เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
Real Estate LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
“แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
HR “แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Finance คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ข่าวในพระราชสำนัก มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
Finance ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
“จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
Politics “จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
Automotive มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
Politics นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
ดูทั้งหมด

InnovestX กางกลยุทธ์ลงทุนหุ้นปี’66 เป้าดัชนี 1,750 จุด แนะ 5 หุ้นเด่น Q1

20 ธ.ค. 2565 | 11:16น.
อินโนเวสท์ เอกซ์ InnovestX

อินโนเวสท์ เอกซ์ ส่องกลยุทธ์การลงทุนปี 2566 เน้นการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย-ธีมเปิดประเทศจีน เป้าดัชนี SET Index ที่ 1,750 จุด มองจุดเข้าซื้อที่สำคัญ 1,500-1,600 จุด คาดว่าจะเห็นในไตรมาส 1/66 แนะลงทุน 5 หุ้นเด่นไตรมาสแรกปีหน้า AOT-BBL-BCP-CPALL-MINT

วันที่ 20 ธันวาคม 2565 นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) กล่าวว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านของปี 2566 เศรษฐกิจโลกจะมีลักษณะ 3 ประการ ประการแรก การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การเติบโตของเศรษฐกิจระหว่างตลาดพัฒนาแล้ว (DM) กับตลาดเกิดใหม่ (EM) จะแตกต่างกัน โดย DM มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation อย่างรุนแรง หรืออย่างน้อยที่สุดจะเกิดภาวะถดถอยอย่างอ่อน ๆ ในขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจ EM จะชะลอตัวลง แต่มีโอกาสเกิดภาวะถดถอยรุนแรงน้อยกว่า

สุกิจ อุดมศิริกุล
สุกิจ อุดมศิริกุล

ประการที่สอง เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ และเศรษฐกิจ EM หลายประเทศ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและมีแนวโน้มชะลอตัวลง ในปี 2566 อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะลดลงจากฐานสูงและอุปสงค์ทั่วโลกที่ลดลง อันเนื่องมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

ประการที่สาม อัตราดอกเบี้ยนโยบายเชื่อว่าดอกเบี้ยสูงเกินไปเพื่อให้ครอบคลุมอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ในขณะที่ประเทศในฝั่งเอเชีย รวมถึงไทยจะยังปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ดังนั้นเราประเมิน SET Index ปี 2566 ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,750 จุด จุดเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,500-1,600 จุด ซึ่งคาดว่าจะเห็นในไตรมาส 1/66 คาดว่าจีนจะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในไตรมาส 2/66 มองว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อการผ่อนคลายนโยบายของจีน เนื่องจากการท่องเที่ยวจากจีนเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยและจะช่วยกระตุ้นให้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสุทธิ

หากมองยูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation ในปี 2566 กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหดตัวลงในปี 2566 โดยมีสาเหตุมาจากวิกฤตพลังงานที่ดำเนินอยู่และนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายทั้งในปี 2565 และปี 2566 แรงกดดันเงินเฟ้อในยูโรโซนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่เคยคาด

ส่วนภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2566 เชื่อจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2565 โดยมีการชะลอตัวลงของการส่งออก การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐ เป็นแรงกดดันหลัก แต่อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการบริโภคในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

โดยเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเร็วที่สุดในไตรมาสที่ 1 โดย GDP จะเติบโตประมาณ 4% และจะชะลอตัวลงอีกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะเติบโตเกือบ 2% ในไตรมาส 4 จากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ ประการแรก เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกปรับตัวลดลง

ประการที่สอง ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจ แต่แรงขับเคลื่อนอื่น ๆ เช่น การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งการบริโภคและการลงทุนจะอ่อนแรง โดยมีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและการเบิกจ่ายที่ชะลอตัวของโครงการภาครัฐ และ

ประการสุดท้าย เชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโต โดยที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยราว 21-25 ล้านคน ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางระยะใกล้ (short-haul) มากกว่าระยะไกล (long-haul) ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับประเทศน้อยกว่า

กลยุทธ์การลงทุนในแรงกดดันสำหรับภาวะทางการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องในไตรมาส 1/66 ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความเสี่ยงที่กำไรจะชะลอตัวลงและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจแสดงสัญญาณชะลอตัวลงต่อเนื่อง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น เราจะเห็นเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะทำจุดสูงสุด เศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุดอย่างเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นภายในปลายไตรมาส 1/66 ถึงต้นไตรมาส 2/66

ดังนั้น เราเล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มสถานะโดยเฉพาะกับการเปิดประเทศของจีนและอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง แนะนำหุ้นที่มีงบดุลและกระแสเงินสดที่ดี ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีน กำไรมีแนวโน้มเติบโตและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างชัดเจน โดยหุ้นเด่นในไตรมาส 1/66 คือ AOT, BBL, BCP, CPALL และ MINT

สรุปประเด็นการลงทุนของหุ้นรายตัว
• AOT : เป็นบริษัทที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีนและการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐที่จะช่วยหนุนการเติบโตจากตลาดภายในประเทศ และแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในปี 2023

• BBL : เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาพการฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2022 และได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.25% เป็น 2% ในปี 2023 นอกจากนั้นเรามองการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ที่จะส่งผลกับกระแสเงินไหลเข้า ซึ่งกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากประเด็นนี้

• BCP : เรายังมองว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศของจีน นอกจากนั้นบริษัทเป็นบริษัทที่มีลักษณะเชิงรับและมีเงินปันผลดีซึ่งสามารถช่วยลดความผันผวนของตลาดได้ดี

• CPALL : เรามองการบริโภคในประเทศที่จะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่นและมีแนวโน้มที่ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะช่วยให้ยอดขายฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้ประโยชน์จากช่วงการเลือกตั้งในปี 2023

• MINT : เป็นบริษัทที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีน ต้นทุนพลังงานในยุโรปเริ่มมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ธุรกิจอาหารมีแนวโน้มฟื้นตัวโดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ นอกจากนั้นการประเมินมูลค่าหุ้นของ MINT นั้นต่ำกว่ากลุ่มราว 15-20%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

InnovestX หุ้น