ศึก ‘สตรีมมิ่ง’ ปะทุ ‘อเมซอน-ดิสนีย์’ ปรับกลยุทธ์สู้-
เริ่มต้นปี 2561 ได้ไม่นาน สมรภูมิสตรีมมิ่งส่อเค้าเดือดแล้ว เมื่อผู้เล่นรายใหญ่และทุนหนาอย่าง “อเมซอน
ไพรม วิดีโอ” (Amazon Prime) บริการสตรีมมิ่งของยักษ์อีคอมเมิร์ซอเมซอน และ “ดิสนีย์” ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสื่อซึ่งประกาศรุกตลาดสตรีมมิ่งเมื่อปีที่แล้ว เริ่มเคลื่อนไหวปรับกลยุทธ์ หวังเขย่าบัลลังก์อันดับ 1 ของ “เน็ตฟลิกซ์” (Netflix) ที่เพิ่งย้ำแชมป์ด้วยยอดสมาชิกใหม่อีก 8.3 ล้านคนทั่วโลกในช่วงเพียง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2560
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวงการว่า “อเมซอน” ปรับกลยุทธ์ในธุรกิจสื่อบันเทิง โดยมุ่งซื้อและผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แทนภาพยนตร์อินดี้และภาพยนตร์รางวัลเหมือนที่ผ่านมา หวังเพิ่มแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมและขยายฐานสมาชิกใน
วงกว้างได้รวดเร็วขึ้น

ในขณะที่ “ดิสนีย์” ซื้อตัวผู้บริหารมือดีซึ่งเคยบริหารบริการสตรีมมิ่งแอปเปิล “ไอจูนมูฟวี่” และซัมซุง “มิลก์วิดีโอ” มานั่งเก้าอี้บริหารธุรกิจสตรีมมิ่งของตนที่อยู่ในช่วงตั้งไข่และมีกำหนดเปิดบริการปีหน้า
แหล่งข่าวรายนี้อธิบายเหตุผลความเคลื่อนไหวของอเมซอนว่า เดิมยักษ์ค้าปลีกเน้นซื้อ-สร้างภาพยนตร์สไตล์อาร์ตสำหรับส่งชิงรางวัลจากงานประกวดต่าง ๆ เพื่อสร้างชื่อเสียงในวงการ อาทิ ทุ่มงบฯ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อสิทธิเผยแพร่ภาพยนตร์ แมนเชสเตอร์ บายเดอะซี ซึ่งคว้าออสการ์ได้ถึง 2 รางวัล
แต่ในทางตรงข้ามภาพยนตร์กลุ่มนี้มักไม่ถูกใจผู้บริโภคระดับแมสนัก ทำให้เพิ่มฐานผู้ชมได้เพียงเล็กน้อยไม่คุ้มกับเงินลงทุน จึงต้องหันเน้นภาพยนตร์แนวตลาดแทน ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจปี 2561 ของ “เจฟ เบซอส” ซีอีโอ ที่มุ่งเพิ่มจำนวนสมาชิกทั้งธุรกิจสตรีมมิ่งและอีคอมเมิร์ซ
หากเป็นไปตามแผนนี้ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป อเมซอนจะมุ่งซื้อภาพยนตร์ซึ่งใช้งบฯลงทุนสร้างมากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปเป็นหลัก โดยตัวเลขนี้สูงเป็น 10 เท่าของงบฯเฉลี่ยสำหรับสร้างภาพยนตร์อินดี้ทั่วไป
ส่วน “อเมซอนสตูดิโอ” ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ของบริษัท จะปรับเพิ่มงบฯสำหรับผลิตภาพยนตร์เช่นกัน โดยอยู่ระหว่างศึกษาแผนและหามูลค่างบฯที่เหมาะสม ซึ่งแหล่งข่าวอีกรายระบุว่า งบฯสำหรับภาพยนตร์จอเงินจะไม่สูงระดับบล็อกบัสเตอร์ ตรงข้ามกับฝั่งภาพยนตร์ทีวีซึ่งได้รับงบฯสูงกว่า เห็นได้จากการทุ่มเม็ดเงิน 250 ล้านเหรียญสหรัฐซื้อสิทธิในภาพยนตร์ภาคต่อของเรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า มีโอกาสที่อเมซอนจะยังหว่านเงินซื้อภาพยนตร์อินดี้อยู่ เนื่องจาก “เจฟ เบซอส” เคยกล่าวว่า ธุรกิจภาพยนตร์จะยังดำเนินไปตามปกติ ซึ่งต้องจับตางานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปีนี้ เพราะปัจจุบันทิศทางของอเมซอนสตูดิโอยังไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างเปลี่ยนตัวผู้บริหารใหญ่ หลัง “รอย ไพร์ส” ประธานบริษัทและเจ้าของแนวคิดเน้นสร้างภาพยนตร์ล่ารางวัลประกาศลาออกเมื่อเดือน ต.ค.
ฝั่งดิสนีย์นั้น ได้ “เควิน สวิท” อดีตผู้บริหารบริการสตรีมมิ่งแอปเปิล “ไอจูนมูฟวี่” และซัมซุง “มิลก์วิดีโอ” มาเป็นรองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ “บีเอเอ็มเทค มีเดีย” (BAMTech Media) บริษัทสตรีมมิ่งที่เพิ่งตั้ง หวังใช้ประสบการณ์และโนว์ฮาวมาเสริมแกร่งก่อนจะเปิดบริการในปีหน้า พร้อมด้วยจุดขายทั้งไลน์อัพภาพยนตร์หลากหลายจากสตูดิโอในเครือ และค่ารายเดือนที่ยืนยันว่าจะต่ำกว่าเน็ตฟลิกซ์แน่นอน
ต้องรอดูกันว่า แผนของ 2 ยักษ์ใหญ่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และผู้เล่นรายอื่นทั้งฮูลู (Hulu) ซึ่งมีจุดแข็งในฐานะแหล่งรวมรายการทีวีดัง และเจ้าตลาดอย่างเน็ตฟลิกซ์ ที่เด่นด้านออริจินอลคอนเทนต์จะรับมืออย่างไร
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
