“ไชย” ชูโรดแมปเสริมแกร่ง แบรนด์ไทยประกันชีวิต
นับวันภาพของธุรกิจประกันชีวิตเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ปรับตัวเพื่อหมุนไปให้ทันกงล้อโลกแห่งเทคโนโลยีที่เคลื่อนไหวแบบก้าวกระโดด ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน (ไลฟ์สไตล์) ของผู้บริโภค รวมถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการที่เปลี่ยนรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้นแม้ว่าธุรกิจจะใหญ่แค่ไหนก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปรับตัวเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่ได้ในระยะยาว “ไทยประกันชีวิต” เป็นอีกประกันรายใหญ่ที่มีอายุนาน 76 ปี ซึ่งติดอันดับ 3 ของไทย ก็เช่นกัน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ “คุณไชย ไชยวรรณ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยประกันชีวิต ก็ได้ออกมาประกาศแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี 5 ปี และ 10 ปีของบริษัทว่า
“บริษัทไม่เพียงกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจในแต่ละปี เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีเท่านั้น แต่เรายังกำหนด Road Map ในการดำเนินธุรกิจในระยะกลางและระยะยาว เพื่อปรับปรุงและพัฒนาองค์กรในทุก ๆ ด้าน สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าที่เปลี่ยนไปในอนาคต” นายไชยกล่าว
สำหรับปี 2561 นี้ บริษัทก็ได้กำหนดทิศทางดำเนินธุรกิจว่า “ตัวแทน” ยังเป็นฐานหลักในการสร้างเบี้ยเติบโตให้แก่บริษัท ดังนั้นการเน้นพัฒนา “ตัวแทน” ให้เป็น “ผู้วางแผนดูแลชีวิต” หรือ Life Partner ด้วยการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ตัวแทนในทุกด้าน รวมถึงความสามารถด้านเทคโนโลยี และผลักดัน “ตัวแทน” ให้สอบใบอนุญาต SIC (Security Investment Consultant) เพื่อขายสินค้าประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) หรือประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) ซึ่งเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตดี นอกเหนือจากที่ขายสินค้าประเภทคุ้มครองชีวิต สะสมทรัพย์ระยะยาว (20 ปีขึ้นไป) และสัญญาเพิ่มเติมต่าง ๆ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัทอยู่แล้ว
ในด้านของระบบเทคโนโลยีที่ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะจะช่วยลดต้นทุนบริหารให้เกิดประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และชู Technology Excellence ปรับปรุงระบบจัดการธุรกิจและนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาการดำเนินงาน ทั้งระบบการให้บริการ ช่องทางการขาย และ Brand Love
ทั้งนี้ บริษัทยังดำเนินกลยุทธ์ในลักษณะ Ecosystem Strategy ทั้งในส่วนการดำเนินธุรกิจ อาทิ การสร้าง Ecosystem ให้กับแบรนด์ ด้วยการเชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์มของการสื่อสาร ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์ที่ยั่งยืน หรือการสร้าง Ecosystem Partner เครือข่ายพันธมิตร เพื่อเสริมจุดแข็งด้านการสร้างแบรนด์ การบริการ
“แม้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างความไว้วางใจ ความรัก และความผูกพันให้เกิดกับผู้เอาประกัน ต้องมีความเป็นมืออาชีพ เป็น Life Partner รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ E-Commerce ที่ต้องมีความเป็นเพื่อนคู่คิด (Companion) เป็นที่ปรึกษาวางแผนชีวิตเช่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ดีไม่แตกต่างจากตัวแทน”
อย่างไรก็ตาม ปีนี้คุณไชยตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรับปีแรกที่ 17,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน โดยมาจาก “ตัวแทน” กว่า 11,800 ล้านบาท และช่องทางอื่น ๆ อีก 5,200 ล้านบาท
คุณไชยยังขยายภาพในระยะข้างหน้าของบริษัทด้วยว่า จะขยายโอกาสทางธุรกิจออกสู่ตลาดในภูมิภาคอื่น ๆ โดยจะเริ่มจากกลุ่มประเทศอาเซียน (AEC) เพราะมีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ด้านเบี้ยประกันรับปีแรก และเบี้ยรับรวม เพราะไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า รวมถึงการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นี่คือการส่งสัญญาณจากเอ็มดีใหญ่ของประกันค่ายสีฟ้า ก้าวย่างไปอย่างสุขุม