เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘นมวาริช’  GI ลำดับ 7 จ.สกลนคร เล็งต่อยอดสู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
Economic ‘นมวาริช’  GI ลำดับ 7 จ.สกลนคร เล็งต่อยอดสู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
TICA Connect ครั้งที่ 11 ปักธงปีอาสาสมัครสากล 2026 ดันบทบาทไทยในเวทีโลก
Biz Movement TICA Connect ครั้งที่ 11 ปักธงปีอาสาสมัครสากล 2026 ดันบทบาทไทยในเวทีโลก
ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
Real Estate ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
Economic ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
Politics ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
Finance ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
Economic เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
Economic ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
Economic สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
ดูทั้งหมด

กรมอุตุฯเตือนฉบับสุดท้าย อากาศแปรปรวน ใต้ฝนตกหนัก กลาง-กทม.ฝนเพิ่ม

11 ต.ค. 2565 | 17:32น.
น้ำท่วมบนถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี จ.นครปฐม ขาเข้ากรุงเทพมหานคร

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน ฉบับที่ 7 ฉบับสุดท้าย “อากาศแปรปรวน” อุณหภูมิลด 1-2 องศา  ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ เสี่ยงท่วมฉับพลัน ระบุอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ส่งผลให้ช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนเพิ่มขึ้น

วันที่ 11 ตุลาคม 2565 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประทศไทยตอนบนและฝนตกหนักบริเวณภาคใต้” ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2565

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนัก ลมแรง และอุณหภูมิลดลง รวมถึงดูแลสุขภาพไว้ด้วย สำหรับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลางทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในระยะนี้

ประกาศเตือนอกาศแปรปรวน

สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

วันที่ 11 ตุลาคม 2565

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2565

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

น้ำท่วมบนถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี จ.นครปฐม ขาเข้ากรุงเทพมหานคร
น้ำท่วมบนถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี จ.นครปฐม ขาเข้ากรุงเทพมหานคร(ภาพ : ศูนย์ภาพเครือมติชน) 11 ต.ค.65

เตือน 14-15 ต.ค. กทม.มีฝนเพิ่ม

กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดหมายลักษณะอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า หรือในช่วงวันที่ 11 – 17 ต.ค. 65 ว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางตอนล่างในวันที่ 11 ต.ค. 65 โดยอุณหภูมิลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12 – 13 ตุลาคม 65 มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ในช่วงวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 65 ทำให้ในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนเพิ่มขึ้น

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง

สำหรับพยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม 2565 – 17 ตุลาคม 2565 มีดังนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 11 – 13 และ 16 – 17 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาคในวันที่ 11 ต.ค. 65 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 11 – 13 และ 16 – 17 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 12 – 17 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 12 – 17 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

พยากรณ์อากาศ กทม. 11-17 ต.ค.65

อธิบายแผนที่ : แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน โดยมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง
อธิบายแผนที่ : แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน โดยมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง