เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Economic พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Automotive อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
“วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
Economic “วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
Politics ‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
Economic น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
Economic คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
Economic GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
Economic โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
Politics รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
ดูทั้งหมด

หนุน “ลิ้นจี่แม่ใจ” พะเยา ใช้ FTA เจาะตลาดส่งออก

24 ต.ค. 2565 | 07:59น.
ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดพะเยา สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “ลิ้นจี่แม่ใจพะเยา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ต้องเพาะปลูกในพื้นที่อำเภอแม่ใจ หอมอร่อย หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง สีสวย

เป็นลิ้นจี่เกรดพรีเมี่ยม สามารถขายได้ราคาสูง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายทั้งภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)

“ยอดชัย มะโนใจ” ประธานกลุ่มอนุรักษ์ผลิตลิ้นจี่คุณภาพห้วยป่ากล้วย เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2512 ได้ปลูกลิ้นจี่ในสวน 12 ต้น สายพันธุ์ฮงฮวย ซึ่งถือว่าเป็นลิ้นจี่ต้นแรกของ อ.แม่ใจ เป็นจุดสาธิตและขยายพันธุ์ให้กับเกษตรกร

ปรากฏว่าได้ผลผลิตดี รสชาติอร่อย ซึ่งในพื้นที่ก็ได้มีการปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยจนถึงปัจจุบันมีพื้นที่การปลูกประมาณ 100 กว่าไร่ มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ฮงฮวย, กะโหลกใบขิง, โอเฮียะ รวม 1,700 กว่าต้น มีสมาชิกทั้งหมด 9 คน ซึ่งเราจะมีการคัดเฉพาะเกษตรที่มีใจและเอาใจใส่ผลผลิต

“เมื่อก่อนเกษตรกรมีการปลูกลิ้นจี่จำนวนมากแต่ไม่ได้รักษาคุณภาพ ส่งผลให้ลิ้นจี่ล้นตลาดราคาตกต่ำ ต่อมากลุ่มของเราก็ได้มีการปรึกษาทำอย่างไรให้ลิ้นจี่มีคุณภาพและได้ราคาสูง สามารถกำหนดราคาเองได้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและเป็นกลุ่มแรกที่สามารถกำหนดราคาขายลิ้นจี่ได้”

การบริหารจัดการให้ลิ้นจี่ได้คุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่การตัดตกแต่งกิ่งและลำต้น ให้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีการใส่ปุ๋ยชีวภาพ โดยช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ต้นลิ้นจี่จะเริ่มแทงช่อ เกษตรกรต้องดูแลเพื่อไม่ให้มีแมลงและหนอนมาทำลาย

ถ้าไม่มีการดูแล ผลผลิตจะออกน้อย ต่อมาช่วงปลายเดือนมกราคม ช่อลิ้นจี่จะเริ่มบานเพื่อผสมพันธุ์เกสร และจะเริ่มออกผลในเดือนเมษายนลิ้นจี่จะเริ่มออกสี ผลผลิตสมาชิกของเรา 90% ต้องมีการห่อเพื่อให้มีรสชาติที่หอมหวาน กรอบอร่อย รวมถึงป้องกันโรคและแมลงต่าง ๆ ทำให้ผลผลิตออกมาแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ

“แต่ละช่วงเกษตรต้องใส่ใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รู้ว่าจะได้ผลผลิตมากหรือน้อย ขณะเดียวกันก็ขึ้นกับสภาพอากาศด้วย เช่น ปี’61 ได้ผลผลิตประมาณ 25 ตันกว่า, ปี’62 ได้ 12 ตันกว่า, ปี’63 ได้ 25 ตันกว่า, ปี’64 ได้ 36 ตันกว่า, ปี’65 ได้ผลผลิต 31 ตันกว่า”

เนื่องจากลิ้นจี่กลุ่มของเราได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ทำให้ขายได้ในราคาที่ค่อนข้างสูง ราคา 150 บาทต่อกิโลกรัม ปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1.4 ล้านบาท ปัจจุบันช่องทางการขายคือ ขายหน้าสวน ล้งในพื้นที่ หน่วยงานราชการ และห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ เลม่อนฟาร์ม เดอะมอลล์

“กลุ่มเกษตรกรเน้นเรื่องของการทำสินค้าคุณภาพ ทำให้การตลาดไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมีเกี่ยวกับเรื่องผลผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ”

นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ลิ้นจี่แม่ใจถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ต้องเพาะปลูกในพื้นที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยาเท่านั้น

อีกทั้งมีจุดเด่นที่ความหอมอร่อย หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง สีสวย เป็นลิ้นจี่เกรดพรีเมี่ยม สามารถขายได้ราคาสูง สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูป มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่เข้มแข็งและเน้นแนวทางเกษตรปลอดภัย มีโอกาสในการทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในจีนและอาเซียนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด

ที่ผ่านมาไทยมีการส่งออกลิ้นจี่สดไปยังกลุ่มประเทศจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เป็นต้น มีอัตราภาษี 0% ขณะเดียวกันกลุ่มตะวันออกกลางเริ่มรู้จักและสนใจลิ้นจี่ เราก็มองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายช่องทางจำหน่ายอีกหนึ่งช่องทาง โดยเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเป็นแต้มต่อในการขยายการส่งออกได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ไทยส่งออกผลไม้สู่ตลาดโลก 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10% ส่วนสินค้าลิ้นจี่ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งในปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรีแล้ว 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ

โดยประเทศคู่ค้าที่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าลิ้นจี่จากไทยแล้ว ได้แก่ อาเซียน (ยกเว้น สปป.ลาว ที่ยังคงภาษี 5% สำหรับลิ้นจี่อบแห้ง) จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง และชิลี ในขณะที่ 3 ประเทศคู่ FTA

ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย และเปรู ได้ลด/ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าลิ้นจี่บางส่วน เมื่อปี 2564 ไทยส่งออกลิ้นจี่สดไปตลาดโลก 850 ตัน มูลค่า 27.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.37% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผลไม้ พะเยา