เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ตรวจฯเฮ! สนช.ไม่เซตซีโร่ ต่ออายุจนครบวาระ อ้างมาจากรธน.50

27 ก.ค. 2560 | 17:01น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ‘ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธาน กมธ.กล่าวรายงานว่า มีผู้เสนอคำแปรญัตติจำนวน 10 คน โดยพอใจกับการแก้ไขของ กมธ. 2 คน ส่วนอีก 8 คน ยังติดใจเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งต่อไปของผู้ตรวจฯ ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาลมาตรา 56-59 นอกจากนี้ ทาง กมธ.วิสามัญพิจารณาแล้วเห็นควรตั้งข้อสังเกต 3 ประการ คือ 1.ตามมาตรา 18 วรรคหก กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 90 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง แต่หากมีกรณีทำให้ไม่อาจได้บุคคลมาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะต้องดำเนินการใหม่โดยให้ถือว่าเป็นวันที่เริ่มดำเนินการใหม่และให้นับต่อไปอีก 90 วัน

2.ตามมาตรา 21 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ารับการศึกษาหรืออบรมในหลักสูตรหรือโครงการใดๆ นั้น ไม่รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเดินทางไปร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเป็นไปตามภารกิจอันเกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งรับเชิญหรือประสารงานกับองค์กรระหว่างประเทศหรือประเทศต่างๆ และ 3.ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดินตามมาตรา 8 ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา สมควรที่จะต้องพิจารณาและกำหนดแนวทางให้ชัดเจนและเกิดความรอบคอบ ทั้งนี้ ทาง กมธ.ได้นำความคิดเห็นและการวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาคส่วนต่างๆ จากทั้ง สนช. และข้อคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน

จากนั้นเป็นการพิจารณาในวาระ 2 เรียงลำดับมาตรา จนถึงบทเฉพาะกาล ในมาตราที่ 56 – 58 เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องสถานภาพของผู้ตรวจฯชุดปัจจุบัน โดยกมธ.ได้ยืนตามร่างเดิมที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา คือ ให้รีเซต ผู้ที่มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแน่ง แต่ปรากฏว่าสมาชิกได้เสนอแปรญัตติให้ผู้ตรวจฯชุดปัจจุบันอยู่ต่อจนครบวาระตามรัฐธรรมนูญเดิม ทำให้ที่ประชุมหายุติไม่ได้ ประธานจึงได้สั่งพักการประชุมเพื่อให้ กมธ.ได้หารือข้อสรุป

ต่อมาภายหลังจากการพักประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง มีการประชุมอีกครั้งโดย กมธ.ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กมธ.ยอมแก้ไขบทเฉพาะกาล สถานภาพของผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบัน จากเดิมที่ระบุให้ผู้ตรวจฯที่อยู่ในตำแหน่ง ก่อนที่ร่าง พ.ร.ปฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ต้องพ้นจากตำแหน่งถ้ามีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยแก้ไขเป็นให้ผู้ตรวจฯที่อยู่ในตำแหน่ง ก่อนที่ร่าง พ.ร.ป.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนครบวาระตามร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 โดยไม่นำมาตรา 8 ของร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 มาบังคับใช้

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวว่า การแก้ไขดังกล่าวเป็นลักษณะปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งทั้งหมด เหตุใดจึงแตกต่างไปจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่ให้เซตซีโร่ทั้งหมด ซึ่งเป็นคำถามในสังคมต่อไปว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับไม่เหมือนกันใช่หรือไม่

ด้าน พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ กมธ.ชี้แจงว่า เหตุผลในการปรับแก้เป็นการอำนาจตามาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ไม่ได้พิจารณาที่ตัวบุคคลแต่เป็นเรื่องของขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีอำนาจหน้าที่ลดน้อยลงไปจากรัฐธรรมนูญปี 50 ขณะเดียวกันผู้ตรวจการชุดปัจจุบันได้รับประเมินผลงานจากสถาบันพระปกเกล้าว่ามีผลงาน และได้รับการยกย่องจากองค์กรต่างประเทศ นอกจากนี้ถือเป็นการให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมกับผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันที่ได้รับการสรรหามาจากรัฐธรรมนูญปี 50 แต่ยังอยู่ไปครบวาระ 6 ปี

จากนั้นเป็นการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 143 งดออกเสียง 7 ไม่ลงมติ 1 เพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเห็นชอบในข้อสังเกตของ กมธ.

 

ที่มา : มติชนออนไลน์