อัพเดตข้อมูลล่าสุด 14 ตุลาคม 2565 เวลา 17.32 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 5 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เซินกา” (SONCA) แล้ว เตือนภาคอีสาน ตะวันออก ภาคกลาง รวมกทม.และปริมณฑล มีฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนักบางแห่งช่วง 14-15 ต.ค.นี้ ส่วนช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. มวลอากาศเย็นจากจีนกำลังค่อนข้างแรงจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศา
วันที่ 14 ตุลาคม 2565 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง “พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2565
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (14 ต.ค. 65) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังขึ้นเป็น พายุโซนร้อน “เซินกา” (SONCA) แล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองกว๋างหงาย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 15 ต.ค. 65 และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ
ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมแรง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับอ่าวไทยตอนล่าง ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 23.00 น.

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2565 – 20 ตุลาคม 2565
กรมอุตุฯยังคาดหมายลักษณะอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2565 – 20 ตุลาคม 2565 นี้ว่าการคาดหมายในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย
ในขณะที่มีพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในระยะต่อไป คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันที่ 15 ต.ค. 65 และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เตือน 16-20 ต.ค. อุณหภูมิลด 2-4 องศา
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรงในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 14 – 15 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง
ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 14 – 16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 17 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 14 – 16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่กับมีลมแรง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 17 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ในช่วงวันที่ 16 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยในช่วงวันที่ 14 – 16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
และในช่วงวันที่ 17 – 20 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
