เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

“แบงก์ชาติ” ระดมเครื่องมือ ผลักเงินออก ตปท.-ดูแลค่าบาท

09 ก.พ. 2561 | 08:00น.

ความหนักอกหนักใจของแบงก์ชาติในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาท ที่ต้องบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนอย่างยากลำบากขึ้นทุกวัน เพราะปัจจัยรุมเร้ารอบด้านไม่ว่าจะเรื่องสหรัฐฯ ที่จับตา ธปท.เข้าแทรกแซงค่าเงินบาทมากเกินไป และไทยยังเป็นประเทศที่มีสถานะเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงมาก ฟากเงินร้อนต่างชาติก็เฮโลเข้าเก็งกำไรในไทย จนทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 2% เพียงช่วงเดือนแรกของปี 2561 นี้ โดยเงินบาทแข็งค่าสุดที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2561 ซึ่งแข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี และแข็งขึ้นติดอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค

แม้ล่าสุดเมื่อ 5 ก.พ. ค่าเงินดอลลาร์จะเริ่มกลับข้างมาแข็งค่าอีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐโชว์ออกมาดีเกินคาด ทำให้นักลงทุนทั่วโลกขยับเงินลงทุนปรับพอร์ตกลับมาหาสหรัฐค่าเงินบาทก็อ่อนค่าเล็กน้อยอยู่ที่บริเวณ 31.67 บาท/ดอลลาร์

แต่สำหรับผู้ส่งออก ก็ยังเรียกร้องให้แบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่ง “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ประกาศหลายรอบ ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเป็นหลัก ซึ่ง ธปท.ก็พร้อมดูแลค่าเงินบาทหากมีความผันผวนหรือขึ้นแรงแซงเพื่อนบ้าน รวมถึงจะใช้เครื่องมือเพิ่มเติมหรือมีมาตรการใหม่ ๆ ออกมา

ผลของการแทรกแซงค่าเงินบาท ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 26 ม.ค. 2561 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.13 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากสิ้นปี 2560 ขณะที่ฐานะการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิยังสูงเกิน 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์

อีกด้านหนึ่ง ธปท.ก็พยายามผ่อนคลายหรือการขยายขอบเขตการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งล่าสุด “นางจันทวรรณ สุจริตกุล” ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท.ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Foreign Exchange Trade System : CFETS) ได้ขยายขอบเขตการซื้อขายและการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างเงินหยวนและเงินบาทได้ทั่วประเทศจีน จากเดิมทำได้เฉพาะในระดับภูมิภาค ณ มณฑลยูนนาน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มผู้เล่นและสภาพคล่องในสกุลเงินหยวน/บาท นำไปสู่การลดต้นทุนการแลกเปลี่ยนเงิน (spread) และจะช่วยสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นของทั้งสองประเทศให้มีมากขึ้น ถือว่าเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทย

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาเงินสกุลหลักที่มีความผันผวนมากในปัจจุบัน โดยนอกจากความร่วมมือกับทางการจีนแล้ว ธปท.ยังร่วมมือกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอยู่ในระหว่างดำเนินการกับญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่ม CLMV”

ทั้งนี้ จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้ต่ออายุ bilateral swap agreement ไปอีก 3 ปี เพื่อสนับสนุนการให้สภาพคล่องเงินหยวนและเงินบาท

ปัจจุบัน ค่าเงิน “หยวน” เป็นอีกสกุลเงินที่ใหญ่ของโลก ดังนั้นการออกมาตรการดังกล่าวของธปท. ช่วยลดการพึ่งพาแต่สกุล “ดอลลาร์สหรัฐ” ที่มีความผันผวนหนักในเวลานี้

และหากย้อนดูเมื่อเดือนที่แล้ว ธปท. ก็เพิ่งออกมาตรการเรื่องขยายโอกาสในการนำเงินออกไปลงทุนและใช้ชำระค่าสินค้าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยจะเห็น เมื่อต้นปีนี้ ธปท.ออกประกาศผ่อนคลายหลักเกณฑ์ภายใต้โครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์ควบคุม การแลกเปลี่ยนเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของเอกชน (ease of doing business) ซึ่ง “เพิ่มวงเงิน” ให้ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการโอนเงินเพื่อใช้ในการชำระค่าสินค้าต่าง ๆ ได้มากขึ้น ขยับเป็นไม่เกิน 8 แสนบาทต่อวันต่อลูกค้าหนึ่งราย จากเดิมให้โอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าไม่เกิน 2 แสนบาทต่อวันต่อรายเท่านั้น

อีกประกาศที่ออกมาต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มเติมในประกาศฉบับเดิมอีก คือการ “ขยายกลุ่มนักลงทุน” ที่สามารถออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ โดยปรับลดสินทรัพย์ของนักลงทุนลงมาเหลือ 50 ล้านบาท ก็สามารถออกไปลงทุนต่างประเทศได้ แต่รวมเม็ดเงินแล้วไม่เกินปีละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมให้เฉพาะนักลงทุนที่มีสินทรัพย์หรือเงินลงทุน 100 ล้านบาทขึ้นไป จึงจะสามารถออกไปลงทุนต่างประเทศได้

นางจันทวรรณ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของ ธปท.ที่ผ่อนคลายเกณฑ์ต่าง ๆ ในเบื้องต้น ก็เพื่อให้โอกาสแก่นักลงทุนมากขึ้น ที่จะออกไปกระจายความเสี่ยงในการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะลงทุนผ่านตัวกลาง หรือลงทุนเอง

“การที่นักลงทุนมีทางเลือกในการใช้ช่องทางลงทุนที่หลากหลายขึ้น จะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากช่วงจังหวะนี้ในการตัดสินใจเลือกถือสินทรัพย์ในต่างประเทศ โดยไม่ต้องไปขอวงเงินจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ประโยชน์คือ เป็นเรื่องความคล่องตัวของนักลงทุนในการบริหารทรัพย์สินของตัวเอง” นางจันทวรรณกล่าว

แน่นอนว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ให้นำเงินออกนอกประเทศได้คล่องตัวขึ้น คงไม่ได้จะช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็ทำให้มีช่องทางให้น้ำไหลออกคล่องตัวขึ้น และในระยะยาว นักลงทุนไทยเรียนรู้และกล้าจะออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ก็จะช่วยบาลานซ์กับภาวะเงินไหลเข้าได้ ซึ่งก็หวังจะเห็นผลดีในระยะยาวแก่ประเทศไทย