เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปกรณ์ สั่ง สํานักพุทธ ทำงานเชิงรุก-ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมทุกวัด
Politics ปกรณ์ สั่ง สํานักพุทธ ทำงานเชิงรุก-ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมทุกวัด
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
‘รฟท.’ ถก ‘อนุทิน’ ปม ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ ยันเอกชนวิ่งถึง 31 ม.ค. เล็งจ้างวิ่ง 1 ปี เดือนละ 60 ล้าน
Politics ‘รฟท.’ ถก ‘อนุทิน’ ปม ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ ยันเอกชนวิ่งถึง 31 ม.ค. เล็งจ้างวิ่ง 1 ปี เดือนละ 60 ล้าน
ปลัดคลังจ่อสรุป TISA ยันหลักการชัด เหลือเคาะตัวเลข
Finance ปลัดคลังจ่อสรุป TISA ยันหลักการชัด เหลือเคาะตัวเลข
CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
Biz Movement CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
Finance GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
Politics ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
Politics สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
Economic หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า ตลาดกังวลตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐ

16 ก.พ. 2561 | 18:29น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (12/2) ที่ 31.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/2) 31.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวัันศุกร์ที่ผ่านมา (9/2) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ด้วยคะแนนเสียง 240-186 หลังจากที่มีการชัตดาวน์เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งการชัตดาวน์นี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ของรัฐบาลชุดนี้ หลังจากที่เกิดการชัตดาวน์เป็นเวลา 3 วันในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลมีงบประมาณในการบริหารประเทศไปจนถึงวันที่ 23 มีนาคมนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการเปิดเผยงบประมาณรายจ่ายงบประมาณประจำปี 2562 ต่อสภาคองเกรส โดยจะมีการใช้งบประมาณทั้งหมด 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมที่ 7.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ, ค่าใช้จ่ายด้านโครงการสาธารณูปโภคมีการจัดสรรงบประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและการตรวจคนเข้าเมือง มีการจัดสรรงบประมาณมากกว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหลังจากมีการเปิดเผยรายละเอียดงบประมาณดังกล่าว นักวิเคราะห์หลายรายต่างมีความกังวลว่า ถ้าหากแผนงบประมาณนี้ไม่ประสบความสำเร็จ งบประมาณระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐ อาจจะขาดดุลมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐในวันพุธ (14/2) กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐมียอดเกินดุลงบประมาณ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2561 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากระดับ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ส่วนในปีงบประมาณ 2560 ตลอดทั้งปีนั้น รัฐบาลสหรัฐขาดดุลงบประมาณทั้งสิ้น 1.76 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2559 ที่ระดับ 1.59 แสนล้านดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดี (15/2) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 0.5% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายเดือน โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.3% การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของราคาอาหาร น้ำมันเบนซิน ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3 ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมในปีที่ผ่านมา และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.2% ถึงแม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดี แต่ทางสหรัฐได้มีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรก สู่ระดับ 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 3.0% หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่ซบเซา โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกร่วงลง 0.3% ในเดือน ม.ค. โดยเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้ว สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากทรงตัวในเดือน ธ.ค. ยอดค้าปลีกที่ปรับตัวลงในเดือน ม.ค. ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง และยอดขายรถยนต์ในส่วนของยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ทรงตัวในเดือน ม.ค. หลังจากลดลง 0.2% ในเดือน ธ.ค. ในวันศุกร์ (16/2) มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ตรงกับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.4% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 230,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ในส่วนของผลผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง 0.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 0.2%

ปัจจัยภายในประเทศ วันพุธ (14/2) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.66 บาท/ดอลลาร์ และเปิดตลาดวันศุกร์ (16/2) ที่ระดับ 31.25/27 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (12/2) ที่ระดับ 1.2273/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/2) ที่ระดับ 1.2265/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9/2) สำนักงานสถิติของฝรั่งเศส เปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ในวันพุธ (12/2) สำนักงานสถิติเยอรมนี (Destalis) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง สำหรับ GDP เยอรมนีตลอดทั้งปี 2560 นั้น ขยายตัว 2.2% โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี GDP ในไตรมาส 4 นั้น ขยายตัวน้อยกว่าในไตรมาส 3 ซึ่งขยายตัว 0.7% ในวันพฤหัสบดี (18/2) สถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดย Ifo ได้เปิดเผยรายงานการสำรวจเศรษฐกิจโลก “World Economic Survey” ซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 17.1 ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 สู่ระดับ 28.0 ในไตรมาสแรกของปี 2561 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2550 โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2241-1.2555 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2542/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (12/2) ที่ระดับ 108.66/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/2) ที่ระดับ 109.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจให้นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อีกหนึ่งสมัย หลังจากที่ได้สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนเมษายน ทั้งนี้ นายคุโรดะ วัย 73 ปี ได้เริ่มเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ BOJ ในเดือนมีนาคม ปี 2556 ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ จะได้รับการต่ออายุการดำรงตำแหน่งอีกหนึ่งสมัยเป็นเวลา 5 ปี โดยการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของคุโรดะ เป็นการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีความต้องการที่จะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป อีกทั้งเช้าวันนี้ (19/2) ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 2.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ถึงแม้ว่าดัชนี PPI ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 แต่ตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอ่อนแอ ขณะที่ BOI ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคเอกชนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ในระหว่างสัปดาห์เจ้าหน้าที่ BOJ ระบุว่า ตลาดการเงินยังคงเผชิญกับความผันผวน โดยในสัปดาห์นี้ ราคาหุ้น น้ำมันดิบ และราคาสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น ๆ ต่างก็ปรับตัวลดลง ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้่น ซึ่งทาง BOJ จะจับตาดูความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่นายทาโร่ อาโสะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่นชี้แจงว่า การแข็งค่าของค่าเงินเยนนั้นยังไม่ส่งผลกระทบด้านลบ และรัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นแข็งแกร่งเพียงพอต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นของค่าเงินเยน โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.55-108.94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ดอลลาร์สหรัฐ หุ้น