เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPF รับทราบคำสั่งคดี ‘ปลาหมอคางดำ’ หลังศาลให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ย้ำยังไม่วินิจฉัยความรับผิด
Finance CPF รับทราบคำสั่งคดี ‘ปลาหมอคางดำ’ หลังศาลให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ย้ำยังไม่วินิจฉัยความรับผิด
อย. คุม “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นยาควบคุมพิเศษ ดีเดย์ 15 ก.ย. ต้องมีใบสั่งแพทย์
News อย. คุม “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นยาควบคุมพิเศษ ดีเดย์ 15 ก.ย. ต้องมีใบสั่งแพทย์
สหรัฐ-ไทย ลงนามศึกษา พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก เทคโนโลยี SMR
World สหรัฐ-ไทย ลงนามศึกษา พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก เทคโนโลยี SMR
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 68,750 บาท
“สุข(ก)ใจ” เบื้องหลังน้ำหอมที่ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ อยากเล่า ผ่านความทรงจำรอบมื้ออาหาร
Business “สุข(ก)ใจ” เบื้องหลังน้ำหอมที่ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ อยากเล่า ผ่านความทรงจำรอบมื้ออาหาร
CEO ปตท. ย้ำก๊าซธรรมชาติยังสำคัญ เพิ่มพอร์ต LNG ให้ได้ 15 ล้านตัน ปี 2035
Economic CEO ปตท. ย้ำก๊าซธรรมชาติยังสำคัญ เพิ่มพอร์ต LNG ให้ได้ 15 ล้านตัน ปี 2035
คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
Economic คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
Economic ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
Economic เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
ดูทั้งหมด

ลักเซอรี่หนีห่าว-นมัสเต โอกาสตลาดท่องเที่ยวในอนาคต

15 ก.พ. 2561 | 21:49น.

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย วิรงรอง วิโรจน์รัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส Economic Intelligence Center

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น มาจากรายได้ภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2017 มีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 11% ของ GDP และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 12% ต่อปี (ช่วงปี 2015-2017) แนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของชนชั้นกลางทั่วโลก ที่มีระดับรายได้ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าหันมาใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมากขึ้น

โดยกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่า เพื่อให้รางวัลกับตนเอง โดยกลุ่มเป้าหมายที่น่าจับตามอง คือ กลุ่มคนที่มีรายได้สูงที่มีความชื่นชอบรูปแบบการท่องเที่ยวเฉพาะบุคคลแบบ exclusive มากขึ้นด้วย ซึ่งแน่นอนว่ายอดการใช้จ่ายต่อทริปก็จะสูงขึ้นมากเช่นกัน

Luxury tourism คือโอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง เนื่องจากตลาดท่องเที่ยวแบบหรูหรา (luxury tourism) มีการเติบโตขึ้นมาก จากข้อมูลของ Allied Market Research คาดการณ์การเติบโตมูลค่าการท่องเที่ยวแบบหรูหราทั่วโลกไว้ที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 6.4% (ช่วงปี 2016-2022) โดยการท่องเที่ยวแบบหรูหรานั้นเติบโตจากการให้คุณค่าและประสบการณ์สุดพิเศษแก่นักท่องเที่ยว

โดยนักท่องเที่ยวยังใช้การท่องเที่ยวลักษณะนี้เพื่อแสดงออกถึงอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (personal identity) และให้ความสำคัญกับการใช้เวลาเพื่อการพักผ่อนเพิ่มมากขึ้น

นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย เป็นกลุ่มตลาดท่องเที่ยวแบบหรูหราที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด จากรายงานของ Amadeus พบว่าหากพิจารณากลุ่มประเทศ BRICs อินเดียมีการเติบโตต่อปีของจำนวนทริปแบบหรูหราสูงที่สุดที่ 12.8%

ตามมาด้วยจีนที่ 12.2% (ปี 2015-2025) โดยเมื่อย้อนกลับมาพิจารณาถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั้ง 2 ประเทศของไทย นับว่ายังสดใสอยู่มาก โดยในปี 2017 สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียของไทยนั้นคิดเป็น 28% (9.8 ล้านคน) และ 4% (1.4 ล้านคน) โดยมีอัตราเติบโต 7.3% และ 9.7% ต่อปี ตามลำดับ (ปี 2015-2017) และมีการใช้จ่ายเติบโตสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเติบโตราว 10.5% และ 10.3% ต่อปี (ปี 2015-2017) จากตัวเลขการเติบโตข้างต้นจะช่วยเป็นส่วนผลักดันสำคัญให้กลุ่มตลาดท่องเที่ยวแบบหรูหราจากจีนและอินเดียในไทยมีโอกาสมากขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Allied Market Research พบว่าจีนมีทริปการเดินทางนอกประเทศแบบหรูหราสูงถึง 7 ล้านทริปต่อปี โดยคาดการณ์ว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของจำนวนทริปสูงถึง 10.8% (2016-2022) รองลงมา ได้แก่สิงคโปร์ และอินเดีย เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดในกลุ่มนี้เติบโตสูง เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลางของจีนมีระดับรายได้ที่สูงขึ้น ที่สำคัญคือ การให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวแบบหรูหราของอินเดียนั้น มีปัจจัยผลักดันที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของประชากรกลุ่ม ultra-high-net-worth individual (UHNWI) ซึ่งคือคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งนี้จากข้อมูลของ Knight Frank พบว่า อินเดียมีอัตราการเติบโตของ UHNWI สูงถึง 12% ต่อปีในช่วงปี 2015-2016 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 150% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งนับเป็นกำลังซื้อที่มหาศาลในอนาคต

พฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบเหนือระดับ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและเริ่มปรับมาสู่การท่องเที่ยวที่ออกแบบได้ จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแบบหรูหราของจีน โดย Hurun Report Inc ร่วมกับ ILTM Asia พบว่าในปี 2016 นักท่องเที่ยวแบบหรูหราของจีนชื่นชอบการใช้บริการออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล และให้ความสำคัญกับการเลือกที่พักที่มีมาตรฐานการให้บริการที่เป็นเลิศ

โดยนักท่องเที่ยวกว่า 60% เต็มใจที่จ่ายค่าที่พักราว 1.5 หมื่นบาทต่อคืน และ 32% ยอมจ่ายสูงถึง 2.5 หมื่นบาทต่อคืน และเลือกใช้บริการสายการบินในชั้นธุรกิจสูงถึง 48% สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวใน 3 ปีข้างหน้า นักท่องเที่ยวจีนให้ความสนใจการท่องเที่ยวแบบผจญภัย นอกจากนี้ การเลือกจุดหมายการท่องเที่ยวยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลในจีนเอง โดยในฤดูร้อนและใบไม้ร่วงจะนิยมเที่ยวทะเล ซึ่งภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนสูงถึง 27%

รองลงมา ได้แก่ หมู่เกาะมัลดีฟส์ที่ 18% ขณะที่ฤดูหนาวและใบไม้ผลินั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีอากาศหนาว ไทยยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วน 18% รองลงมา ได้แก่ ออสเตรเลียที่ 16% นอกจากนี้ยังมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉลี่ยของยอดช็อปปิ้งระหว่างการท่องเที่ยวราว 1.1 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 57% จากงบประมาณเพื่อการท่องเที่ยวทั้งหมด

โดยสินค้าที่เป็นที่นิยม ได้แก่ เครื่องสำอาง สินค้าประจำท้องถิ่น กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ เป็นต้น ในส่วนของนักท่องเที่ยวแบบหรูหราของอินเดียนั้น จากรายงานของ MakeMyTrip พบว่ามีการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบหรูหราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหญิงที่เดินทางคนเดียว ซึ่งใช้เวลากับการท่องเที่ยวต่อทริป เพิ่มขึ้น 10% อยู่ที่ราว 12-14 คืน และเป็นการท่องเที่ยวในหลายจุดหมายปลายทางในทริปเดียว ในขณะที่กลุ่ม UHNWI จะเน้นที่การออกแบบแพ็กเกจการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เหนือระดับ โดยนิยมใช้เครื่องบินเช่าส่วนตัวในการเดินทาง

ตลาดท่องเที่ยวแบบหรูหราที่เติบโตสูง จะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจหลายกลุ่ม เนื่องจากความต้องการเฉพาะตัวที่สูง ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเน้นออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สุดพิเศษพร้อมนำเสนอสินค้าที่โดนใจ เพื่อสร้างมูลค่าที่เหนือกว่า

จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแบบหรูหราของจีนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบเน้นประสบการณ์ควบคู่กับการช็อปปิ้ง และให้ความสำคัญกับการเลือกที่พักที่ต้องมีระดับการให้บริการที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล ที่เน้นรูปแบบการท่องเที่ยวผจญภัยแบบ exclusive

นอกจากนี้ จากกำลังซื้อที่มหาศาลจากทั้ง 2 ประเทศ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อไม่จำกัด การสร้าง multi-brand store ที่คัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยม ควบคู่กับการเสนอสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นของไทย ที่มีคุณค่าและหายาก เพื่อยกระดับตลาดสินค้าให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้นก็เป็นอีกช่องทางธุรกิจเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการช็อปปิ้ง

สำหรับธุรกิจโรงแรมนั้น พบว่าโรงแรมในระดับ 5 ดาวขึ้นไป ยังมีโอกาสที่สดใสสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการรักษาคุณภาพด้านการบริการให้ได้มาตรฐานเพื่อรักษาฐานลูกค้าและสร้างโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำในอนาคต

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”