เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
ดูทั้งหมด

เดิมพันซักฟอกรัฐบาลครั้งสุดท้าย ฝ่ายค้านขยี้แผลทุจริตตัดแต้มประยุทธ์

08 ม.ค. 2566 | 13:28น.
อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์

เปิดศักราชการเมือง 2566 พรรคฝ่ายค้านคาดหวังกับการปล่อยหมัดเด็ดใส่รัฐบาล ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทุกฝ่ายจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

เตรียมเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติเป็นครั้งที่ 4 ใช้ชื่อยุทธการว่า “ถอดหน้ากากคนดี”

ฝ่ายค้านมั่นใจว่าการซักฟอกไม่ลงมติครั้งนี้จะทำให้โหวตเตอร์ตัดสินใจได้ถูกว่าจะเลือกข้างไหนในการเลือกตั้ง แม้ว่าการซักฟอกตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมาดูเหมือนไม่ระคายผิวฝ่ายรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์เท่าใดนัก

ครั้งแรก ญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ วันที่ 18 สิงหาคม 2562 เป็นการอภิปรายพุ่งตรงไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ

ครั้งที่สอง ญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ วันที่ 9 กันยายน 2563 ฝ่ายค้านจัดหนักไปยังการบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว และพุ่งเป้าไปที่การโจมตีนายกฯ หลังต้องเผชิญหน้ากับม็อบกลุ่มราษฎร

ครั้งที่สาม ญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 ถือเป็นการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลย่อม ๆ เมื่อเข็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับอีก 4 รัฐมนตรีขึ้นเขียง คือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์

ดังนั้น ครั้งที่ 4 อันเป็นการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ก่อนการเลือกตั้งใหม่ ตั้งใจใช้เกมนี้เป็นการอภิปรายดิสเครดิต-ทำลายคู่แข่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนเลือกตั้ง

ฝ่ายค้านเตรียมฉายหนังซ้ำความผิดพลาดตลอด 4 ปี “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม เพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เราเตรียมตัวมานาน แบ่งกันทำการบ้าน กรอบเนื้อหาชัดเจน แบ่งกันจบแล้ว สร้างหนัง สร้างสตอรี่กันจบ ก็แบ่งบทกันไปเล่น ตอนนี้ทุกคนไปซ้อมบท ใครที่รับหัวข้อไปแล้วก็ไปหารายละเอียดและหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ดีที่สุด

“ฝ่ายค้านจะอภิปรายภาพรวม จะได้รู้ว่าคุณล้มเหลวจริง ๆ ใน 4 ปีที่สูญเสียโอกาสชัดเจน ซึ่งเมื่ออภิปรายขยายความแล้ว ภาพออกมาประชาชนจะเสียดาย 4 ปีที่ผ่านมา ก็เหมือนกับที่ใส่หน้ากากมา 4 ปี เราจะถอดให้เห็นว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร”

แกะญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติมีด้วยกัน 5 ปม ที่จะนำมาซักฟอกรัฐบาลส่งท้าย

ปมแรก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา เช่น การแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชนระดับฐานรากยังมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน รวยกระจุก จนกระจาย คนไร้ที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น กลุ่มมารดาตั้งครรภ์เด็กแรกเกิดยังไม่ได้รับสวัสดิการ

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ไม่มีการปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ ขาดความจริงใจ ปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการกันไปและแก้ปัญหาอุปสรรคกันเอาเอง

ปมที่สอง ความล้มเหลวเศรษฐกิจ : มีการใช้จ่ายงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ทำให้การบริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ปมที่สาม ปัญหาทุจริตและการใช้เงินเพื่อการเมือง : เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับรัฐบาล และเพื่อความมั่นคงและความอยู่รอดของตนเอง ทำให้การปฏิรูปการเมืองล้มเหลว จนทำให้ระบบการเมืองกลายเป็นธนกิจการเมือง (Money Politics)

มีการใช้เงินเพื่อให้ได้มา หรือรักษาไว้ซึ่งอำนาจทางการเมือง ไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง ชอบธรรม เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวาง ทั้งจากโครงการขนาดใหญ่จนถึงระดับท้องถิ่น จนดัชนีชี้วัดด้านทุจริตสูงสุดเป็นประวัติการณ์

มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้องตนเอง ให้เกิดการผูกขาดและการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐและทรัพยากรธรรมชาติ

ปมที่สี่ ปัญหายาเสพติด : ปล่อยให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดไปตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไทยกลายเป็นแหล่งพักยาเสพติดของผู้ค้าก่อนส่งไปยังต่างประเทศ

ขณะที่บ่อนการพนันก็เกิดขึ้นทั่วไป ภายใต้การรู้เห็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง และปล่อยปละละเลยให้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใช้ไทยเป็นแหล่งหากิน-ฟอกเงิน โยงไปถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่รัฐบาลล้มเหลวในการป้องกัน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถทำให้ปัญหาเบาบางลงได้

ปมที่ห้า สินค้าเกษตรตกต่ำ-ความเดือดร้อนเกษตรกร : ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติเอารัดเอาเปรียบและสร้างอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกร ปล่อยให้เกิดน้ำท่วมขังในปริมาณสูงในหลายพื้นที่ ทั้งที่รัฐมีเครื่องมือที่สามารถคำนวณปริมาณน้ำฝนได้ล่วงหน้า จนกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก

ฝ่ายค้านเขย่าขวัญปลายรัฐบาลประยุทธ์ ระทึกใจก่อนเลือกตั้ง