อนร่วมชาติ เราจะไม่ยอมรับผู้ที่อ้างตัวว่าทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแต่มีวาระแอบแฝง การกระทำเช่นนั้นสมควรถูกประณาม