เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
Automotive ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
Real Estate ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
Economic มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
ดูทั้งหมด

รัสเซีย ยูเครน : 10 เหตุการณ์สำคัญตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน จนถึงสิ้นปี 2022

28 ธ.ค. 2565 | 18:01น.

ใกล้จะเข้าสู่ปีใหม่แล้ว แต่การสู้รบในยูเครนยังไม่ยุติลง และเมื่อไม่กี่วันก่อนคริสต์มาส ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน และกล่าวต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ด้วย ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แต่ถ้าหากนับเฉพาะเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่สมรภูมิรบในสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 10 เดือนที่ผ่านมา ก็มีทั้งการสู้รบที่ดุเดือด การบุกโต้กลับของฝ่ายยูเครน และการถอนกำลังของฝ่ายรัสเซีย รวมถึงการโจมตีครั้งใหญ่อีกหลายระลอก

บีบีซีไทยรวบรวม 10 เหตุการณ์สำคัญ ตั้งแต่รัสเซียเริ่มยกทัพบุกยูเครนเมื่อ 24 ก.พ. จนถึงช่วงเข้าใกล้สิ้นปี 2022

1.รัสเซียถอนทัพออกจากเมืองโดยรอบกรุงเคียฟ

เหตุการณ์สำคัญแรกคือ รัสเซียถอนทัพออกจากเมืองโดยรอบกรุงเคียฟ และหันไปมุ่งโจมตีภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกแทน หลังจากที่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 24 ก.พ. ก็มีการมุ่งหน้าบุกไปยังเมืองต่าง ๆ รวมถึงกรุงเคียฟด้วย โดยทหารรัสเซียบางส่วนได้บุกข้ามพรมแดนเบลารุสซึ่งอยู่ทางเหนือของกรุงเคียฟเข้ามาในยูเครน แต่ผ่านไปเพียงเดือนเศษ กองทัพรัสเซียก็ไม่สามารถเผด็จศึกได้ และตัดสินใจถอนทัพออกจากเมืองโดยรอบกรุงเคียฟ รวมถึงเมืองเอียร์ปิน และเมืองบูชา

กองทัพรัสเซียบุกเข้าเมืองถึงเมืองเอียร์ปิน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเคียฟเพียงแค่ 21 กม. ได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถเคลื่อนทัพผ่านไปได้ หากพวกเขาทำสำเร็จ กรุงเคียฟจะเป็นเป้าหมายถัดไป การต้านทานที่แข็งแกร่งของกองทัพยูเครน รวมถึงการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดของรัสเซีย และปัญหาเรื่องการส่งกำลังบำรุงทำให้รัสเซียต้องถอนทัพออกไป

Getty Images
ทหารยูเครนกำลังช่วยเหลือชาวเมืองเอียร์ปิน (Irpin) เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างกรุงเคียฟไปทางทิศตะวันตกราว 20 กิโลเมตร อพยพออกจากเมืองที่พังราบ หลังจากถูกกองทัพรัสเซียโจมตี

ส่วนในเมืองบูชา ซึ่งอยู่ใกล้กับเอียร์ปิน ได้ปรากฏภาพที่สะเทือนใจผู้คนทั่วโลก โดยพบศพผู้ชายหลายคนในชุดพลเรือนอย่างน้อย 20 ศพ นอนเสียชีวิตอยู่ตามท้องถนน หลายศพถูกยิงจากด้านหลัง และมีเศษซากของรถถังที่ถูกเผาทิ้งจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่

นายกเทศมนตรีของเมืองบูชา บอกว่า พบหลุมฝังศพหมู่หลายแห่ง และมีศพถูกฝังราว 280 ศพ ด้านรัสเซียปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้จงใจโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน

เหตุการณ์นี้ก็ทำให้มีการกล่าวหาฝ่ายรัสเซียว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม

แม้จะยึดกรุงเคียฟไม่สำเร็จ แต่รัสเซียก็สามารถยึดเมืองเมลิโตโปลและเมืองแคร์ซอน ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางภูมิภาคทางใต้ของยูเครนไว้ได้ ภายในเวลาอันรวดเร็ว

BBC
ตำรวจในเมืองบูชาตรวจสอบศพที่ถูกขุดขึ้นมา โดยมีการพบศพผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 500 ศพ นับตั้งแต่ฝ่ายรัสเซียถอนกำลังออกไป
BBC ญาติผู้เสียชีวิตได้ติดป้ายชื่อหรือนำหนังสือเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋าของผู้เสียชีวิตในเมืองบูชา

2.จมเรือรบมอสควา

เหตุการณ์สำคัญต่อมาคือการจมเรือรบมอสควา โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี “มอสควา” (Moskva) ซึ่งเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้เมื่อ 14 เม.ย. ได้จมลงในทะเลดำ ขณะกำลังถูกลากจูงไปยังเมืองท่าแห่งหนึ่ง ส่งผลต่อปฏิบัติการรบทางภาคพื้นดินของรัสเซีย เพราะแม้ว่าเรือมอสควาไม่มีขีปนาวุธร่อนที่สามารถยิงเป้าหมายบนพื้นดินได้ แต่ก็ให้การป้องกันภัยทางอากาศแก่เรือลำอื่นโดยรอบ ซึ่งบรรทุกเครื่องยิงขีปนาวุธร่อนที่ใช้โจมตีเป้าหมายทางภาคใต้และภาคกลางของยูเครน ส่งผลให้กองเรือรบรัสเซียต้องถอยห่างออกจากแถบชายฝั่งยูเครนไปเล็กน้อยในช่วงนั้น

กองทัพยูเครนอ้างว่า ได้ยิงขีปนาวุธเนปจูน (Neptune) เข้าใส่เรือมอสควาที่ลอยลำอยู่ในทะเลดำ จนทำให้ได้รับความเสียหายหนัก โดยขีปนาวุธเนปจูนนั้นเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือรบที่ยูเครนคิดค้นและผลิตขึ้นเอง หลังจากรัสเซียผนวกดินแดนไครเมียทางตอนใต้ของประเทศในปี 2014 ซึ่งทำให้ภัยคุกคามทางทะเลต่อยูเครนเพิ่มสูงขึ้น

หากคำกล่าวอ้างของยูเครนเป็นความจริง เรือมอสควาจะเป็นเรือรบลำใหญ่ที่สุดที่ถูกข้าศึกจม นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

3.ยึดเมืองท่ามาริอูโปล

รัสเซียใช้เวลาอยู่นานกว่าสองเดือนในการพยายามยึดเมืองท่ามาริอูโปลริมชายฝั่งทะเลอะซอฟ ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกรวม กับพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน

โดยมีการสู้รบกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะรอบบริเวณโรงงานเหล็กอะซอฟสตาล ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายยูเครน ฝ่ายรัสเซียได้รุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็คว้าชัยได้ในช่วงกลางเดือน พ.ค.

โดยทหารกลุ่มสุดท้ายหลายร้อยนายของฝ่ายยูเครนได้หลบซ่อนอยู่ภายในชั้นใต้ดินของโรงงานเหล็กดังกล่าวเป็นเวลานานหลายสัปดาห์โดยไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน ขณะที่อาหารและน้ำได้ร่อยหรอลง และต้องยอมจำนนในที่สุด เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินของโรงงานเหล็กภายในพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร แห่งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนเอาตัวรอดจากสงครามนิวเคลียร์

4.เปิดเส้นทางขนส่งสินค้าในทะเลดำ

ยูเครนเป็นประเทศที่ส่งออกธัญพืชที่สำคัญหลายอย่างทั้งน้ำมันดอกทานตะวัน ข้าวสาลี และข้าวโพด

การที่รัสเซียปิดท่าเรือต่าง ๆ ตามชายฝั่งทะเลดำของยูเครน ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก และเกิดการขาดแคลนอาหารจำนวนมากในประเทศที่ยากจนที่สุดบางส่วนของโลก โดยในช่วงสงครามเริ่มขึ้นไม่กี่เดือน มีธัญพืชราว 20 ล้านตันที่ยูเครนต้องการส่งออก ตกค้างอยู่ในประเทศ

ตุรกีได้เจรจาแผนการกับรัสเซียและยูเครน เพื่อเปิด “เส้นทางทางทะเล” ในทะเลดำ เพื่อให้ขนส่งสินค้าทางเรือได้อย่างปลอดภัย ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ได้ลงนามกัน ส่งผลให้มีการเปิดเส้นทางนี้ได้ในวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา

โดยตามแผนการนี้ระบุว่า ให้เรือของยูเครนนำทางเรือขนส่งธัญพืชผ่านเข้าออกน่านน้ำของท่าเรือที่มีการติดตั้งกับระเบิดไว้

ส่วนรัสเซียตกลงที่จะหยุดยิงขณะที่มีการขนส่งทางเรือ ขณะที่ตุรกีจะช่วยตรวจสอบเรือเพื่อบรรเทาความกังวลของรัสเซียว่า จะมีการลักลอบขนอาวุธ นอกจากนี้ก็อนุญาตให้ส่งออกธัญพืชและปุ๋ยของรัสเซียผ่านทางทะเลดำด้วย

แต่รัสเซียได้ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนี้แล้วในช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

กราฟิก

BBC

5.ถอนทัพจากเมืองทางตะวันออก

หลังจากรัสเซียมุ่งหน้าเน้นการโจมตีพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน รัสเซียก็ได้เผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้งในช่วงเดือนกันยายน หลังจากที่ฝ่ายยูเครนได้บุกโต้กลับอย่างรวดเร็ว ทำให้รัสเซียต้องถอนทัพออกจากหลายเมืองรวมถึงเมืองคูเปียนสก์ เมืองอิซูม เมืองบาลาคลิยา, และเมืองคาร์คิฟ ด้านฝ่ายรัสเซียก็บอกว่า “พวกเขาไม่ได้หนี แต่เป็นการจัดทัพใหม่ที่มีการวางแผนไว้ก่อน” และยืนยันว่า ยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป

กองทัพยูเครนได้บุกเข้าไปในเมืองสำคัญอย่าง บาลาคลิยา เมื่อ 9 ก.ย. ต่อมารัสเซียได้ยืนยันการถอนทหาร เพื่อ “พยายามเสริมกำลัง” ที่แนวรบในเมืองโดเนตสก์ จากนั้น 10 ก.ย. ยูเครนได้ยึดคืนเมืองอิซูมและเมืองคูเปียนสก์

โดยเมืองอิซูม น่าจะเป็นศูนย์กลางในการส่งกำลังบำรุงที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพรัสเซีย แม้ว่าจะสูญเสียพื้นที่จำนวนมากไปจากการบุกโต้กลับของยูเครน แต่รัสเซียยังคงยึดครองพื้นที่ของยูเครนไว้ได้ราว 1 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งประเทศ

Reuters
กองทัพยูเครนเผยภาพยานพาหนะของกองทัพรัสเซียที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งในแม่น้ำสายหนึ่ง

6.รัสเซียระดมกำลังพลเพิ่ม 300,000 นาย

หลังจากที่ถอยทัพได้ไม่นาน รัสเซียก็เริ่มเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ประกาศระดมพลครั้งใหญ่จำนวน 300,000 นาย ในช่วงกลางเดือน ก.ย. ซึ่งนายปูตินเน้นย้ำว่า ต้องมีทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นต้องใช้ในการสู้รบในยูเครน โดยกำลังพลสำรองเหล่านี้รวมถึงนายทหารสำรองจำนวนมากที่บางส่วนอายุมากกว่า 60 ปี และเกษียณอายุการทำงานไปแล้วด้วย ถือเป็นการระดมพลครั้งแรกของรัสเซียนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

วลาดิเมียร์ ปูติน

Reuters

นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่า จำเป็นต้องมีทหารเสริมเพื่อปกป้องแนวหน้าของการสู้รบที่มีระยะทางราว 1,100 กม. โดยนายปูตินได้เคยกล่าวก่อนหน้านั้นแล้วว่า รัสเซียเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ

การประกาศนี้ส่งผลให้ชายชาวรัสเซียจำนวนมากพากันอพยพออกจากประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกตัวไปสู้รบ

ขณะที่ในเวลาต่อมา ก็ได้ปรากฎคลิปผู้นำกลุ่มแวกเนอร์ องค์กรทหารรับจ้างของรัสเซีย เข้าไปโน้มน้าวนักโทษในเรือนจำให้เข้าร่วมทำสงครามเพื่อรัสเซียด้วย

7.ทำประชามติผนวกรวม 4 ภูมิภาค

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับการประกาศระดมกำลังพลนั้นเอง รัสเซียก็ได้เร่งจัดการลงประชามติผนวกรวมภูมิภาค 4 แห่งเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮานสก์ ซาปอรีเชีย และแคร์ซอน โดยบรรดาชาติตะวันตกชี้ว่า เป็นการจัดประชามติ “จอมปลอม” ที่ไร้ความชอบธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

จากนั้นช่วงปลายเดือน ก.ย. ประธานาธิบดีรัสเซีย ก็ได้ประกาศผนวก 4 ภูมิภาคของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างเป็นทางการ

กราฟิก

BBC

ภูมิภาคโดเนตสก์ และภูมิภาคลูฮานสก์ หรือที่เรียกรวมกันว่า ดอนบาส อยู่ทางภาคตะวันออกของยูเครน และมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนฝ่ายรัสเซียอยู่ก่อนแล้ว ส่วนภูมิภาคแคร์ซอน และภูมิภาคซาปอรีเชีย อยู่ทางใต้ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซียบางส่วนไม่ใช่ทั้งภูมิภาค โดยพื้นที่ที่ถูกรัสเซียผนวกรวมครั้งนี้มีสัดส่วนเป็น 15% ของดินแดนทั้งหมดของยูเครน

นายปูตินอ้างว่า ประชาชนในภูมิภาคเหล่านี้ได้ “แสดงเจตจำนง” แล้ว และการผนวกดินแดนครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองได้

8.โจมตีสะพานไครเมีย

ส่วนในไครเมีย ซึ่งเป็นคาบสมุทรทางใต้ของยูเครนที่ถูกรัสเซียผนวกรวมไปตั้งแต่ปี 2014 ก็ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเมื่อ 8 ต.ค. ซึ่งเกิดเหตุระเบิดที่สะพานไครเมียที่เชื่อมระหว่างไครเมียและรัสเซีย

โดยฝ่ายรัสเซียได้กล่าวหาว่า เป็นฝีมือของฝ่ายยูเครน แต่ทางยูเครนไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ โดยมีทฤษฏีเกี่ยวกับการโจมตีหลายอย่าง ทั้งการใช้รถบรรทุกระเบิดขับขึ้นไปบนสะพานเพื่อก่อเหตุ การใช้โดรนทะเลโจมตี และการยิงขีปนาวุธจากเรือในทะเลดำ

สะพานข้ามช่องแคบแคร์ชแห่งนี้มีความยาว 19 กิโลเมตร เป็นถนนและทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างไครเมียและรัสเซียโดยตรงเพียงแห่งเดียว ได้รับการยกย่องจากสื่อรัสเซียว่า เป็น “การก่อสร้างแห่งศตวรรษ” โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างราว 115,000 ล้านบาท

ความสำคัญของสะพานนี้ในด้านการส่งเสบียงให้กับทหารรัสเซียทางใต้ของยูเครน และการส่งสินค้าที่จำเป็นและเชื้อเพลิงให้กับประชาชนที่นั่น และฐานทัพเรือที่เมืองเซวาสโตโปล ที่ตั้งของกองเรือของรัสเซียในทะเลดำ ทำให้ฝ่ายรัสเซียได้เร่งซ่อมแซมสะพานแห่งนี้

9.โจมตีสาธารณูปโภคทั่วยูเครน

การโจมตีสะพานไครเมีย ถูกรัสเซียนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่สำคัญของยูเครนทั่วประเทศ โดยรัสเซียเริ่มถล่มเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าของยูเครนตั้งแต่ 10 ต.ค. หลังจากพ่ายแพ้ในหลายสนามรบในยูเครน และได้เพิ่มการโจมตีมากขึ้นในช่วงเข้าใกล้หน้าหนาว

โดยในช่วงปลายเดือน ต.ค. รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธหลายระลอกโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ทั่วประเทศยูเครนอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงกรุงเคียฟด้วย ในครั้งนั้นระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธร่อนไว้ได้ 44 ลูก จากทั้งหมด 50 ลูกที่รัสเซียยิงเข้ามา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียกล่าวหายูเครนว่า ใช้โดรนจำนวนมากโจมตีกองเรือในทะเลดำในเมืองเซวาสโตโปลในไครเมีย ส่งผลให้พื้นที่ 80% ของกรุงเคียฟไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทำลายขวัญกำลังใจชาวยูเครนก่อนถึงฤดูหนาวที่อาจเผชิญกับอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนนับล้านต้องขาดแคลนน้ำ ตกอยู่ในความมืดและหนาวเหน็บ

EPA
ผู้อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟไม่มีน้ำใช้หลังรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานหลายระลอกในเดือน ต.ค.

โดยช่วงต้นเดือน ธ.ค. รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธจำนวนมากโจมตีเป้าหมายทั่วยูเครนอีกครั้ง ถือเป็นครั้งที่ 8 ในรอบ 8 สัปดาห์ สร้างความเสียหายต่อสายส่งไฟฟ้าโดยเฉพาะทางตะวันออก

ยูเครนบอกว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธเข้ามา 70 ลูก แต่ถูกสกัดไว้ได้ 60 ลูก ด้านรัฐบาลรัสเซีย ระบุว่า สามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั้งหมด 17 แห่ง

โดยประธานาธิบดีปูติน ยืนยันว่า จะเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนต่อไป และอ้างว่า ยูเครนเป็นฝ่ายทำลายสายส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ควร์สก์และตัดระบบส่งน้ำประปาไปที่โดเนตสก์ที่รัสเซียยึดครองอยู่ก่อน

10.ถอนทัพจากแคร์ซอน

เหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งในสงครามครั้งนี้ก็คือ การที่รัสเซียถอนทหารออกจากเมืองแคร์ซอน ทางใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางภูมิภาคเพียงแห่งเดียวของยูเครนที่รัสเซียยึดไว้ได้ตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยทหารรัสเซียทยอยถอนกำลังออกไปจนหมดในวันที่ 10 พ.ย. และไปผนึกกำลังกันอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำนีเปอร์

ถือเป็นการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียถอนทัพออกจากเมืองโดยรอบกรุงเคียฟในช่วงเริ่มต้นของสงคราม

การที่ประธานาธิบดีปูตินสั่งให้ทหารรัสเซียถอนทัพออกจากแคร์ซอน เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่คิดว่า น่าจะมีการสู้รบกันอย่างดุเดือด เพราะเมืองนี้เป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญอีกแห่งหนึ่งและได้ชื่อว่า เป็น “ประตูสู่ไครเมีย” ด้วย จนทำให้พากันเกรงว่า อาจจะเป็นกับดัก หรือกลลวงของฝ่ายรัสเซีย

แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น ทหารยูเครนก็เข้ามาในเมืองและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมือง มีการฉลองกันด้วยความดีใจ ประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ได้เดินทางเยือนเมืองนี้ด้วยเช่นกัน

ล่าสุดเมื่อ 24 ธ.ค. ทหารรัสเซียเปิดฉากโจมตีใส่แคร์ซอนอีกครั้ง โดยการระดมยิงปืนครกมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำนีเปอร์ถึง 41 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน และหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ พลเรือนต้องอพยพออกจากแคร์ซอนอีกรอบ

นี่ก็คือ 10 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงครามครั้งนี้ ส่วนเหตุการณ์สำคัญที่สุดที่ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกเฝ้ารอก็คือ การยุติลงของสงครามที่ยืดเยื้อนี้ และการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

EPA
ผู้นำยูเครนมอบธงที่ทหารยูเครนเซ็นชื่อบนธงให้กับรัฐสภาสหรัฐฯ

….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน