ผลไม้ไทยบนโจทย์ใหม่ ไม่ใช่แค่ “ระบายฤดูกาล” แต่ต้องปั้นตลาดยั่งยืน
ในช่วงกลางปีของทุกปี ผลไม้เมืองร้อนของไทยจากหลายภูมิภาคจะทยอยออกสู่ตลาดพร้อมกัน ตั้งแต่ลำไย มังคุด ทุเรียน ส้มโอ มะม่วง ไปจนถึงผลไม้ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแทบทุกฤดูกาล คือแรงกดดันด้านปริมาณผลผลิต ราคาหน้าสวน และความสามารถในการกระจายสินค้าให้ทันจังหวะตลาด
ปี 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเดินเกมผลไม้ในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงการเปิดพื้นที่จำหน่ายชั่วคราว แต่ขยับไปสู่การเชื่อม “ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง” ผ่านสหกรณ์ มาตรฐานสินค้าเกษตร ช่องทางออนไลน์ การจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับคุณภาพเพื่อส่งออก ตั้งแต่งาน “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ที่ลานคนเมือง ไปจนถึงการเปิดฤดูกาลลำไยลำพูนด้วย Big Cleaning Day และการตรวจเข้มมะม่วงก่อนส่งออกญี่ปุ่น
จากผลไม้ล้นฤดู สู่ตลาดตรงกลางกรุง
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลไม้ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ภายใต้แนวคิด Fresh From Farm มหัศจรรย์ผลไม้ 4 ภาค ระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2569 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
เป้าหมายของงานไม่ได้หยุดอยู่ที่การชวนประชาชนมาชิม ช้อป ผลไม้ไทย แต่เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด เชื่อมผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง และใช้สหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการรวบรวม คัดคุณภาพ บรรจุ ขนส่ง และจำหน่าย
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับเกษตรกรให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ผ่านการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ เพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า ควบคู่กับการพัฒนาจุดรวบรวมสินค้า ระบบโลจิสติกส์ การแปรรูป และมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล

“การจัดงานครั้งนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับและประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย รวมถึงสินค้าเกษตรคุณภาพให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขยายช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าการส่งออก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว
ยกผลไม้ 4 ภาค สร้างภาพจำ “เมืองร้อนคุณภาพโลก”
งาน “Thailand : The Land of Tropical Fruits” วางภาพประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตผลไม้เมืองร้อนคุณภาพระดับโลก ภายใต้สโลแกน “ผลไม้ไทย สด ใหม่ ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค” โดยรวบรวมผลไม้เด่นจาก 4 ภูมิภาคมาไว้ในพื้นที่เดียว
ผลไม้จากภาคเหนือมีทั้งลำไยสีทอง สับปะรดภูแล และเงาะทุ่งช้าง ภาคอีสานมีทุเรียนภูเขาไฟและแก้วมังกร ภาคกลางมีทุเรียนป่าละอู ส้มโอขาวใหญ่ มะพร้าว และกล้วยหอมทอง ขณะที่ภาคใต้มีมังคุดและส้มโอทับทิมสยาม รวมถึงผลไม้ขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ
ภายในงานยังมีสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้ารับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (Q) สินค้าเกษตรปลอดภัยจากกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และองค์การสะพานปลา รวมกว่า 50 บูธ
นอกจากผลไม้สด ยังมีสินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์ผ้า ข้าวสารคุณภาพ กิจกรรมสาธิตการแกะสลักผลไม้ การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิต การจัดกระเช้าผลไม้ การทำขนมและเครื่องดื่ม เวิร์กชอปสร้างอาชีพ กิจกรรมเช็กอินรับของรางวัล สินค้านาทีทอง และกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching
สหกรณ์ขยับบทบาท สู่ “Modern Trade ของชุมชน”
แกนสำคัญของงานปีนี้คือการผลักดันช่องทางจำหน่ายผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) และแพลตฟอร์ม “CO-OP Easy Shop” เพื่อขยายช่องทางตลาดของสินค้าสหกรณ์ในยุคดิจิทัล โดยวางบทบาทเป็น “Modern Trade ของชุมชน” ที่เชื่อมผู้ซื้อกับเกษตรกรโดยตรง ลดคนกลาง และเพิ่มโอกาสให้รายได้กลับถึงมือเกษตรกรมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้ ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์กับ มกอช. เพื่อยกระดับสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่า สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้บริโภค รวมถึงสร้างความเป็นธรรมด้านการซื้อขายสินค้าเกษตร
นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า ความสำเร็จในปี 2568 ที่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 91 แห่ง ใน 35 จังหวัด สามารถรวบรวมและจำหน่ายผลไม้ได้กว่า 35,000 ตัน มูลค่ากว่า 850 ล้านบาท เป็นฐานให้ปีนี้ต่อยอดใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การขยายตลาดผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์และ CO-OP Easy Shop การเชื่อมโยงตลาดกับห้างค้าปลีก โรงแรม ผู้ส่งออก และภาคเอกชน และการยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าและแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ
“เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนจากการระบายผลผลิตเฉพาะฤดูกาล ไปสู่ระบบตลาดผลไม้ที่ยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ระบุ
ลำไยลำพูน คุมคุณภาพตั้งแต่สวน รับกติกาคู่ค้าเข้มขึ้น
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับจังหวัดลำพูน เปิดกิจกรรม “สวนลำไยคุณภาพยกระดับสู่การส่งออก (Big Cleaning Day) และวันเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไยจังหวัดลำพูน ปี 2569” ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของนายนิโรจน์ แสนไชย อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน
การเปิดฤดูกาลลำไยปีนี้ไม่ได้มีนัยเพียงการประกาศความพร้อมด้านผลผลิต แต่สะท้อนโจทย์ใหม่ของสินค้าเกษตรไทย เมื่อประเทศคู่ค้านำมาตรการด้านสุขอนามัยพืช ความปลอดภัยอาหาร และมาตรฐานการผลิตมาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำเข้าสินค้ามากขึ้น
นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า ลำไยเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยคุณภาพของประเทศ มีทั้งองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการผลิต และสินค้าอัตลักษณ์อย่าง “ลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI
กิจกรรม Big Cleaning Day จึงมุ่งรณรงค์ให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องดูแลความสะอาดภายในสวนลำไยและพื้นที่โดยรอบ ลดแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการผลิตลำไยคุณภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP การบริหารจัดการสวน การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างถูกต้อง
“วันนี้เราไม่ได้มาเพียงเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไย แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว พร้อมระบุว่าได้กำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ใกล้ชิด รับฟังปัญหา และนำข้อเสนอกลับมายังกระทรวง
มะม่วงไทยไปญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานส่งออก
ในมิติการส่งออก องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพมะม่วงก่อนส่งออกไปญี่ปุ่น เพื่อควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคต่างประเทศ
นายอภิพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. ระบุว่า หลังจาก อ.ต.ก. โดยฝ่ายพัฒนาธุรกิจเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรไทยในงาน Thai Festival Tokyo 2026 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 และจัดกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าและพันธมิตรทางการค้าญี่ปุ่น นำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าและการส่งออกสินค้าเกษตรไทย

การส่งออกครั้งนี้ อ.ต.ก. ส่งออกมะม่วงมหาชนกและมะม่วงโชคอนันต์รวมกว่า 100 ตันไปยังประเทศญี่ปุ่น สะท้อนศักยภาพของผลไม้ไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ และย้ำบทบาทของมาตรฐานคุณภาพในฐานะเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันในตลาดโลก
บททดสอบใหม่ของผลไม้ไทย
ภาพรวมมาตรการผลไม้ปี 2569 จึงสะท้อนการปรับแนวคิดจากการแก้ปัญหารายฤดูกาล ไปสู่การสร้างระบบตลาดที่มีโครงสร้างชัดขึ้น ทั้งการรวมกลุ่มผ่านสหกรณ์ การกระจายสินค้า การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล การจับคู่ธุรกิจ การยกระดับมาตรฐาน และการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออก
โจทย์ข้างหน้าของผลไม้ไทยไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้ขายหมดในฤดูกาลผลิต แต่คือการทำให้ผลไม้ไทยรักษาคุณภาพได้ตั้งแต่สวนถึงผู้บริโภค เชื่อมตลาดในประเทศกับต่างประเทศได้ต่อเนื่อง และเปลี่ยนผลผลิตตามฤดูกาลให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงของเกษตรกรในระยะยาว