CP ปลื้มเพาะแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ ส่งจีน/เวียดนาม-เล็ง 5 ปีบูมเลี้ยงในไทย-
ซีพีเอฟเผยปลื้ม “เพาะพ่อ-แม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ” ได้สำเร็จ 1 เดียวในไทย ส่งออกจีน-เวียดนาม ขายแข่งกับรายใหญ่จากฮาวาย สหรัฐ พร้อมวางเป้าอีก 5 ปี บูมเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้กลับมาอีกครั้ง
น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางกลุ่มธุรกิจสัตว์น้ำซีพีเอฟมีนโยบายจะผลักดันการเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากปัจจุบันซีพีเอฟสามารถพัฒนาสายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำได้สำเร็จ และจะพยายามส่งเสริมการเลี้ยงให้มากขึ้น และคาดว่าในอีก 5 ปีการเจริญเติบโตของกุ้งกุลาดำจะใกล้เคียงกับกุ้งขาว หากมีสายพันธุ์ที่โตได้เร็วขึ้น ต้นทุนการเลี้ยงการผลิตลดลง
“ที่ผ่านมากุ้งกุลาดำไม่สามารถเพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้ ต้องจับจากธรรมชาติในทะเล แต่วันนี้คนที่เพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำขึ้นมาได้เองมีซีพีเอฟเพียงรายเดียว ทำให้มีโอกาสปรับปรุงเรื่องพันธุกรรม (genetic) สูง ขณะที่ในต่างประเทศที่ผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งได้อีกรายอยู่ที่โมอาน่า (moana) รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีส่งเข้ามาขายในไทยเหมือนกัน แต่เนื่องจากไม่มีการส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในตลาดเมืองไทยเท่าที่ควร ตลาดยังเล็กจึงเข้ามาได้ไม่มาก”
ปัจจุบันซีพีเอฟมีโรงเพาะฟักพ่อแม่พันธุ์กุ้งอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร และส่งพ่อแม่พันธุ์ขายไปจีนและเวียดนาม แต่ในไทยมีการเพาะพ่อแม่พันธุ์แต่ยังไม่ได้ขาย
อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ซีพีเอฟยังปรับปรุงสายพันธุ์กุ้งกุลาดำต่อเนื่อง ด้วยการผสมเทียมเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้โตเร็ว ต้านทานโรคขึ้น ยังต้องใช้เวลาพัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันกุ้งกุลาดำขนาด 20-30 ตัวต่อกิโลกรัม ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 120 วัน และตั้งเป้าให้สามารถเลี้ยงได้ขนาด 30 ตัวต่อกิโลกรัม ควรใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน ลดลงมาอีกสัก 1 เดือน ตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาและทดลองเลี้ยงกุ้งกุลาดำในบ่อพีอี คาดว่าน่าจะใช้เวลาทดลองเลี้ยงอีกประมาณ 2 ปี หรือทดลองเลี้ยงอีก 4-5 ครอป เพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ ก่อนส่งเสริมการเลี้ยงในอนาคตต่อไป
“สมมุติอีก 5 ปี พันธุ์กุ้งขาวอาจจะพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง เดี๋ยวนี้กุ้งขาว 1 ตัวเลี้ยงได้ขนาด 80-90 กรัมต่อตัว สมัยก่อนเลี้ยงได้โตสุด 30 กรัมต่อตัวก็งามมากแล้ว จากปกติจะกินกุ้งตัวเล็ก ๆ เช่น ขนาด 30 ตัวต่อกิโลกรัม แต่ตอนนี้ตัวใหญ่มากเลย ถ้าในอนาคตกุ้งขาวมีการพัฒนาให้เติบโตได้ดีขึ้นไปอีก การพัฒนากุ้งกุลาดำต้องพัฒนาไล่ตามไป ทั้งนี้ กุ้งกุลาดำก็เลี้ยงได้ขนาด 50-80 กรัมต่อตัว แต่ต้องใช้เวลานาน พ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำเพิ่งคัดสายพันธุ์ผ่านมาไม่กี่รุ่น ทำให้การเจริญเติบโตสู้กุ้งขาวที่มีการคัดสายพันธุ์มาเป็นสิบรุ่น (generation) แล้ว ทำให้เลี้ยงง่ายโตไว”
ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มกลับมานิยมเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากพอสมควรประมาณระดับพันตันแต่ยังไม่ถึง 2-3% ของการเลี้ยงกุ้งขาวในปัจจุบัน หากเทียบภาพรวมในอดีตไทยเคยมีปริมาณผลผลิตกุ้งกุลาดำสูงสุดประมาณ 2-3 แสนตัน โดยส่วนใหญ่กุ้งกุลาดำจะออกไปตลาดจีน สำหรับภาพรวมคนจีนกินกุ้งปีละ 1.7 ล้านตัน ในจำนวนนี้ไม่ได้แยกว่าเป็นกุ้งขาวหรือกุ้งกุลาดำ โดยจีนมีความต้องการนำเข้ากุ้งปีละ 1 ล้านกว่าตัน สำหรับตลาดกุ้งกุลาดำในจีนจะเป็นตลาดนิชมาร์เก็ต ต้มแล้วผิวสวยขายได้ราคาดี เพราะคนยังหันกลับมาเลี้ยงกันน้อย
สำหรับภาพรวมยอดขายธุรกิจสัตว์น้ำของซีพีเอฟทั่วโลกใน 6 ประเทศ รวม 80,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นยอดขายของประเทศไทยประมาณ 30,000-35,000 ล้านบาท
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
