เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

ส่งออกไทยวิ่งมาราธอน โต 2% ต้องบุกหนัก 3 ตลาด

28 ธ.ค. 2565 | 08:42น.
การส่งออก

ส่งออกไทยปี’66 ต้องวิ่งมาราธอน มีโอกาสโตแค่ 1-2% พร้อมเปิดตัว กลุ่มพระเอกส่งออก ยังคงเป็น อุตสาหกรรมอาหารตั้งเป้าโต 5% สิ่งทอ 3% ขณะที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะบุก 3 ตลาดตะวันออกกลาง-เอเชียใต้-CLMV หวังเพิ่มส่งออกอีก 300,000 ล้านบาท พร้อมกาง 195 กิจกรรมปั๊มยอด เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ กรอ.พาณิชย์ จัดทัพภาครัฐ-เอกชนบุกขยายตลาด

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีความเห็นว่า ภาพรวมการส่งออกของประเทศไทยในปี 2566 มีโอกาสจะเติบโตแค่ 1-2% จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยตัวเลขล่าสุดในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ปรากฏไทยส่งออกได้ 265,349.1 ล้านเหรียญ จากเป้าหมายเติบโต 4% โดยเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งออกได้ 22,308 ล้านเหรียญ หรือลดลง -6% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง อัตราเงินเฟ้อโลกยังอยู่ในระดับสูง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก

ส่งออกต้องวิ่งมาราธอน

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การส่งออกไทยในปี 2566 สภาผู้ส่งออกได้ติดตามใน 2 ประเด็น คือ การส่งออกกับค่าระวางเรือ โดยการส่งออกจะขยายตัว 2-3% จากผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ ครั้งที่ 2/2565 ได้สรุปแผนการรุกตลาดการส่งออกไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี และต้นปี 2566 ที่มาจากแผนผลักดันการส่งออก รวมไปถึงกิจกรรมที่กระทรวงพาณิชย์วางแผนไว้ และเชื่อว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ในกรอบดังกล่าว

แม้ว่าจะมีแผนกิจกรรมเพื่อผลักดันการส่งออก แต่สิ่งที่ต้องติดตามที่จะเป็นปัจจัยกระทบที่ผู้ส่งออกต้องเตรียมรับมือก็คือ 1) สงครามรัสเซีย-ยูเครน เชื่อว่ามีต่อเนื่องและต้องระวัง 2) สภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศที่กระทบต่อราคาสินค้าที่แพงขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว 3) ราคาพลังงานที่จะทำให้ต้นทุนสินค้า-การผลิตสูงขึ้นด้วย 4) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ 5) มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศจะนำออกมาใช้ ทั้งมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีและภาษี และ 6) ปัญหาขาดแคลนชิป โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกที่จะส่งผลกระทบต่อมาเศรษฐกิจภายในประเทศ

“ปีหน้าเราเจอปัญหามากมาย จำเป็นต้องวิ่งแบบมาราธอน ต้องตามให้ทันและปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีด้วย แต่สิ่งที่เป็นจุดแข็งของไทยก็คือ เรื่องของความมั่นคงทางด้านอาหารที่ยังเป็นต้นทุนสำคัญ ขณะที่ผู้ส่งออกก็ต้องซื้อประกันความเสี่ยงด้วย โดยเฉพาะเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนตลอดเวลา และต้องติดตามนโยบายของจีนในการดูแลโควิด-19 โดยตลาดจีนถือว่า เป็นตลาดสำคัญของไทยในปีหน้า” นายชัยชาญกล่าว

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมไทยที่จะดันตัวเลขการส่งออกให้ไทยเติบโตไปได้ดี ยังมีหลายกลุ่มที่จะเป็นพระเอกให้การส่งออกไทยขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม คาดว่าทั้งปี 2566 จะขยายตัว 5% โดย “อุตสาหกรรมสิ่งทอ” ขยายตัว 2-3% ซึ่งจะมีความโดดเด่นมากในปีหน้า ส่วนกลุ่มสินค้าที่จะยังเติบโตไปได้ดี เช่น ข้าว, น้ำตาล, มันสำปะหลัง, อิเล็กทรอนิกส์, ยางพารา, พลาสติก, อัญมณีและเครื่องประดับ

ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญที่ต้องรักษาไว้ ได้แก่ ตลาดสหรัฐ, ยุโรป ส่วนตลาดใหม่ที่ไทยต้องรุกมากขึ้น เช่น อินเดีย, ศรีลังกา, บังกลาเทศ กลุ่มตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดเก่าที่ต้องขยายการเติบโต เช่น อาเซียน, CLMV, จีน ส่วนปัญหาค่าระวางเรือในปีหน้า “สถานการณ์คงจะดีขึ้น” ราคาขนส่งลดลง เนื่องจากมีการแข่งขันทำให้แนวโน้มราคา “ค่าระวางเรือ” ในหลายเส้นทางลดลงรวม 37% ขึ้นอยู่แต่ละเส้นทาง ตู้คอนเทนเนอร์มีเพียงพอ มีปริมาณเติบโต 1.9% ดังนั้นปัญหาค่าระวางเรือจะไม่ใช่แรงกดดันของการส่งออกในปี 2566

อุตสาหกรรมอาหารโต 5%

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวถึงภาพรวมการส่งออกอาหารในปี 2565 คาดว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 10% แม้ในช่วงท้ายปีการส่งออกจะมีการชะลอตัวก็ตาม ส่วนในปี 2566 “ได้ตั้งเป้าไว้แล้ว” แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะตลาดสำคัญของไทย เช่น สหรัฐ-จีน ซึ่งมีปัจจัยภายในไม่เหมือนกัน อาจจะเจอภาวะเศรษฐกิจ การบริโภคภายในน้อยลง แต่เชื่อว่าการนำเข้าอาหารก็ยังไปได้ อาหารที่มีราคาแพงอาจจะมีการชะลอตัวบ้าง แต่อาหารพื้นฐานทั่วไปก็ยังไปได้ต่อเนื่อง

ทางสมาคมคาดว่าภาพรวมการส่งออกอาหารน่าจะโตประมาณ 5% เพราะตลาดจีน ถ้ามาตรการโควิด-19 มีการผ่อนคลาย เดินทางมากขึ้นก็จะส่งผลให้ร้านอาหารมีการฟื้นตัว จะมีการนำเข้าวัตถุดิบเข้ามา และช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะมีการเติบโต สำหรับตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต เช่น อาเซียน, เอเชีย, อินเดีย, ตะวันออกกลาง, ซาอุดีอาระเบีย จัดเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะมีกำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดสหรัฐ-ยุโรป “ปีหน้าอาจจะทำตลาดลำบาก ยอดส่งออกมีโอกาสลดลง แต่ถ้าฟื้นตัว ยอดก็จะมีการเติบโตเร็ว แต่ก็ต้องใช้เวลา”

ส่วนแผนผลักดันการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในปีหน้า ภาคเอกชนร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้มีการหารือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) หากเห็นโอกาสในการเติบโตในสินค้าอาหาร ให้จัดกิจกรรม แผนผลักดันส่งออกกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งส่งเสริม-ประชาสัมพันธ์ทั้งรูปแบบออนไลน์-ออฟไลน์และเปิดเจรจาธุรกิจด้วย

เพิ่มยอดส่งออก 3 ตลาด

ด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุเศรษฐกิจโลกในปี 2566 มีทิศทางชะลอตัวลง คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 2.7% และแม้ว่าเศรษฐกิจโลกในภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ IMF ยังได้ประเมินประเทศที่เศรษฐกิจยังขยายตัวไปได้ก็คือ “จีน” ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในอัตราเร่งขึ้นที่ 4.4%, อินเดียขยายตัว 6.1%, อาเซียนขยายตัว 4.9% และ CLMV ขยายตัว 4.7% โ

ดยกระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุม กรอ.พาณิชย์ ครั้งที่ 2/2565 เพื่อผลักดันการส่งออกในช่วงโค้งสุดท้าย และในปี 2566 เพื่อรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ที่ประชุมจึงได้มีมติให้ตั้งคณะทำงาน war room ภายใต้ กรอ.พาณิชย์ มุ่งบุกตลาดศักยภาพ 3 ตลาด คือ ตะวันออกกลาง, เอเชียใต้ และ CLMV เพื่อเพิ่มยอดการส่งออกใน 3 ตลาดในปี 2566 อีก 300,000 ล้านบาท

โดยตลาดตะวันออกกลาง จะมุ่งเน้นบุกส่งเสริมตลาดส่งออกในประเทศซาอุดีอาระเบีย, UAE, กาตาร์ สินค้าสำคัญที่จะส่งออก ได้แก่ อาหาร, ชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องปรับอากาศ, วัสดุก่อสร้าง ตั้งเป้าปี 2566 เพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตะวันออกกลางขยายตัว 20% ส่วนในเอเชียใต้จะมุ่งเน้นทำตลาดอินเดีย, บังกลาเทศ และเนปาล สินค้าส่งออกสำคัญคือ เคมีภัณฑ์, เม็ดพลาสติก, ยานยนต์และชิ้นส่วน ตั้งเป้าหมายปี 2566 ขยายตัว 10% ส่วนตลาด CLMV สินค้าส่งออกสำคัญคือ วัสดุก่อสร้าง, เคมีภัณฑ์, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, เครื่องใช้ไฟฟ้า และเม็ดพลาสติก ตั้งเป้าปี 2566 ขยายตัว 10-15%

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีแผนจะนำคณะผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เดินทางเยือนต่างประเทศ 3 คณะ เพื่อเปิดตลาดเชิงรุก ได้แก่ 1) UAE เพื่อปลดล็อกการส่งออกไก่ stunning และใช้ UAE เป็นประตูขยายการส่งออกของไทยเข้าสู่ตะวันออกกลาง 2) อินเดีย จะเดินทางไปเยือนรัฐคุชราต ชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย เมืองอาห์เมดาบัด ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดของรัฐ และ 3) มณฑลยูนนาน เพื่อลงพื้นที่ผลักดันการใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน ในการส่งออกสินค้าไทยไปจีน และการเจาะตลาดเมืองรองของจีนด้วย Mini FTA ไทย-ยูนนาน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มนำคณะเยือนได้ภายในต้นปี 2566

“เรื่องของเป้าหมายการส่งออกได้มีการหารือกับภาคเอกชนเบื้องต้นแล้ว รวมไปถึงเป้าหมายการทำงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก ในการวางแผนเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการส่งออกในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเร็ว ๆ นี้กรมจะมีการประชุมหารือเพื่อกำหนดแผนการส่งเสริมการส่งออก ก่อนที่จะมีการประกาศเป้าหมายการทำงานผลักดันการส่งออกไทยในปี 2566” นายภูสิตกล่าว

จัดเกือบ 200 กิจกรรม

อย่างไรก็ดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้กำหนดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในปี 2566 เบื้องต้นไว้ทั้งสิ้น 195 กิจกรรม พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้เข้าประเทศผ่านจากการจัดกิจกรรมรวม 39,821 ล้านบาท และพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการจำนวน 218,881 ราย ทั้งการยกระดับ SMEs และ Micro SMEs, การเร่งรัดการส่งออกสินค้าและบริการในยุค New Normal ด้วยกลยุทธ์รักษาและขยายตลาดเดิม-เปิดตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่า, ผลักดันการใช้ soft power เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าไทย, กระตุ้นการค้าออนไลน์รองรับยุคดิจิทัล, ส่งเสริมพัฒนาธุรกิจภาคบริการ การจัดงานแฟรนไชส์ บริการสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ และ Tech Startup

เร่งรัดการเจรจาการค้าเพื่อขยายการค้าไทยไปตลาดโลก เจาะตลาดเมืองรองศักยภาพด้วย Mini FTA และพัฒนาระบบงานให้บริการและการบริหารจัดการที่สะดวกรวดเร็ว ให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ บริการผ่านศูนย์ DITP Service Center

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก ส่งออก