เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ประวัติ พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการหญิงชาวมุสลิมคนแรกของประเทศไทย

16 พ.ย. 2565 | 12:59น.
พาตีเมาะ สะดียามู

พาตีเมาะ สะดียามู

เปิดประวัติ พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าฯ ปัตตานี สตรีชาวมุสลิมคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดของประเทศไทย เกิดและเติบโตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเสนอแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 37 ราย วานนี้ (15 พ.ย.) หนึ่งในนั้นคือนางพาตีเมาะ สะดียามู ที่ได้ขยับจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี (นักปกครองระดับสูง) สังกัดกระทรวงมหาดไทย

ทำให้เธอกลายเป็นสตรีชาวมุสลิมคนแรกของประเทศ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดประวัติและชวนทำความรู้จักสตรีมุสลิมผู้นี้ รวมถึงเส้นทางการทำงานของเธอ ซึ่งกว่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ ปัตตานีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

ประวัติ “พาตีเมาะ สะดียามู”

นางพาตีเมาะ สะดียามู เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ปัจจุบันอายุ 57 ปี ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีนั้น พาตีเมาะ เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าฯ อยู่ถึง 4 ครั้งด้วยกัน ได้แก่ รองผู้ว่าฯ พัทลุง นาราธิวาส ยะลา และที่นราธิวาส อีกครั้งหนึ่ง

พาตีเมาะ สะดียามู
ที่มาภาพ เพจจังหวัดนราธิวาส

นางพาตีเมาะถือเป็นคนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเกิดและใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด ศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนวัดลำใหม่ และโรงเรียนพัฒนาวิทยา จังหวัดยะลา จากนั้นเป็นโรงเรียนพัฒนาวิทยา จังหวัดยะลา และโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลายตามลำดับ

สำหรับระดับปริญญาตรี จบการศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และระดับปริญญาโทในหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการการพัฒนาสังคม คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

สำหรับเส้นทางการรับราชการนั้น เริ่มบรรจุรับราชการเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2536 ในตำแหน่งนักการข่าว นักบริหารงานทั่วไป ฝ่ายอำนวยการ สำนักงานจังหวัดระนอง และเติบโตขึ้นตามลำดับ ก่อนจะเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง (อำนวยการสูง) ศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และหัวหน้าสำนักงานจังหวัดพัทลุง ก่อนจะเป็นรองผู้ว่าฯ อีก 4 ครั้งดังที่กล่าวไป

การได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีในครั้งนี้ ทำให้เธอเป็นสตรีมุสลิมคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวของจังหวัดและพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างร่วมแสดงความยินดี เนื่องจากเธอเกิดและโตที่นี่ อีกทั้งยังมีความเข้าใจถึงบริบทของคนและวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่

พาตีเมาะ สะดียามู
ที่มาภาพ เพจจังหวัดนราธิวาส

นางพาตีเมาะ สะดียามู เคยให้สัมภาษณ์ “มติชนสุดสัปดาห์” เมื่อครั้งรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นราธิวาส เมื่อปี 2561 ว่าการเป็นสตรีมุสลิมแล้วมานั่งในตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ดิฉันเป็นเด็กนักเรียนบ้านนอกมาจากโรงเรียนวัดลำใหม่ เป็นเด็กที่มีโอกาสได้ศึกษา และมีโอกาสได้เข้าสู่ระบบราชการ ทำให้ชีวิตมีโอกาสเติบโต เพราะฉะนั้น พื้นฐานก็มาจากคนพื้นที่ สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนในการที่จะนำมาซึ่งการสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่ด้วย”

เธอกล่าวต่อว่า ที่มาถึงจุดนี้ได้เพราะการศึกษาและความท้าทาย

“เส้นทางชีวิตที่มาถึงวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาล้วน ๆ เพราะไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีต้นทุนสูง ถ้ามองในมุมของตัวเองคงไม่ใช่เรื่องของแรงกดดัน เพราะว่าที่ผ่านมาก็อยู่กับแรงกดดันมาตลอดอยู่แล้วในความที่เป็นผู้หญิงมุสลิมที่ทำงานในระบบราชการ แต่ตัวเองมองในมุมเป็นความท้าทายมากกว่า”

เมื่อครั้งเป็นรองผู้ว่าฯ เธอกล่าวว่า “คือความภูมิใจของคนในจังหวัดชายแดนใต้ คือแรงบันดาลใจ และเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องไปสร้างให้ลูกให้หลานของเรา”

เธอรู้สึกว่านี่คือความจริงใจของรัฐบาลที่ได้ดูแลลูกหลานของเขาให้ได้มีโอกาสทำงานขึ้นตำแหน่งอย่างที่เขาควรจะได้ การเป็นรองผู้ว่าฯ ในครั้งนั้นได้มาจากการพิสูจน์การทำงานที่ใช้เวลาระยะหนึ่ง เธอมักจะบอกกับคนรอบตัวเสมอว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน คือความอดทน ความมั่นใจ ความมุ่งมั่นของเราและความชัดเจนของเราด้วย

“อย่างดิฉันเองก็มีความชัดเจนในตัวมาก ถามว่ามีความทะเยอทะยานไหม…ตอบว่าไม่… แต่มีความชัดเจนที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่า หากมีโอกาสในวันนี้ก็ขอให้เดินทางไปถึงการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะนั่นหมายถึงเกียรติคุณ ศักดิ์ศรีของความเป็นพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้คือความภูมิใจ”

“ดิฉันกลายเป็นจุดเติมเต็ม กลายเป็นต้นแบบของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้นแบบนี้ก็จะเป็นต้นแบบที่ดีงามอย่างหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐกับประชาชน และเป็นแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่มากเลย แต่อันนี้ต้องยอมรับว่ามันไม่ง่ายนัก”

วันนี้เธอได้กลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว