เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
Automotive ‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
Finance คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
Politics รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่าท้ารับสัปดาห์ จับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อคืนนี้

30 ก.ย. 2565 | 20:59น.

ดอลลาร์อ่อนค่าท้ารับสัปดาห์ จับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศเงินบาทยังคงอ่อนค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค แม้กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี และอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 20 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 38.40 บาท/ดอลลาร์ 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 26-30 กันยายน 2565 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลยังคงปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์โดยยังคงได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าและทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตลอดการประชุมที่คงเหลืออีก 2 ครั้งในปี

นอกจากนั้นแล้ว ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการที่นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face The Nation” ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ (25/9) โดยนายบอสติกได้กล่าวให้คำมั่นต่อพันธสัญญาในการฉุดเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2.0% พร้อมแสดงมุมมองเชิงบวกว่า เฟดจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยไม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากนัก

อย่างไรก็ดี นายบอสติกยอมรับว่า การดำเนินการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดนั้นมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการตกงาน แต่เมื่อเทียบกับการคุมเข้มนโยบายการเงินครั้งก่อนหน้านี้ เขาเชื่อว่า “มีโอกาสสูงที่ปัญหาตกงานจะน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในสถานการณ์อื่น พร้อมเสริมว่า ตลาดงานที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวลงแบบค่อนข้างเป็นระเบียบ

เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยฉุดเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ นายบอสติกเปิดเผยว่ายังคงมองเห็นแรงผลักดันเชิงบวกในเศรษฐกิจ แม้ GDP เติบโตติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนพิจารณาว่าเป็นภาวะถดถอย สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เฟดเพิ่งมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต เพื่อฉุดเงินเฟ้อลง

ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 108 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 104.6 จากระดับ 103.6 ในเดือน ส.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและราคาพลังงานที่ปรับตัวลง โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปีในวันพุธ (28/9) ที่ระดับ 114.527 ก่อนที่จะถูกขายทำกำไรในเวลาถัดมาแตะรับ 111 โดยคาดว่านักลงทุนจะให้ความสำคัญกับการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของทางสหรัฐในช่วงวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวเลขหลักที่มีผลต่อการตัดสินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางสหรัฐ

เงินบาทยังคงอ่อนค่า แม้กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

สำหรับปัจจัยในประเทศค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (26/9) ที่ระดับ 37.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/9) ที่ระดับ 37.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาคและตลาดโลก จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ในวันจันทร์ (26/9) นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน ส.ค. 65 มีมูลค่า 23,632.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.5% จากตลาดคาดว่าจะขยายตัว 7.3-7.7% ทำให้การส่งออกในช่วง 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.) ขยายตัว 11.0% ที่มูลค่า 196,446.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนการนำเข้าในเดือน ส.ค. มีมูลค่า 27,848.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.3% ส่งผลให้การนำเข้าในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัว 21.4% ที่มูลค่า 210,578.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ดุลการค้าในเดือน ส.ค. 65 ขาดดุล 4,215.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ขาดดุล 14,131.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ในวันพุธ (28/9) ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2565 ได้มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 0.75% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

โดยนายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง.ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามแรงส่งของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงจากการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแม้แรงกดดันด้านอุปทานจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มคลี่คลาย ในภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า คณะกรรมการเห็นว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม

โดยภายหลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้น ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 20 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ 38.40 บาท/ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าลงเล็กน้อยในวันถัดมา

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันศุกร์ (30/9) ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย มีมติเสียงข้างมากให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ โดยระบุว่าความเป็นนายกฯยังไม่ครบ 8 ปี เริ่มนับปี 2560 ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 37.60-38.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 37.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจยูโรชะลอตัว เงินเฟ้อส่งผลวงกว้าง

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (26/9) ที่ระดับ 0.9647/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/9) ที่ระดับ 0.9735/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นายหลุยส์ เดอ กวินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ปัญหาเงินเฟ้อในยูโรโซนเริ่มส่งอิทธิพลในวงกว้างขึ้น ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง เนื่องจากประเทศในเขตยูโรโซนกำลังเผชิญกับผลกระทบจากสงครามยูเครน

โดยเศรษฐกิจในไตรมาสสามและสี่ของปีนี้ส่งสัญญาณชะลอตัวลงหนัก และ “อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอาจจ่อระดับศูนย์” ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนอาจจะพุ่งขึ้นแตะ 9.6% ในเดือนนี้ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์สำหรับเขตยูโรโซนอาจจะพุ่งขึ้นแตะ 9.6% ในเดือนนี้ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สำหรับเขตยูโรโซน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ค่าเงินยูโรได้กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันพฤหัสบดี (29/9) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาให้ความเห็นว่า อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมรอบถัดไปในเดือนตุลาคมและธันวาคม

จับตาวิกฤตพลังงานในยุโรป

อย่างไรก็ดี ตลาดมีความกังวลว่าการปรับดอกเบี้ยดังกล่าวเพื่อคลายปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง รวมทั้งวิกฤตพลังงานในยุโรป อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในอนาคตได้ นอกจากนั้นแล้ว ค่าเงินยูโรยังได้รับแรงหนุนอีกทางหนึ่งจากการที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ออกมาประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยไม่จำกัดจำนวนถึงวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพและเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงิน

โดยก่อนหน้านี้เงินปอนด์อ่อนค่าอย่างรุนแรงแตะระดับ 1.0382 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากรัฐบาลอังกฤษมีการเปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีและการตรึงราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลต่อสถานะทางการคลังของอังกฤษ ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 0.9534-0.9853 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/9) ที่ระดับ 0.9832/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (26/9) ที่ระดับ 143.81/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/9) ที่ระดับ 143.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศจับตาการเก็งกำไรเงินเยนในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และยืนยันว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดอีกหากเห็นว่าจำเป็น โดยระบุว่า การเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

เงินเยนอ่อนค่า

ในวันพุธ (28/9) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือน ก.ค. โดยระบุว่า กรรมการ BOJ มีความเห็นตรงกันว่า BOJ จะต้องดำเนินการตรวจสอบว่า การร่วงลงอย่างหนักของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมานั้น จะส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้ออย่างไร กรรมการรายหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า แรงกดดันช่วงขาลงของเงินเยนอาจจะบรรเทาลง เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มที่จะถ่วงเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า BOJ ได้คาดการณ์ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารสดนั้น อาจจะปรับตัวขึ้นในปีนี้ แต่อัตราการปรับขึ้นจะชะลอตัวลงตามทิศทางราคาพลังงาน ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ BOJ มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultraeasy Monetary Policy) พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานพุ่งขึ้นและเงินเยนอ่อนค่าลง ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.26-144.90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (22/9) ที่ระดับ 144.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ